คู่มือเที่ยวญี่ปุ่น (Japan Guide)

ข้อมูลการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง แนะนำเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น เมืองน่าเที่ยวในภูมิภาคต่างๆ และรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นที่ห้ามพลาด ตลอดจนฤดูกาลและสภาพอากาศ วิธีการเดินทางและโรงแรมที่พัก สำหรับการวางแผนท่องเที่ยว

ข้อมูลการเดินทางไปญี่ปุ่นช่วงการระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19)

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2020 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ขยายกลุ่ม “Residence Track” สำหรับคนไทยที่สามารถเดินทางเข้าญี่ปุ่นได้ ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มนักธุรกิจ นักเรียน ผู้ได้รับการตรวจลงตราสถานะติดตามครอบครัว และอื่นๆ แต่ยังคงยกเว้นกลุ่มนักท่องนักเที่ยว โดยมีเงื่อนไขว่าต้องได้รับการรับรองจากบริษัทหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องว่าจะปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุข เช่น
· แสดงผลการตรวจเชื้อไวรัส COVID-19 เป็นลบก่อนเดินทางเข้าญี่ปุ่น
· ปฏิบัติตามมาตรการกักตัว 14 วัน หลังจากที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นแล้ว
· ไม่ใช้ระบบการขนส่งสาธารณะในช่วง 14 วันแรกที่เดินทางถึงญี่ปุ่น
อ้างอิงข้อมูล: ประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว (อัพเดทล่าสุด Oct 1, 2020)

หมายเหตุ: เนื่องจากในช่วงนี้อาจมีการประกาศปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ต่างๆ อยู่ตลอด ควรติดตามข้อมูลข่าวสารล่าสุดจากทางสถานทูตไทยในญี่ปุ่น

เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่น (Japan / 日本) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกในมหาสมุทรแปซิฟิก มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า 日本国 [Nihon-koku] ซึ่งมีความหมายว่า “ดินแดนต้นกำเนิดพระอาทิตย์” หรือ “ดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย”

สัญลักษณ์ที่สำคัญของญี่ปุ่นนอกจากพระอาทิตย์ซึ่งเป็นวงกลมสีแดงในธงชาติแล้ว ก็ยังมีภูเขาไฟฟูจิ (Mount Fuji) ซึ่งเป็นภูเขาสูงที่สุด และดอกซากุระ (Sakura / Cherry Blossom) ซึ่งจะบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิและเป็นช่วงที่มีผู้คนมาชมความงามเป็นจำนวนมากทั้งชาวญี่ปุ่นเองและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

สภาพภูมิประเทศของญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นมีลักษณะเป็นเกาะที่ล้อมรอบไปด้วยทะเลรอบด้าน มีขนาดพื้นที่ประมาณ 378,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเล็กกว่าประเทศไทยประมาณ 130,000 ตารางกิโลเมตร แต่มีจำนวนประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 120 ล้านคนซึ่งมากกว่าประเทศไทยเกือบ 1 เท่า สำหรับเวลามาตรฐานของประเทศญี่ปุ่น คือ UTC+9 ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง

เกาะต่างๆ ของประเทศญี่ปุ่นเรียกรวมกันว่า หมู่เกาะญี่ปุ่น (Japanese Archipelago / 日本列島 [Nihon Rettou]) ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ที่เรียงรายกันอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นจำนวนมากกว่า 3,000 เกาะ โดยสามารถแบ่งออกเป็นเกาะหลักๆ ได้ทั้งหมด 4 เกาะ และแบ่งย่อยเป็น 8 ภูมิภาค 47 จังหวัด ซึ่งสามารถเรียงลำดับขนาดของเกาะจากใหญ่ไปเล็กได้ดังต่อไปนี้

เกาะฮอนชู (Honshu)

เกาะฮอนชู (Honshu / 本州) เป็นเกาะหลักของญี่ปุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ ประกอบด้วย 5 ภูมิภาค ได้แก่ โทโฮคุ (Tohoku / 東北), คันโต (Kanto / 関東), ชูบุ (Chubu / 中部), คันไซ (Kansai / 関西) และ ชูโงกุ (Chugoku / 中国) โดยเมืองหลักๆ ของญี่ปุ่นก็ตั้งอยู่ในเกาะนี้อย่างกรุงโตเกียว (Tokyo / 東京) ซึ่งเป็นเมืองหลวงที่อยู่ทางตะวันออกของเกาะ และจังหวัดโอซาก้า (Osaka / 大阪) ที่อยู่ทางตะวันตกของเกาะ

เกาะฮอกไกโด (Hokkaido)

เกาะฮอกไกโด (Hokkaido / 北海道) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 เป็นที่ตั้งของภูมิภาคและจังหวัดฮอกไกโด (Hokkaido / 北海道) ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติ จึงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนที่มีทุ่งดอกลาเวนเดอร์ และในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุม

เกาะคิวชู (Kyushu)

เกาะคิวชู (Kyushu / 九州) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้สุดของญี่ปุ่น เป็นเกาะที่ตั้งของภูมิภาคคิวชู (Kyushu / 九州) และยังรวมไปถึงหมู่เกาะโอกินาว่า (Okinawa / 沖縄) มีเมืองหลักอยู่ที่เมืองฟุกุโอกะ (Fukuoka) ซึ่งตั้งอยู่งทางตอนบนของเกาะ

เกาะชิโคกุ (Shikoku)

กาะชิโคกุ (Shikoku / 四国) เป็นเกาะที่ตั้งของภูมิภาคชิโคกุ (Shikoku / 四国) ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีขนาดเล็กที่สุดของประเทศ ตั้งอยู่ระหว่างเกาะฮอนชูและคิวชู

ข้อมูลเพิ่มเติม: แผนที่และรายชื่อภูมิภาคและจังหวัดของประเทศญี่ปุ่น

สภาพอากาศและฤดูในญี่ปุ่น

ในแต่ละฤดูกาลของประเทศญี่ปุ่นนั้นมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด จึงทำให้มีสภาพอากาศรวมทั้งความงามทางธรรมชาติที่ไม่เหมือนกันและมีเอกลักษณ์ในแต่ละฤดู เรียกได้ว่าสามารถมาท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้ตลอดทั้งปีในบรรยากาศที่ไม่ซ้ำกันเลยก็ว่าได้ ยกเว้นก็แต่ที่เกาะโอกินาว่าที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศซึ่งจะมีอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี

หากจะเลือกมาเที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดี? คำถามนี้ก็ค่อนข้างตอบได้ยากเหมือนกัน ก่อนอื่นมาดูภาพรวมของแต่ละฤดูกันก่อนดีกว่า น่าจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ซึ่งโดยปกติแล้ว ฤดูในญี่ปุ่นสามารถแบ่งได้เป็น 4 ฤดู ได้แก่

ฤดูใบไม้ผลิ (Spring)

เดือนมีนาคม – พฤษภาคม

· โซนพื้นที่ทั่วไป: อุณภูมิเฉลี่ย 10 – 17 องศา
· โซนอากาศหนาว: อุณภูมิเฉลี่ย 2 – 11 องศา

ฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงที่ต้นไม้ต่างๆ เริ่มผลิใบและออกดอก อากาศในช่วงฤดูนี้เย็นสบาย คนไทยมีวันหยุดยาวในช่วงเมษายนและพฤษภาคม จึงนิยมไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงนี้เป็นจำนวนมาก ฤดูใบไม้ผลิมีไฮไลท์อยู่ที่การชมดอกซากุระซึ่งจะเริ่มบานจากภูมิภาคคิวชูทางตอนใต้ของญี่ปุ่นประมาณกลางเดือนมีนาคม ไล่ขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเฉียงเหนือที่ภูมิภาคฮอกไกโดประมาณปลายเดือนเมษายน ซึ่งช่วงเวลาพีคจะแตกต่างกันไปตามภูมิภาคและสภาพอากาศ ในฤดูนี้ยังมีดอกไม้ให้ชมอีกหลากหลายชนิด เช่น ดอกบ๊วย ดอกวิสทีเรีย ดอกเนโมฟีลา ดอกชิบะซากุระ ดอกทิวลิป เป็นต้น

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· รวมบทความเที่ยวญี่ปุ่นฤดูใบไม้ผลิ
· ตารางพยากรณ์ซากุระบานทั่วประเทศญี่ปุ่นปี 2019
· ตารางพยากรณ์ซากุระบานทั่วประเทศญี่ปุ่นปี 2020

ฤดูร้อน (Summer)

เดือนมิถุนายน – สิงหาคม

· โซนพื้นที่ทั่วไป: อุณภูมิเฉลี่ย 19 – 27 องศา
· โซนอากาศหนาว: อุณภูมิเฉลี่ย 15 – 22 องศา

ต้นไม้ในช่วงฤดูร้อนนี้เป็นสีเขียวขจีสดใส เป็นช่วงฤดูแห่งความรื่นเริง เพราะมีเทศกาลเฉลิมฉลองมากมาย สภาพอากาศมีความใกล้เคียงกับประเทศไทย สามารถจัดกระเป๋าไปเที่ยวได้สบายๆ แต่แดดในหน้าร้อนของญี่ปุ่นค่อนข้างแรงและอากาศที่ร้อนอบอ้าวอาจทำให้เป็นลมได้ง่าย โดยอากาศจะร้อนมากที่สุดในช่วงเดือนสิงหาคม นอกจากนั้นแล้วยังมีช่วงที่ฝนตกชุกอีกด้วยในช่วงเดือนมิถุนายน ไฮไลท์ของหน้าร้อนก็คือ งานเทศกาลดอกไม้ไฟ เทศกาลทานาบาตะ เทศกาลโอบ้ง การปีนภูเขาไฟฟูจิ การชมดอกไม้หลากสี เช่น ลาเวนเดอร์ ดอกอะจิไซ ดอกไอริส เป็นต้น

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· รวมบทความเที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อน
· ไอเทมที่ควรพกเมื่อมาเที่ยวช่วงหน้าร้อนญี่ปุ่น!

ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn)

เดือนกันยายน – พฤศจิกายน

· โซนพื้นที่ทั่วไป: อุณภูมิเฉลี่ย 16 – 21 องศา
· โซนอากาศหนาว: อุณภูมิเฉลี่ย 8 – 16 องศา

ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงท่องเที่ยวที่เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ชอบอากาศหนาวจัดและชอบบรรยากาศที่สวยงามของใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งจะเริ่มประมาณเดือนตุลาคมไปจนถึงกลางเดือนธันวาคม ในช่วงเดือนกันยายนเป็นช่วงมรสุมซึ่งจะมีพายุไต้ฝุ่นพัดเข้ามาทำให้เกิดลมแรงและฝนตกหนักติดกันหลายวันจึงเป็นช่วงที่ควรหลีกเลี่ยง หากต้องการชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ในแถบโตเกียว โอซาก้าหรือเกียวโต แนะนำให้มาเที่ยวช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน – อาทิตย์แรกของเดือนธันวาคม แต่ช่วงนี้ก็เป็นอีกช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวญี่ปุ่นซึ่งจะมีผู้คนมาชมความงามกันเป็นจำนวนมากเช่นกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· รวมบทความเที่ยวญี่ปุ่นฤดูใบไม้ร่วง
· ตารางพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีทั่วประเทศญี่ปุ่นปี 2020

ฤดูหนาว (Winter)

เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์

· โซนพื้นที่ทั่วไป: อุณภูมิเฉลี่ย 4 – 10 องศา
· โซนอากาศหนาว: อุณภูมิเฉลี่ย -7 – 0 องศา

ช่วงต้นเดือนธันวาคมยังเป็นช่วงรอยต่อของใบไม้เปลี่ยนสีในบางภูมิภาค หากเดินทางมาเที่ยวช่วงนี้ก็ยังได้เห็นอยู่ และตามสถานที่ต่างๆ ยังมีการประดับไฟในช่วงคริสต์มาสอย่างสวยงาม หิมะที่ญี่ปุ่นเริ่มตกตั้งแต่ประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนขึ้นอยู่กับภูมิภาค ช่วงที่อากาศหนาวที่สุดคือช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ถ้ามาท่องเที่ยวในช่วงนี้ ควรเตรียมพร้อมรับกับสภาพอากาศให้ดี แหล่งท่องเที่ยวที่คนนิยมไปสัมผัสหิมะ อาทิ เทศกาลหิมะซัปโปโรในจังหวัดฮอกไกโด หมู่บ้านมรดกโลกชิราคาวาโกในจังหวัดกิฟุ และไปเล่นสกีที่รีสอร์ทต่างๆ ซึ่งมีอยู่หลายที่ในญี่ปุ่น

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· รวมบทความเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว
· ไอเทมที่ควรพกเมื่อมาเที่ยวช่วงหน้าหนาวญี่ปุ่น!

