การมาเที่ยวหมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) ซึ่งเป็นหมู่บ้านมรดกโลกชื่อดังของญี่ปุ่นช่วงหน้าร้อนที่ทุ่งนาเขียวๆ นั้นเป็นหนึ่งในความฝันของแอดมินเลยค่ะ เราว่าช่วงที่ต้นข้าวกำลังเขียวชะอุ่มเต็มทุ่งอย่างนี้ ดูแล้วสดชื่นมากๆ อีกทั้งอากาศก็ยังไม่ร้อนมาก เพราะเป็นเมืองที่อยู่ในหุบเขาสูง สามารถเดินเที่ยวได้ชิลๆ ไม่ต้องห่วงกับสภาพอากาศมากนัก อย่างในช่วงที่มีหิมะตกจนหนาในหน้าหนาว อาจทำให้การท่องเที่ยวนั้นไม่สะดวกสบายเท่า

สำหรับคนที่อยากจะชมบรรยากาศในช่วงหน้าร้อนของหมู่บ้านแห่งนี้ว่าจะฟินแค่ไหน วันนี้เราก็เอารีวิวการเที่ยวชิราคาวาโกะในช่วงต้นเดือนกันยายนมาฝากเพื่อนๆ กันนะคะ เป็นช่วงปลายๆ หน้าร้อน เตรียมเข้าสู่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี อากาศกำลังดีเลยทีเดียวค่ะ

เกี่ยวกับหมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)

ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go / 白川郷) เป็นส่วนหนึ่งของ หมู่บ้านชิราคาวะ (Shirakawa-mura / 白川村) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือในจังหวัดกิฟุ (Gifu) ของภูมิภาคจูบุ (Chubu) ก่อตั้งเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1919 ประกอบด้วย 16 หมู่บ้าน โดยโซนที่นักท่องเที่ยวนิยมมานั้นคือ “หมู่บ้านโอกิมาจิ (Ogimachi / 荻町)” ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและเป็นที่รู้จักในชื่อ “หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)” นั่นเอง

เอกลักษณ์ที่มีชื่อเสียงอย่างมากของที่นี่ก็คือ บ้านญี่ปุ่นโบราณมีหลังคาทรงสูงแบบการพนมมือที่เรียกว่า “Gassho-Zukuri (合掌造り)” ซึ่งมีอายุเก่าแก่นับร้อยปีและยังได้รับการอนุรักษ์มาเป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้บ้านต่างๆ ยังเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เยี่ยมชม และเปิดให้นักท่องเที่ยวค้างคืนแบบ Homestay ซึ่งเรียกว่า “Minshuku (民宿)” อีกด้วย ซึ่งเป็นโอกาสที่จะได้สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นี่

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: ml.shirakawa-go.org/en/ (ภาษาอังกฤษ)

ประวัติความเป็นมา

ชื่อของ “ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)” ปรากฏอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1176 สำหรับบ้านเรือนสไตล์ Gassho-Zukuri ที่เห็นในปัจจุบันนั้นสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1800 ซึ่งอยู่ในช่วงยุคเอโดะ (Edo) โดยบ้านที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุมากกว่า 300 ปี

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO ในปี ค.ศ. 1995 ควบคู่กับหมู่บ้านโกคายามะ (Gokayama) ของจังหวัดโทยามะ (Toyama) ภายใต้ชื่อ “หมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิรากาวาโกและโกคายามะ (Historic Villages of Shirakawa-go and Gokayama)” และกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในแถบภูมิภาคนี้ที่หลายคนอยากมาเยือน

ฤดูการท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเยี่ยมชมหมู่บ้านชิราคาวาโกะได้ตลอดทั้งปี โดยช่วงที่แนะนำเป็นพิเศษก็มีดังนี้

  • ฤดูหนาว: เป็นช่วงพีคที่สุด เพราะเป็นช่วงที่หมู่บ้านมีหิมะสีขาวปกคลุมอย่างสวยงาม และมีช่วงประดับไฟ (Shirakawago Winter Light-Up) ในระหว่างเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ (จะมีการประกาศวันที่แน่นอนในแต่ละปี)
  • ฤดูใบไม้ผลิ: มีไฮไลท์อยู่ที่ช่วงปลายเดือนเมษายน – ต้นพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ซากุระบานสีชมพูหวานๆ กำลังบานสะพรั่ง
  • ฤดูร้อน: ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม – ต้นเดือนกันยายนเป็นช่วงที่ทุ่งนากำลังเขียวชะอุ่ม อากาศกำลังดี ไม่ร้อนจนเกินไป
  • ฤดูใบไม้ร่วง: ช่วงที่เหมาะแก่การชมใบไม้เปลี่ยนสีอยู่ที่ประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน เป็นช่วงที่หมู่บ้านแต่งแต้มไปด้วยใบไม้หลากสีสันอันสวยงามมากๆ

วิธีการเดินทางมายังชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)

Shirakawa-go Bus Terminal
Shirakawa-go Bus Terminal

วิธีการเดินทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวมายังหมู่บ้านชิราคาวาโกะ คือ การนั่งรถบัสจากเมืองใกล้เคียงมาลงที่ Shirakawa-go Bus Terminal [ดูแผนที่] หรือ รถส่วนตัวซึ่งสามารถเช่าได้จากเมืองต่างๆ ซึ่งในบทความนี้จะขอแนะนำในส่วนของการเดินทางด้วยรถบัสจากเมืองหลักๆ ดังนี้

การเดินทางจากเมืองทาคายาม่า (Takayama)

นั่งรถบัสจากท่ารถ Takayama Nohi Bus Center ใช้เวลาประมาณ 50 นาที มีรถออกทุกชั่วโมง [ดูตารางเวลาได้ที่นี่]

ข้อมูลเพิ่มเติม: [รีวิว] การเดินทางจากทาคายามาไปชิราคาวาโกะ (Takayama → Shirakawa-go) ด้วยรถบัส

การเดินทางจากเมืองคานาซาว่า (Kanazawa)

นั่งรถบัสจากหน้าสถานี JR Kanazawa ใช้เวลาประมาณ 75 นาที มีรถออกเกือบทุกชั่วโมง [ดูตารางเวลาได้ที่นี่]

ข้อมูลเพิ่มเติม: [รีวิว] การเดินทางจากคานาซาว่าและชิราคาวาโกะ (Kanazawa ↔ Shirakawa-go) ด้วยรถบัส

การเดินทางจากเมืองโทยาม่า (Toyama)

นั่งรถบัสจากหน้าสถานี JR Toyama ใช้เวลาประมาณ 120 นาที มีรถออก 4 เที่ยวต่อวัน [ดูตารางเวลาได้ที่นี่]

รีวิวเที่ยวหมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)

เราเดินทางจากเมืองทาคายาม่า มายังหมู่บ้านชิราคาวาโกะด้วยพาส SHORYUDO Highway Bus Ticket นะคะ ไม่ต้องจ่ายค่าโดยสารรถบัสเพิ่มเลย เรามาถึงที่หมู่บ้านตอน 4 โมงเย็น ถ้าใครยังไม่มีแผนที่ก็เข้าไปหยิบได้ที่ด้านในท่ารถบัส Shirakawa-go Bus Terminal นะคะ [หรือดาวโหลดที่นี่] จากนั้นเราก็เดินเข้าไปในหมู่บ้านกันเลยค่ะ จากท่ารถบัสก็ให้ข้ามทางม้าลายตามรูปด้านบนแล้วเดินตรงเลาะไปตามถนนค่ะ

“Irori (いろり)” ร้านของฝากแรกที่เจอ

เดินต่ออีกนิดจะเจอทางแยก ตรงริมถนนซ้ายมือที่เห็นนี้คือจุดขึ้น Shuttle Bus ไปยังจุดชมวิวด้านบนนะคะ เดี๋ยวเราจะมารีวิวกันอีกที แต่ตอนนี้เราจะมุ่งหน้าไปที่ Minshuku ที่จองไว้ซึ่งจะต้อง Check-in ก่อน 5 โมงเย็นค่ะ

ยังพอมีเวลาให้เดินเตร็ดเตร่อยู่ ก็แวะถ่ายรูปซะหน่อย ตรงนี้คือ “Ogimachi Park (荻町公園)” และมีร้านขายของฝาก “Okesa (民芸品店おけさ)” อยู่ด้วยค่ะ