การท่องเที่ยวญี่ปุ่น

ในปัจจุบันค่าตั๋วเครื่องบินจากไทยมาที่ญี่ปุ่นนั้นก็ไม่สูงมากนัก และยังมีทางเลือกเป็นสายการบินต้นทุนต่ำซึ่งมักมีโปรโมชั่นออกมาอยู่ตลอด โรงแรมที่พักก็มีให้เลือกในหลายรูปแบบและหลายราคาตามงบประมาณ ระบบการเดินทางขนส่งภายในประเทศก็สะดวก อีกทั้งค่าเงินเยนที่ลดลงมาเหลือประมาณ 28 – 30 บาทต่อ 100 เยน ประกอบกับการยกเว้นไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับกับนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วัน ทำให้การท่องเที่ยวในญี่ปุ่นนั้นมีค่าใช้จ่ายไม่แพงมาก จึงมีคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นเป็นจำนวนเพิ่มมากขึ้น

บทความแนะนำ:
· Japan 101 ติวเข้มก่อนไปญี่ปุ่น! 60 ข้อน่ารู้เมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

ญี่ปุ่นเป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียที่มีความสวยงาม และมีแหล่งท่องเที่ยวอันเป็นเอกลักษณ์มากมายซึ่งกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศตั้งแต่เหนือจรดใต้ โดยเมืองที่ได้รับความนิยมจากชาวไทยก็มี อาทิ

นอกจากการท่องเที่ยวเยี่ยมชมธรรมชาติและบ้านเมือง รวมถึงการสัมผัสวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งสินค้าต่างๆ ในญี่ปุ่น ทั้งอาหาร ของใช้ ของเล่น เสื้อผ้า สินค้าแฟชั่นต่างๆ ซึ่งบางร้านก็เป็น Tax-free Shop โดยจะได้รับยกเว้นภาษีทันทีเมื่อซื้อสินค้าตามที่กำหนด

บทความแนะนำ:
· ไปญี่ปุ่นซื้ออะไรดี?…20 ไอเดียของฝากน่าซื้อจากญี่ปุ่น ของยอดฮิตที่ห้ามพลาด!
· 20 ร้านสำหรับขาช้อปและร้านขายของฝากที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่น

แนะนำเมืองน่าเที่ยวในญี่ปุ่น

● ภูมิภาคฮอกไกโด (Hokkaido)

ซัปโปโร (Sapporo)

เมืองซัปโปโร (Sapporo / 札幌) เป็นเมืองศูนย์กลางและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดฮอกไกโด (Hokkaido) สามารถเดินทางมาจากประเทศไทยได้อย่างสะดวกสบายเพราะมีเที่ยวบินตรง มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม เช่น สวนสาธาณะ Odori Park ซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของเมืองและเป็นหนึ่งสถานที่จัดงานเทศกาลหิมะ หากต้องการชมวิวมุมสูงก็มี หอคอย Sapporo TV Tower และ ภูเขาโมอิวะ (Mount Moiwa) รวมถึงการไปช้อปปิ้งที่ย่านซูซูกิโนะ (Susukino) หรือไปชมโรงงานช็อกโกแล็ต Shiroi Koibito Park ซึ่งขนมของฝากขึ้นชื่อ เป็นต้น

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· คู่มือเที่ยวฮอกไกโด (Hokkaido) ซัปโปโร (Sapporo)
· รวมบทความรีวิวเที่ยวซัปโปโร (Sapporo)

โอตารุ (Otaru)

เมืองโอตารุ (Otaru / 小樽) ป็นเมืองท่าเล็กๆ ตั้งอยู่ติดกับเมืองซัปโปโรในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถือเป็นเมืองที่มีความสวยงามและโรแมนติกด้วยอาคารเก่าแก่ในสไตล์ตะวันตกซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี บรรยากาศในเมืองนี้จึงคล้ายกับการได้มาเที่ยวยุโรป มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญคือ คลองโอตารุ (Otaru Canal) ที่ไหลผ่านกลางเมือง ซึ่งจะยิ่งงดงามมากในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่มีการประดับไฟในเทศกาลหิมะ Otaru Snow Light Path Festival รวมถึงพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี Otaru Music Box Museum ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากคลองโตารุ

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· รวมบทความรีวิวเที่ยวโอตารุ (Otaru)

ฮาโกดาเตะ (Hakodate)

เมืองฮาโกดาเตะ (Hakodate / 函館) เป็นเมืองท่าทางตอนใต้ของเกาะฮอกไกโด ขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพยามค่ำคืนอันสวยงาม สามารถขึ้นมาชมวิวมุมสูงของเมืองได้ที่ภูเขาฮาโกดาเตะ (Mount Hakodate) และยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ อาทิ ป้อมดาว Fort Goryokaku, เนินชมวิว Hachiman-zaka Slope, สวนพฤษศาสตร์ Hakodate Tropical Botanical Garden, อุทยาน Onuma Park, ตลาดเช้า Hakodate Morning Market ที่ต้องมาลิ้มลองข้าวหน้าทะเลสดๆ รวมถึงแหล่งช้อปปิ้งอันได้แก่ Red Brick Warehouses, Hakodate Factory เป็นต้น

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· รวมบทความรีวิวเที่ยวฮาโกดาเตะ (Hakodate)

● ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku)

เซนได (Sendai)

เมืองเซนได (Sendai / 仙台) เป็นเมืองหลักในจังหวัดมิยางิ (Miyagi) และยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคโทโฮคุ สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในเมืองโดยมากเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เช่น ที่ตั้งปราสาท Aoba Castle, ศาลเจ้า Osaki Hachimangu ส่วนนอกเมืองก็มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อาทิ หุบเขา Naruko Gorge ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่คนไปถ่ายภาพรถไฟออกจากอุโมงค์, อ่าว Matsushima Bay ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทิวทัศน์ที่มีความสวยงามมากที่สุดในญี่ปุ่น รวมถึงหมู่บ้านจิ้งจอก Zao Fox Village และเกาะแมว Tashirojima ส่วนอาหารที่ห้ามพลาดของเมืองเซนไดก็คือลิ้นวัว

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· รวมบทความรีวิวเที่ยวเซนได (Sendai)

ยามาเดระ (Yamadera)