เดินตามถนนขึ้นมาอีกจนเจอร้าน “Ebisuya (恵びす屋)” และป้ายบอกทางเลี้ยวไปยังวัด “Myozenji Temple (明善寺)” เราก็เลี้ยวซ้ายกันตรงนี้ค่ะ บ้านพักของเราอยู่ใกล้ๆ กับวัดนี้

วัด Myozenji Temple (明善寺) อยู่ตรงที่เห็นเป็นซุ้มประตูนะคะ

เจอกับทุ่งนาเขียวๆ มาเยอะแล้ว เพิ่งเจอแปลงดอกไม้สีอื่นตรงแปลงหน้าบ้านหลังนี้

ถึงแล้วค่า~ บ้าน Hisamatsu (久松) เราจะค้างคืนกันที่นี่ค่ะ ตกคนละ 9 พันกว่าเยน มีอาหารให้มือเย็นกับมื้อเช้า (เยอะมากและอร่อยมาก) และนอนกันบนฟูกในห้องเสื่อทาทามิแบบญี่ปุ่นด้วยค่ะ ใครอยากดูรายละเอียดการจองและรีวิวที่พักแบบ Minshuku ที่ชิราคาวาโกะนี้ สามารถอ่านได้ที่นี่เลยค่ะ » [รีวิว] Hisamatsu ที่พักแบบ Minshuku (Homestay) หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)

หลังจากเช็คอิน Check-in พักทานขนมและชาที่บ้านแล้ว ยังพอมีเวลาเที่ยวในช่วงรอทานอาหารเย็นค่ะ เราก็ออกมาเที่ยวกันต่อเลยจ้า ทุกนานีมีค่า อิอิ โดยจะไปที่สะพานแขวนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพัก

ก่อนจะเจอกับสะพานก็ต้องเดินผ่านตรอกข้างๆ ร้านของฝาก “Oishinbo (おいしんぼ)” และศาลเจ้า “Akiba Shrine (秋葉神社)” นี้ค่ะ

แต่ก่อนรถบัสที่จะมายังหมู่บ้านชิราคาวาโกะ ก็จะมาจอดอีกฝั่งของสะพานแขวน “Deai-bashi (であい橋)” นี้ แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนที่จอดไปแล้วมาจอดที่เดียวกับฝั่งหมู่บ้าน แต่อีกฝั่งของสะพานนี้ก็ยังมีที่สำหรับจอดรถยนต์สำหรับคนที่ขับรถมาเที่ยว รวมถึงยังมีพิพิธภัณฑ์อยู่ด้วยค่ะ แต่ว่าตอนที่ไปเป็นช่วงหลัง 5 โมงแล้ว ซึ่งพิพิธภัณฑ์ได้ปิดเรียบร้อยแล้ว เราเลยยังไม่ได้ข้ามไปฝั่งนั้น แต่ช่วงนี้ก็คนไม่ค่อยเดินมาแล้ว สามารถถ่ายรูปกันได้สบายๆ เลยค่ะ

“แม่น้ำโชกาวะ (Shogawa 庄川)” ถ่ายจากบนสะพานแขวน ลิบๆ ก็เห็นมีบ้านอยู่ เดี๋ยวเราจะไปยังโซนนั้นค่ะ เพื่อไปตามหาบ้านสามหลังที่คนชอบไปถ่ายรูปกัน เราต้องข้ามกลับมาทางเดิม แล้วเดินไปตามถนนหลักของหมู่บ้านนะคะ ถ้าดูจากแผนที่ก็จะเรียกว่า “Kanmachi (かん町)” ค่ะ

ระหว่างเดินไปตามถนนก็จะเห็นสะพาน Deai-bashi จากอีกมุมด้วยค่ะ

เดินไปไกลกันพอสมควรเลยค่ะ บนถนนก็ไม่มีรถ ไม่มีคนเลย เพราะเย็นแล้วด้วย

จากที่จินตนาการไว้ว่าถ้าเดินไปตามถนนก็จะเจอมุมของบ้านสามหลังนี้อยู่ตรงหน้า สรุปว่าความเป็นจริงมันไม่ใช่ค่ะ คือเราเดินมาจนถึงตรงที่ไม่มีบ้านคนแล้ว แต่ก็ยังหาบ้านสามหลังนั้นไม่เจอ บรรยากาศก็ค่อนข้างวังเวงเลยค่ะ เลยตัดสินใจเลี้ยวกลับ ปรากฏว่ามองเห็นบ้านเรียงกันอยู่ โป๊ะเชะ! มุมนี้ละค่ะ (เกือบไปแล้ว ฮาาา) และเราก็ได้ภาพมุมยอดฮิตของหมู่บ้านชิราคาวาโกะมาเป็นอันเรียบร้อย คืนนี้นอนหลับฝันดีแล้วค่ะ พรุ่งนี้ค่อยไปเก็บภาพมุมสูงของหมู่บ้านต่อ อิอิ