เมืองยามาเดระ (Yamadera / 山寺) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในจังหวัดยามากาตะ (Yamagata) มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญคือวัด Risshakuji Temple หรือที่เรียกกันว่า Yamadera Temple ซึ่งแปลได้ว่า “วัดภูเขา” ตามลักษณะของวัดที่ตั้งอยู่บนเขานั่นเอง โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเดินเท้าขึ้นบันไดเกือบพันขั้นไปยังตัววัดที่อยู่ด้านบน ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมของภูมิภาคโทโฮคุ หรือถ้ามาในช่วงฤดูหนาวก็จะได้เห็นหิมะขาวโพลน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งจะได้ชมทั้งความงดงามของธรรมชาติและความเก่าแก่นับพันปีของสิ่งก่อสร้างต่างๆ ภายในวัด

บทความแนะนำ:
· รีวิวเที่ยววัดยามาเดระ (Yamadera Temple)

ฮิโรซากิ (Hirosaki)

เมืองฮิโรซากิ (Hirosaki / 弘前) ตั้งอยู่ในจังหวัดอาโอโมริ (Aomori) ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดก็คือ ปราสาท Hirosaki Castle ซึ่งเป็นจุดที่ติดหนึ่งในสถานที่ชมซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น บริเวณสวนของปราสาทนั้นมีขนาดกว้างขวาง ประกอบด้วยต้นซากุระถึง 2,600 ต้นซึ่งจะบานสะพรั่งในช่วงประมาณปลายเดือนเมษายน นอกจากนั้นเมืองแห่งนี้ก็ยังมีกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวคือ การเก็บแอปเปิ้ลที่สวน Hirosaki Apple Park ซึ่งเป็นแหล่งผลิตแอปเปิ้ลอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น

บทความแนะนำ:
· รีวิวเที่ยวปราสาทฮิโรซากิ (Hirosaki Castle)

เมืองฮิโรซากิ (Hirosaki / 弘前) ตั้งอยู่ในจังหวัดอาโอโมริ (Aomori) ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดก็คือ ปราสาท Hirosaki Castle ซึ่งเป็นจุดที่ติดหนึ่งในสถานที่ชมซากุระที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น บริเวณสวนของปราสาทนั้นมีขนาดกว้างขวาง ประกอบด้วยต้นซากุระถึง 2,600 ต้นซึ่งจะบานสะพรั่งในช่วงประมาณปลายเดือนเมษายน นอกจากนั้นเมืองแห่งนี้ก็ยังมีกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวคือ การเก็บแอปเปิ้ลที่สวน Hirosaki Apple Park ซึ่งเป็นแหล่งผลิตแอปเปิ้ลอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น

● ภูมิภาคคันโต (Kanto)

โตเกียว (Tokyo)

กรุงโตเกียว (Tokyo / 東京) เป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นและเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของหลายๆ คนที่จะต้องมาเยือน เพราะเป็นเมืองที่มีความทันสมัย เป็นระเบียบ มีการเดินทางที่สะดวกสบาย และมีแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งช้อปปิ้งให้เลือกหลากหลาย ซึ่งกระจายอยู่ในย่านต่างๆ อาทิ Shinjuku, Shibuya, Harajuku, Asakusa, Ueno, Akihabara, Ikebukuro, Ginza, Roppongi, Odaiba เป็นต้น รวมถึงสวนสนุก Tokyo Disneyland และ DisneySea ที่จริงแล้วโตเกียวนั้นมีพื้นที่ครอบคลุมไปถึงหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกอีกด้วย โดยมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง คือ หมู่เกาะ Izu Islands

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· คู่มือเที่ยวโตเกียว (Tokyo)
· รวมบทความรีวิวเที่ยวโตเกียว (Tokyo)

โยโกฮาม่า (Yokohama)

เมืองโยโกฮาม่า (Yokohama / 横浜) เป็นเมืองท่าตั้งอยู่ในจังหวัดคานากาว่า (Kanagawa) ตั้งอยู่ติดกับโตเกียวใช้เวลาเดินทางไม่กี่นาที เมืองนี้มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย อาทิ Minato Mirai 21 ซึ่งเป็นแหล่งเอนเตอร์เทนเมนท์ ทั้งแลนด์มาร์คที่สำคัญของเมือง จุดชมวิวมุมสูง จุดชทมวิวริมอ่าว ศูนย์การค้าต่างๆ และสวนสนุก Cosmo World นอกจากนี้ก็ยังมีพิพิธภัณฑ์ Ramen Museum ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านราเมงดังๆ ทั่วญี่ปุ่น และพิพิธภัณฑ์ Hakkeijima Sea Paradise ซึ่งเป็นสวนสนุกและพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบนเกาะนอกเมืองเมืองโยโกฮาม่า

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· คู่มือเที่ยวโยโกฮาม่า (Yokohama)

ฮาโกเน่ (Hakone)

เมืองฮาโกเน่ (Hakone / 箱根) ตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติ Fuji-Hakone-Izu National Park ของจังหวัดคานากาว่า (Kanagawa) เป็นเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก มีชื่อเสียงในเรื่องการแช่บ่อน้ำพุร้อน และการชมวิวที่สวยงามรอบทะเลสาบทะเลสาบ Lake Ashi ซึ่งสามารถนั่งเรือโจรสลัดชมทะเลสาบและยังมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ในวันที่ฟ้าเปิด นอกจากนั้นแล้วที่ฮาโกเน่ก็ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง อาทิ การนั่งรถไฟสาย Hakone Tozan Railway, การนั่งกระเช้าลอยฟ้า Hakone Ropeway การขอพรที่ศาลเจ้า Hakone Shrine, การทานไข่ดำที่หุบเขา Owakudani เป็นต้น

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· รวมบทความรีวิวเที่ยวฮาโกเน่ (Hakone)

นิกโก้ (Nikko)

เมืองนิกโก้ (Nikko / 日光) ตั้งอยู่ในจังหวัดโทชิงิ (Tochigi) ใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวประมาณ 2 ชั่วโมง สามารถแบ่งแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ ได้เป็น 3 โซน คือ โซนมรดกโลกซึ่งเป็นโซนที่มีศาลเจ้าและสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ เช่น สะพานแดง Shinkyo Bridge ถัดมาเป็นโซนธรรมชาติ เช่น ทะเลสาบ Lake Chuzenji, น้ำตก Kegon Waterfall และโซนสวนสนุกซึ่งประกอบด้วย เมืองยุคเอโดะ Edo Wonderland และเมืองจำลอง Tobu World Square หากจะเที่ยวให้ครบทั้งหมดควรใช้เวลา 2 วัน แต่หากมีเวลาเพียง 1 วัน อาจจำเป็นต้องเลือกเที่ยวเฉพาะโซน