แป๊บๆ ก็ถึงเวลาทานอาหารเย็นตอน 6 โมงแล้วค่ะ ก็รีบจ้ำกันหน่อย จากตรงบ้านสามหลังเดินกลับเข้ามากลางหมู่บ้านก็ใช้เวลากันประมาณ 10-15 นาทีได้ค่ะ ไกลพอสมควร แต่ก็คุ้มค่ะที่จะเดินไปนะคะ พอกลับถึงบ้านพัก วางกระเป๋า คุณป้าเจ้าของบ้านก็เรียกทานข้าวพอดีเลยค่ะ (ยังไม่ได้ล้างไม้ล้างมือเลย เอิ๊ก)

ได้เห็นมื้อเย็นก็ต้องร้องว้าว~~~ เลยค่ะ อลังการมากกก ส่วนของเนื้อที่อยู่บนเตานั้นปกติจะต้องเป็นเนื้อวัวค่ะ แต่เรารีเควสไปตอนจองว่าไม่ทานเนื้อวัว เค้าเลยเปลี่ยนเป็นเนื้อหมูให้ค่ะ มื้อนี้อิ่มกันพุงกางเลยค่ะ

เติมพลังแล้วก็ออกมาถ่ายรูปตอนกลางคืนเสียหน่อย มาแล้วต้องเอาให้คุ้ม ปรากฏว่าข้างนอกบ้านมืดตึ้ดตื๋อ มองไม่เห็นอะไรเลย เลยถ่ายแค่ภาพของหน้าบ้านพักมาค่ะ จากนั้นก็กลับเข้าบ้านไปอาบน้ำนอนเอาแรงไว้พรุ่งนี้ค่ะ

เช้าแล้วก็มาลุยกันต่อโลด~~~ อาหารเช้าพร้อมเสิร์ฟตอน 7 โมงครึ่ง มื้อนี้ก็อร่อยอีกแล้ว อิ่มจนพุงกางอีกเช่นเคย มิโสะที่อยู่บนเตาอร่อยมากกก

พอ Check-out จากที่พักแล้ว เราก็แบกกระเป๋าออกจากบ้านพักมาเลยค่ะ ว่าจะไปฝากตรงท่ารถบัส ระหว่างทางเจอฝาท่อของหมู่บ้านก็ต้องแชะภาพมาซะหน่อย ตอนเช้าก็ยังหนาวๆ แต่พอเดินไปเจอแดดแป๊บเดียว ใส่เสื้อยืดแขนสั้นตัวเดียวเดินยังรู้สึกว่าร้อนเลย ฮาาา

บ้านเรือนในหมู่บ้านก็มีแบบทรงธรรมดาและทรง Gassho-zukuri นะคะ

เดินมาเจอจุดนี้น่ารักมุ้งมิ้งมาก เป็นอีกจุดที่แนะนำให้มาถ่ายรูปเลยค่ะ ถ้าดูในแผนที่ของหมู่บ้านก็อยู่แถวๆ ร้าน “Nomura (そば処 乃むら)” นะคะ

เดินลัดเลาะตามถนนมาจนถึงถนนสายหลัก พอมองขึ้นไปด้านบน ก็จะเห็นหลังคาบนเนินเขา ตรงนั้นคือจุดชมวิวมุมสูง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของหมู่บ้านที่เรากำลังจะมุ่งหน้าไปกันค่ะ

แต่ว่าเรายังมีกระเป๋าสัมภาระอยู่ เลยแวะเอามาฝากที่ตู้ล็อคเกอร์ตรงท่ารถบัส Shirakawa-go Bus Terminal ก่อน

ตู้ล็อคเกอร์มีแต่ไซส์ใหญ่ๆ มีให้เลือก 2 ไซส์ สามารถใส่เป้ใหญ่ๆ หรือ กระเป๋าเดินทางได้สบายๆ ช่องเล็กราคา 600 เยน ช่องใหญ่ราคา 800 เยน