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· รวมบทความรีวิวเที่ยนิกโก้ (Nikko)

● ภูมิภาคชูบุ (Chubu)

นาโกย่า (Nagoya)

เมืองนาโกย่า (Nagoya / 名古屋) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคชูบุ ตั้งอยู่ในจังหวัดไอจิ (Aichi) ภายในเมืองมีแหล่งท่องเที่ยวอาทิ ปราสาท Nagoya Castle, วัด Osu Kannon Temple, แหล่งช้อปปิ้งและ Nagoya TV Tower ในย่าน Sakae, ศาลเจ้า Atsuta Shrine, พิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ เช่น Science Museum, Railway Museum รวมทั้งสวนสนุก LEGOLAND Japan นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สามารถเดินทางได้สะดวกจากนาโกย่า เช่น งานประดับไฟที่ Nabana no Sato, หุบเขา Korankei ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· คู่มือเที่ยวนาโกย่า (Nagoya)
· รวมบทความรีวิวเที่ยวนาโกย่า (Nagoya)

คาวากุจิโกะ (Kawaguchiko)

ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Lake Kawaguchiko / 河口湖) เป็นทะสาบหนึ่งใน 5 ทะเลสาบที่อยู่รอบภูเขาไฟฟูจิ ตั้งอยู่ในจังหวัดยามานาชิ (Yamanashi) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมมากสำหรับการไปชมภูเขาไฟฟูจิเพราะมีวิวที่สวยงาม และในเมืองยังมีสถานที่ให้เที่ยวชมอีกหลายแห่ง โดยการนั่งรถบัส เช่น พิพิธภัณฑ์สมุนไพร Kawaguchiko Herb Hall, ป่าแห่งดนตรีในสไตล์ยุปโรป Kawaguchiko Music Forest และร้านขายสินค้าท้องถิ่นและของฝาก Natural Living Center รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวรอบๆ เช่น ภูเขาไฟฟูจิชั้น 5 (Fuji 5th Station), เจดีย์แดง Pagoda Chureito, หมู่บ้านน้ำใส Oshino Hakkai

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· รวมบทความรีวิวเที่ยวคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko)

ทาคายาม่า (Takayama)

เมืองทาคายาม่า (Takayama / 高山) เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากในจังหวัดกิฟุ (Gifu) บ้านเรือนต่างๆ ทำจากไม้และได้รับการอนุรักษ์อย่างดี แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญมีอาทิ ย่านเมืองเก่าถนน Sanmachi Suji ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้ามากมายและร้านสาเกขึ้นชื่อของเมือง, ตลาดเช้า Miyagawa Morning Market ซึ่งเป็นแหล่งขายอาหารและสินค้าพื้นเมือง, สะพานแดง Nakabashi, สำนักงานว่าการเมืองโบราณ Takayama Jinya และยังมีงานเทศกาล Takayama Matsuri ซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในงานเทศกาลที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น โดยจัดระหว่างวันที่ 14-15 เมษายน และ 9-10 ตุลาคมของทุกปี

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· รวมบทความรีวิวเที่ยวทาคายาม่า (Takayama)

ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)

ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go / 白川郷) เป็นหมูบ้านที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO ตั้งอยู่ในจังหวัดกิฟุ (Gifu) สามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกด้วยรถบัสจากเมืองทาคายาม่า มีจุดเด่นคือบ้านญี่ปุ่นโบราณสไตล์ Gassho-zukuri ซึ่งมีหลังคาทรงสูงมุงด้วยหญ้าและฟางข้าว บ้านบางหลังได้เปิดให้นักท่องเที่ยวมาพักค้างคืนได้ จุดที่ห้ามพลาดคือการขึ้นมาชมวิวมุมสูงของหมู่บ้าน และไฮท์ไลท์ที่สำคัญก็ยังมี งานประดับไฟในช่วงฤดูหนาว (Winter Light-Up) ซึ่งจะจัดเพียงบางวันในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ โดยจะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาเป็นจำนวนมาก

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· รวมบทความรีวิวเที่ยวชิราคาวาโก (Shirakawa-go)

คานาซาว่า (Kanazawa)

เมืองคานาซาว่า (Kanazawa / 金沢) เป็นเมืองหลักของจังหวัดอิชิคาว่า (Ishikawa) ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของทองคำ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญหลายแห่งในเมือง เช่น ย่านโรงน้ำชา Higashi Chaya ที่เรียงรายด้วยบ้านไม้, สวน Kenrokuen Garden ที่ได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 3 สวนสวยที่สุดในญี่ปุ่น, Kanazawa Castle Park สวนปราสาทที่อยู่เก่าของผู้ปกครองเมือง, พิพิธภัณฑ์ 21st Century Museum, ตลาด Omicho แหล่งรวมอาหารทะเลสดๆ, วัดนินจา Myouryu-ji ซึ่งเต็มไปด้วยค่ายกล, ย่านหมู่บ้านซามูไร Nagamachi เป็นต้น

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· รวมบทความรีวิวเที่ยวคานาซาว่า (Kanazawa)

โทยาม่า (Toyama)

จังหวัดโทยาม่า (Toyama / 富山) เป็นจังหวัดซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือของเทือกเขาเจแปนแอล์ป (Japan Alps) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในการมาชมกำแพงหิมะและวิวเทือกเขาสูงในเส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine Route จังหวัดโทยาม่ามีเมืองหลักคือเมืองโทยาม่าซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยว เช่น ปราสาท Toyama Castle, การล่องเรือชมแม่น้ำ Matsukawa, เดินเล่นที่สวน Fugan-ungakansui Park เป็นต้น แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ภายในจังหวัดยังมีอาทิ การสักการะพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่เมืองทาคาโอกะ (Takaoka), การชมวิวอ่าว Toyama Bay, การนั่งรถไฟชมธรรมชาติที่หุบเขา Kurobe เป็นต้น

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· รวมบทความรีวิวเที่ยวโทยาม่า (Toyama)

● ภูมิภาคคันไซ (Kansai)

โอซาก้า (Osaka)

เมืองโอซาก้า (Osaka / 大阪) เป็นเมืองหลักของภูมิภาคคันไซ (Kansai) ซึ่งได้รับความนิยมมากสำหรับชาวไทยเพราะมีเที่ยวบินตรงมาลงที่นี่ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญคือ ย่าน Namba และ Shinsaibashi ซึ่งประกอบด้วย ถนนสายช้อปปิ้งและร้านอาหารอย่างถนน Dotonbori ที่มี ป้ายไฟ Glico และปูยักษ์เป็นสัญลักษณ์ อีกย่านหนึ่งก็คือ ย่าน Umeda ซึ่งเป็นแหล่งรวมห้างสรรพสินค้า และอาคาร Umeda Sky Building ที่สามารถขึ้นไปชมวิวได้ ที่เที่ยวที่ห้ามพลาดอื่นๆ ก็คือ ปราสาท Osaka Castle, พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Kaiyukan และ Universal Studios Japan (USJ) รวมถึงที่เที่ยวทางธรรมชาติอย่างน้ำตก Minoo

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· รวมบทความรีวิวเที่ยวโอซาก้า (Osaka)

เกียวโต (Kyoto)

เมืองเกียวโต (Kyoto / 京都) เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่นก่อนที่จะย้ายมาที่โตเกียว มีแหล่งท่องเที่ยวซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างเก่าแก่หลายแห่ง เช่น วัดน้ำใส Kiyomizu Temple, วัดทอง Kinkakuji Temple, วัดเงิน Ginkakuji Temple, วัดสะพานสวย Tofukuji Temple, ศาลเจ้าเสาแดง Fushimi Inari Shrine รวมถึงวัด ศาลเจ้าอื่นๆ อีกมากมายซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และยังจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยม ตลอดจนย่านท่องเที่ยว เช่น ย่านเมืองเก่า Higashiyama และ Gion นอกจากนั้น เกียวโตก็ยังมีที่เที่ยวสมัยใหม่อีกด้วย อาทิ Kyoto Tower และ Kyoto Aquarium เป็นต้น

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· รวมบทความรีวิวเที่ยวเกียวโต (Kyoto)

นารา (Nara)

นารา (Nara / 奈良) เคยเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นก่อนที่จะย้ายมายังเมืองเกียวโต ที่เมืองนาราแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง สำหรับที่ห้ามพลาดเลยก็คือ วัดพระใหญ่ Todaiji Temple และสวน Nara Park ที่เต็มไปด้วยกวาง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ก็ยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ อาทิ วัด Kofokuji Temple, ศาลเจ้า Kasuga Taisha Shrine, วัด Horyuji Temple, พระราชวัง Heijo Palace, พิพิธภัณฑ์ Nara National Museum เป็นต้น และนักท่องเที่ยวก็ยังสามารถแวะช้อปปิ้งกันได้ที่ย่านเมืองเก่า Naramachi

โกเบ (Kobe)

เมืองโกเบ (Kobe / 神戸) เป็นเมืองหลักของจังหวัดเฮียวโงะ (Hyogo) คนไทยอาจจะคุ้นชื่อเมืองในเรื่องสเต็กโกเบ แต่เมืองนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ เพราะเป็นเมืองริมทะเล อาทิ Kobe Harborland รวมถึงหอคอย Kobe Port Tower และ Kobe Maritime Museum ที่เรียกได้ว่าเป็นวิวสัญลักษณ์ของเมืองก็ว่าได้ และเนื่องจากโกเบเป็นเมืองท่าที่ค้าขายกับต่างชาติตั้งแต่สมัยอดีด จึงมีที่เที่ยวซึ่งเป็นย่านของยุโรปอย่าง Kitano-cho และย่านไชน่าทาวน์ Nankinmachi ให้เยี่ยมชม สำหรับคนที่ชอบชมธรรมชาติก็สามารถขึ้นมาชมวิวสวยๆ บนเขา Mount Rokko และมาแวะพักแช่ออนเซ็นที่ Arima Onsen ก็ได้

● ภูมิภาคคิวชู (Kyushu)

ฟุกุโอกะ (Fukuoka)

เมืองฟุกุโอกะ (Fukuoka / 福岡) เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคิวชู และยังเป็นอีกเมืองหลักที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทยเนื่องจากมีเที่ยวบินตรงมาลงและสามารถเดินทางไปยังจังหวัดใกล้เคียงบนเกาะคิวชูได้อย่างสะดวก สถานที่ท่องเที่ยวในฟุกุโอกะมีให้เลือกมากมาย อาทิ วัด Shofukuji Temple, ศาลเจ้า Dazaifu Tenmangu, ห้างสรรพสินค้า Canal City Hakata, ย่านเมืองใหม่ Seaside Momochi ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Fukuoka Tower, อุโมงดอกวิสทีเรียที่สวน Kawachi Fuji Garden ซึ่งจะผลิดอกสวยงามที่สุดในช่วงปลายเดือนเมษายน – กลางเดือนพฤษภาคม

เบปปุ (Beppu)

เมืองเบปปุ (Beppu / 別府) เป็นเมืองในจังหวัดโออิตะ (Oita) มีชื่อเสียงมากในเรื่องของการเแช่ออนเซ็นหรือบ่อน้ำพุร้อน ซึ่งมีจำนวนบ่อมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองนี้เรียกว่า Jigoku หรือบ่อนรกทั้งแปด ซึ่งในแต่ละบ่อก็มีลักษณะที่แตกต่างกันไป และตั้งอยู่ในโซนต่างๆ ของเมือง นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถบัสไปทัวร์บ่อต่างๆ ได้ สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ของเมืองเบปปุก็ยังมีอาทิ กระเช้าขึ้นภูเขา Tsurumi, พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Umitamago Aquarium, Takasakiyama Monkey Park รวมถึงการไปอบทรายร้อนริมทะเล

การเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่ห่างจากประเทศไทยโดยใช้เวลาในการเดินทางด้วยเครื่องบินขาไปประมาณ 6 ชั่วโมง ส่วนขากลับอยู่ที่ประมาณ 7 ชั่วโมง ปัจจุบันมีสายการบินหลายสายที่บินตรงจากประเทศไทยไปยังเมืองต่างๆ ของประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ โตเกียว (TYO), ซัปโปโร (CTS), โอซาก้า (KIX), นาโกย่า (NGO), ฟุกุโอกะ (FUK), และ โอกินาว่า (OKA) สำหรับเมืองอื่นๆ นั้นสามารถนั่งสายการบินที่ไปแวะพักเพื่อต่อเครื่องในประเทศอื่นได้ หรือต่อเครื่องบินภายในประเทศญี่ปุ่นก็ได้ ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมงขึ้นไป