ตัวเบาแล้วก็มาเที่ยวกันต่อค่ะ เนื่องจาก Shuttle Bus ไปจุดชมวิวยังไม่มา เลยแวะมาถ่ายรูปตรงหน้าบ้าน “Wada House (和田家)” ที่อยู่ใกล้ๆ จุดขึ้นรถกันก่อน ถ้าจะเข้าไปดูในบ้านมีค่าเข้า ผู้ใหญ่ 300 เยน เด็ก 150 เยนค่ะ

สำหรับค่าโดยสารของ Shuttle Bus ไปจุดชมวิวนั้น ผู้ใหญ่อยู่ที่ 200 เยน เด็ก 6-11 ขวบ 100 เยน อายุต่ำกว่านี้ขึ้นฟรีค่ะ การจ่ายเงินก็ให้จ่ายตอนลงรถนะคะ (คนขับมีทอนเหรียญให้ได้)

ตารางเวลาของ Shuttle Bus รถออกทุก 20 นาที เที่ยวแรกตอน 9 โมง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที

รถจะมาจอดตรงจุดจอดด้านบนเนินเขา จากนั้นเราก็เดินมายังจุดชมวิว Shiroyama Viewpoint กันค่ะ

ตรงจุดนี้ก็มีบริการถ่ายรูปให้ด้วย เสร็จแล้วก็จะไปปริ้นแปะอยู่ตรงซุ้มทางเข้าจุดชมวิว ใครอยากได้รูปต้องจ่ายเงิน 1,500 เยนนะคะ

เขียวมากๆ ทั้งทุ่งนา และภูเขา แดดดี ฟ้าสวย ลั้ลลา~

ซูมเข้าไปอีกนิด

ตอนนี้แค่ 10 โมงนิดๆ คนยังมาเที่ยวกันไม่เยอะ

ร้านขายของฝากบนจุดชมวิว และข้างๆ ก็เป็นซุ้มที่ขายรูปที่ถ่ายตรงจุดชมวิวค่ะ

เสร็จแล้วก็มารอขึ้น Shuttle Bus กลับลงไปข้างล่าง จริงๆ จะเดินลงไปก็ได้ เค้าว่าใช้เวลาประมาณ 15 นาที แต่เห็นแดดเปรี้ยงอย่างนี้ขอบาย ยอมเสียตังค์ค่ารถอีกรอบค่ะ หุหุ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาด้วยรถบัส จะเดินทางมาถึงที่หมู่บ้านชิราคาวาโกะ กันตอนประมาณเกือบๆ 9 โมง และเท่าที่สังเกตทัวร์จะเริ่มมากันตอนประมาณ 11 โมงค่ะ ช่วงเช้าๆ นี้ก็เป็นโอกาสดีสำหรับคนที่พักที่หมู่บ้านในการเดินเที่ยวเช่นกันค่ะ

ส่งท้าย

ถ้าจะมาเที่ยวหมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) ในช่วงหน้าร้อนและอยากเห็นนาเต็มทุ่งนั้น จะเป็นช่วงกลางเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนกันยายนค่ะ ส่วนช่วงใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ก็ประมาณเดือนพฤศจิกายน สำหรับหิมะฟูๆ ก็จะเป็นช่วงเดือนมกราคมถึงต้นเดือนมีนาคมนะคะ ซึ่งถ้ามีโอกาสอีก เราก็อยากมาเที่ยวตอนหิมะฟูๆ ขาวๆ และมาดูการประดับไฟในตอนมืดค่ะ เห็นรูปคนอื่นแล้วสวยมากๆ คงจะฟินน่าดู

สำหรับวันนี้ก็ขอจบรีวิวเที่ยวหมู่บ้านชิราคาวาโกะไว้เพียงเท่านี้ ในตอนหน้าเราจะพาไปรีวิว Hida no Sato หมู่บ้านสไตล์ Gassho-zukuri อีกแห่งที่เมืองทาคายาม่านะคะ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีค่า

อ่านตอนต่อไป » [รีวิว] Hida no Sato (Hida Folk Village) หมู่บ้านพื้นเมืองที่ทาคายามา (Takayama)

เขียนเมื่อ Sep 28, 2017 
อัพเดทล่าสุด Jun 27, 2019

รีวิวเที่ยวชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go)

แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com