ราคาค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับระหว่างไทยและญี่ปุ่นในช่วงโปรโมชั่นอยู่เพียง 8,000 บาทสำหรับสายการบินแบบ Low Cost เช่น ไทยแอร์เอเชียเอกซ์ (Thai AirAsia X), นกสกู๊ต (NokScoot) และประมาณ 15,000 – 17,000 บาท สำหรับสายการบินแบบ Full Service เที่ยวบินตรง เช่น การบินไทย (Thai Airways), เจแปนแอร์ไลน์ (Japan Airlines) หรือประมาณ 10,000 บาท สำหรับสารการบินที่ต้องไปต่อเครื่องในประเทศอื่น เช่น สิงคโปร์แอร์ไลน์ (Singapore Airlines), เวียดนามแอร์ไลน์ (Vietnam Airlines)

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· แนะนำเส้นทางบินไปญี่ปุ่น & สายการบินไปญี่ปุ่น แบบบินตรงและแวะพัก

การเดินทางท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นมีเมืองน่าเที่ยวกระจายอยู่ในทุกภูมิภาค หากต้องการท่องเที่ยวในหลายๆ เมือง การใช้บัตรแบบเหมาจ่ายหรือที่เรียกว่ากันว่าพาส (Pass) ก็เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าเพราะสามารถใช้เดินทางด้วยพาหนะต่างๆ ได้อย่างไม่จำกัดจำนวนเที่ยว

สำหรับคนที่กลัวหลงหรือเดินทางลำบากก็มีทัวร์ญี่ปุ่นให้บริการอยู่หลากหลายรูปแบบ ซึ่งสามารถเลือกเดินทางประเทศไทยซึ่งเป็นทัวร์แบบเต็มรูปแบบที่จะรวมการเดินทางในญี่ปุ่นพร้อมไกด์นำเที่ยว หรือเลือกเป็นทัวร์เสริมที่จะออกเดินทางจากเมืองหลักๆ ของญี่ปุ่นก็ได้

รถไฟ

รถไฟหลักๆ ในญี่ปุ่นมีของบริษัทรถไฟญี่ปุ่น JR (Japan Railway) ซึ่งครอบคลุมทั่วประเทศ และบริษัทของเอกชนในแต่ละท้องถิ่น ส่วนรถไฟใต้ดินจะมีให้บริการเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ เช่น โตเกียว, โอซาก้า, เกียวโต, โกเบ, ซัปโปโร, ฟุกุโอกะ เป็นต้น เวลาเดินทางข้ามเมืองนั้นจึงนิยมใช้รถไฟของ JR เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูงหรือชินคันเซ็น และรถด่วนขบวนต่างๆ

เช็คเที่ยวรถไฟทางออนไลน์ได้ที่ Google Map และ hyperdia.com

หากต้องการเดินทางไปในหลายๆ ภูมิภาค ทางบริษัท JR ก็มีบัตรรถไฟออกมาซึ่งเรียกว่า JR Rail Pass (JR Pass) โดยเป็นสามารถขึ้นรถไฟ รถบัสและเรือเฟอร์รี่ของบริษัท JR ได้อย่างไม่จำกัดเที่ยว ภายในระยะเวลาที่กำหนด นอกจากนั้น ก็ยังมีพาสย่อยๆ ในแต่ละภูมิภาคให้เลือกอีกมากมาย

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· รวมบทความเกี่ยวกับรถไฟในญี่ปุ่น
· ข้อมูล JR Rail Pass แบบต่างๆ และการสั่งซื้อทางออนไลน์

Klook.com

รถบัส

การเดินทางข้ามเมืองด้วยรถบัสในญี่ปุ่นนั้นค่อนค่างสะดวกสบาย บนรถมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและสามารถโหลดสำภาระใต้ท้องรถได้ ที่สำคัญคือค่าโดยสารมีราคาถูกกว่าการเดินทางด้วยรถไฟ แต่อาจใช้เวลาเดินทางนานกว่า นอกจากนี้นักท่องเที่ยวก็ยังนิยมใช้บริการรถบัสกลางคืน (Night Bus) สำหรับการเดินทางข้ามเมืองไกลๆ เพราะช่วยประหยัดค่าโรงแรมได้และไปถึงยังเมืองจุดหมายปลายทางในตอนเช้า

จองรถบัสทางออนไลน์ได้ที่ japanbusonline.com, highway-buses.jp

สำหรับการเดินทางภายในเมืองนั้นก็มีรถประจำทางให้บริการเช่นกัน และในเมืองที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น เกียวโต โกเบ เซนได คาวากุจิโกะ ก็จะมีบริการรถบัสไปยังสถานที่ต่างๆ และจำหน่ายบัตรเหมาไม่จำกัดจำนวนเที่ยวอีกด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· รวมบทความเกี่ยวกับรถบัสในญี่ปุ่น

เครื่องบิน

สายการบินภายในประเทศญี่ปุ่นมีทั้งแบบ Full Service เช่น Japan Airlines, All Nippon Airways (ANA) และ Low Cost เช่น Peach Air, Vanilla Air, Jetstar Japan, Skymark เป็นต้น การเดินทางข้ามเมืองด้วยเครื่องบินนั้นมีราคาค่อนข้างถูก ยิ่งไปกว่านั้น ค่าโดยสารของสายการบิน Low Cost ในบางเส้นทางนั้นอาจจถูกกว่ารถไฟชินคันเซ็นเลยด้วยซ้ำ แต่ทั้งนี้อาจไม่คล่องตัวเท่าเพราะต้องเผื่อเวลามารอขึ้นเครื่องและโหลดกระเป๋า

โรงแรมที่พักในญี่ปุ่น

ในญี่ปุ่นนั้นมีที่พักให้เลือกหลายประเภทและหลายราคา ตั้งแต่โรงแรมแคปซูลที่เป็นห้องเล็กๆ นอนได้เพียงหนึ่งคน โฮสเทลราคาประหยัดสำหรับแบ็คแพ็คเกอร์ โรงแรมธุรกิจระดับ 3 ดาว ราคาไม่แพง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป โรงแรมสไตล์ตะวันตกที่มีห้องพักหรูหรากว้างสบายและเรียวกังซึ่งเป็นโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นพร้อมบ่อแช่ออนเซ็น ตลอดจนบ้านพักต่างอากาศและโฮมสเตย์ท่ามกลางธรรมชาติ รวมถึงที่พักของ Airbnb ซึ่งโดยมากเป็นห้องในอพาร์ตเมนต์พร้อมครัว สามารถทำอาหารเองได้ ราคาถูกกว่าห้องพักของโรงแรม

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· แนะนำและรีวิวโรงแรมที่พักในญี่ปุ่น การจองโรงแรมราคาถูก ที่พักราคาประหยัด

การตั้งงบเที่ยวญี่ปุ่น

ในการวางแผนค่าใช้จ่ายๆ แนะนำให้แบ่งงบในการเที่ยวญี่ปุ่นออกเป็น 6 ส่วนหลักๆ ซึ่งครอบคลุมสำหรับการใช้จ่ายตลอดทั้งทริป ทั้งแต่ค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และพ็อกเก็ตมันนี่ (หากต้องการตีเป็นเงินบาทไทย ให้ลองใช้เรทเงินเยน x 0.3)

1. ตั๋วเครื่องบินไปกลับ

หากจองตั๋วในช่วงปกติที่ไม่ตรงกับช่วงเทศกาลหยุดยาวของไทยจะอยู่ที่ประมาณ

  • Low Cost (บินตรง) ประมาณ 8,000 – 10,000 บาท
  • Full Service (บินตรง) ประมาณ 15,000 – 20,000 บาท
  • Full Service (ต่อเครื่อง) ประมาณ 10,000 – 12,000 บาท

2. โรงแรมที่พัก (ราคาต่อคืน)

มีให้เลือกหลากหลายระดับตามความหรูและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงทำเลที่ตั้งและช่วงเวลาเข้าพัก

  • โรงแรมแคปซูล ประมาณ 3,000 – 5,000 เยน/คน
  • โฮสเทล / เกสเฮาส์
    • ห้องรวม เริ่มต้นประมาณ 2,000 เยน/ห้อง
    • ห้องส่วนตัว เริ่มต้นประมาณ 3,000 – 5,000 เยน/ห้อง
  • โรงแรมธุรกิจ
    • ห้องพักคนเดียว เริ่มต้นประมาณ 5,000 เยน/ห้อง
    • ห้องพักสองคน เริ่มต้นประมาณ 7,500 เยน/ห้อง
  • โรงแรมสไตล์ตะวันตก (ค่อนข้างหรู) เริ่มตั้งแต่ 12,000 – มากกว่า 50,000 เยน/ห้อง
  • เรียวกัง (โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่น) เริ่มตั้งแต่ 10,000 – มากกว่า 50,000 เยน/ห้อง
  • Airbnb เริ่มตั้งแต่ 1,000 – มากกว่า 40,000 เยน/ห้อง

3. ค่าเดินทางในประเทศ

มีหลากหลายรูปแบบการเดินทาง หากต้องการประหยัดแนะนำให้วางแผนท่องเที่ยวที่สามารถใช้งาน Pass ต่างๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่น

  • JR Pass (ทั่วประเทศ) เริ่มต้นประมาณ 30,000 เยน/คน
  • JR Tokyo Wide Pass ประมาณ 10,000 เยน/คน
  • Tokyo Subway Ticket เริ่มต้นประมาณ 800 เยน/คน
  • Osaka Amazing Pass เริ่มต้นประมาณ 2,700 เยน/คน
  • วันที่ไม่ใช้พาส/ไปนอกเหนือเส้นทางพาส ประมาณ 1,000 – 2,000 เยน/วัน/คน
  • ขับรถเที่ยว ค่าเช่ารถ+ประกันภัย (รถนั่ง 4 คน) เริ่มต้นวันละ 12,000 เยน/คัน

4. ค่าเข้าชมสถานที่

ให้คำนวณจากสถานที่ที่จะไปเพื่อจะได้ทราบค่าใช้จ่ายที่แน่นอน โดยมากแล้วค่าเข้าสถานที่ต่างๆ จะอยู่ที่ตัวเลขโดยประมาณตามตัวอย่างดังนี้

  • ค่าเข้าชมสวนสนุกใหญ่ๆ เช่น Disneyland, USJ ประมาณ 7,500 – 8,500 เยน/คน
  • ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ใหญ่ๆ หรือจุดชมวิวสูงๆ เช่น Kaiyukan, TOKYO SKYTREE ประมาณ 3,000 เยน/คน
  • ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์เล็กๆ, วัดและศาลเจ้า, ปราสาท ประมาณ 500 – 1,000 เยน/คน

5. ค่าอาหาร

อาจจะเตรียมไปโดยคำนวณคร่าวๆ อยู่ที่ประมาณ 4,000 เยน/วัน หากต้องการรับประทานอาหารแพงๆ ควรเตรียมเงินไปเผื่อนอกเหนือจากนี้

  • อาหารทั่วไป/จานด่วน+เครื่องดื่ม ประมาณ 1,000 เยน/มื้อ
  • อาหารทะเล/เป็นเซ็ต+เครื่องดื่ม ประมาณ 1,500 เยน/มื้อ
  • บุฟเฟต์ปิ้งย่าง (เนื้อธรรมดา) ประมาณ 3,000 เยน/คน
  • น้ำเปล่า/ชาเขียว/น้ำผลไม้/น้ำอัดลม 100 – 200 เยน/ขวด
  • ขนม/ของว่าง ราคามีหลากหลาย เผื่อไว้ 1,000 เยน/วัน

6. ค่าช้อปปิ้ง

ขึ้นอยู่กับงบประมาณ ยกตัวอย่างเช่น

  • ขนมของฝากในสนามบิน ประมาณ 1,000 – 2,000 เยน/กล่อง
  • ขนมทั่วไป เช่น ช็อคโกแลต ประมาณ 100 – 500 เยน/กล่อง,ถุง
  • กระเป๋าเป้ทรงยอดฮิต ประมาณ 5,000 – 6,000 เยน/ใบ
  • รองเท้าผ้าใบลำลอง ประมาณ 10,000 – 15,000 เยน/คู่
  • เครื่องสำอางในร้านขายยา ประมาณ 1,000 – 3,000 เยน/ชิ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม:
· ค่าครองชีพด้านอาหารการกินในประเทศญี่ปุ่นสำหรับตั้งงบเที่ยว

รูปภาพโดย : Kzy, 5tHbeaR, สตรอเบอร์รี่น้อยฯ, Ladyduck, ミルク MilKame
เขียนเมื่อ Jan 21, 2016
อัพเดทล่าสุด Oct 1, 2020

บทความการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com