งานเทศกาลหิมะซัปโปโร (Sapporo Snow Festival) เรียกได้ว่าเป็นงานที่ห้ามพลาดเลยสำหรับเลยค่ะสำหรับคนที่มาเที่ยวฮอกไกโด (Hokkaido) ช่วงหน้าหนาวในตอนประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ สำหรับในบทความนี้ เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับงานเทศกาลหิมะที่เมืองซัปโปโร พร้อมกับรีวิวบรรยากาศของงานที่เราได้ไปมานะคะ ว่าแล้วก็ไปดูกันดีกว่า…ว่าจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน~

เกี่ยวกับงาน Sapporo Snow Festival

งานเทศกาลหิมะซัปโปโร (Sapporo Snow Festival) มีจุดเริ่มต้นมาจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในเมืองซัปโปโรที่ได้สร้างรูปปั้นหิมะจำนวนเพียง 6 ตัวที่สวนโอโดริ (Odori Park) ในปี ค.ศ. 1950 ซึ่งนับเป็นปีแรกของงานเทศกาลหิมะของเมืองซัปโปโรนั่นเอง โดยในปีนั้นมีผู้เข้าร่วมกว่า 5 หมื่นคน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายอย่างมาก ต่อมาจึงได้กลายเป็นงานเทศกาลในช่วงฤดูหนาวที่สำคัญของเมืองที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้กว่าล้านคน

งานเทศกาลหิมะซัปโปโรยังถือได้ว่าเป็นงานเทศกาลหิมะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยจัดเป็นประจำทุกปีในช่วงประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานจากหิมะและน้ำแข็งมากกว่า 200 ผลงาน รวมถึงการประกวดประติมากรรมหิมะจากนานาชาติ ซึ่งก็มีทีมจากประเทศไทยมาร่วมด้วยค่ะ

ตารางจัดงาน Sapporo Snow Festival

การจัดงานเทศกาลหิมะซัปโปปี 2021 จะจัดทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 4 – 25 กุมภาพันธ์ 2021 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://online.snowfes.com/en/

พื้นที่การจัดงานเทศกาลหิมะซัปโปสามารถแบ่งได้เป็น 3 โซน โดยมีเวลาจัดงานที่แตกต่างกัน ได้แก่

Sapporo Snow Festival (Odori Site)

  • บริเวณจัดงาน:
    • สวนโอโดริ (Odori Park) *เป็นพื้นที่จัดงานหลัก
      Nishi 1 Chome – Nishi 12 Chome [ดูแผนที่]
  • ช่วงเวลาจัดงาน:
    • ปี 2021: ยกเลิกเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัส
    • ปี 2020: 4 – 11 กุมภาพันธ์ 2020 (เปิดไฟถึง 22:00 น.)
    • ปี 2019: 4 – 11 กุมภาพันธ์ 2019
    • ปี 2018: 5 – 12 กุมภาพันธ์ 2018
  • การเดินทาง :
    • นั่งรถไฟ Sapporo Subway Nanboku Line (สายสีเขียว) หรือ Toho Line (สายสีน้ำเงิน) หรือ Tozai Line (สายสีส้ม) มาลงที่สถานี Odori
    • เดินจากสถานี Sapporo ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

Sapporo Snow Festival (Tsudome Site)

  • บริเวณจัดงาน:
  • ช่วงเวลาจัดงาน:
    • ปี 2021: ยกเลิกเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัส
    • ปี 2020: 31 มกราคม – 11 กุมภาพันธ์ 2020 (เปิด 9:00 – 17:00 น.)
    • ปี 2019: 31 มกราคม – 11 กุมภาพันธ์ 2019
    • ปี 2018: 1 – 12 กุมภาพันธ์ 2018
  • การเดินทาง:
    • นั่งรถไฟ Sapporo Subway Toho Line (สายสีน้ำเงิน) มาลงที่สถานี Sakaemachi และเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที

Sapporo Snow Festival (Susukino Site)

SUSUKINO ICE WORLD

  • บริเวณจัดงาน:
    • Nishi 4-chome Avenue (ถนนใกล้กับสถานี Susukino) [ดูแผนที่]
      *ตั้งอยู่ระหว่าง Minami 4 Jo-dori และ Minami 7 Jo-dori ( Ekimae-dori) )
  • ช่วงเวลาจัดงาน:
    • ปี 2021: ยกเลิกเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัส
    • ปี 2020: 4 – 11 กุมภาพันธ์ 2020 (เปิดไฟถึง 23:00 น. วันสุดท้ายเปิดถึง 22:00 น.)
    • ปี 2019: 4 – 11 กุมภาพันธ์ 2019
    • ปี 2018: 5 – 12 กุมภาพันธ์ 2018
  • การเดินทาง:
    • นั่งรถไฟ Sapporo Subway Nanboku Line (สายสีเขียว) มาลงที่สถานี Susukino
    • นั่งรถไฟสาย Sapporo Subway Toho Line (สายสีน้ำเงิน) มาลงที่สถานี Hossuisusukino
  • ข้อมูลเพิ่มเติม:

หมายเหตุ: ห้ามใช้โดรนในบริเวณการจัดงาน

รีวิวงาน Sapporo Snow Festival (Odori Site)

งานเทศกาลหิมะซัปโปโรที่สวนโอโดริในปี 2017 ที่เราไปมานั้นจัดตรงกับวันที่ 6 – 12 กุมภาพันธ์นะคะ เนื่องจากว่าพื้นที่จัดงานที่นี่มีระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร โดยแบ่งโซนตั้งแต่ 1 ถึง 12 Chome (Chome = บล็อก) ทำให้เราสามารถเดินเล่นเยี่ยมชมจุดต่างๆ ได้โดยไม่เบื่อเลยค่ะ เรียกว่าสามารถอยู่กับงานได้ทั้งวันเลยททีเดียว เดี๋ยวเราจะพาเดินชมบรรยากาศกันรอบๆ เลยนะคะ

Donshin Ice Square

Donshin Ice Square

ก่อนที่จะมาเป็นรูปสลักน้ำแข็งอันวิจิตรตระการตาให้เราชมกันนั้น ทุกอย่างเกิดจากสิ่งนี้ค่ะ ‘ไอเดีย’ ที่มาจากความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคน ในที่นี้เป็นการนำภาพวาดของเด็กๆ ในเมืองซัปโปโรมาสร้างให้เป็นของจริงค่ะ

เมื่อออกมาเป็นของจริงก็มีรูปลักษณ์อย่างที่เห็นนี้ อาจจะไม่ได้เน้นความสมจริงในด้านสามมิติ แต่ความน่ารักและการทำให้ไอเดียของเด็กๆ ออกมาเป็นของจริงนั้นกลับเป็นสิ่งน่าทึ่งและน่าสนใจกว่า ช่วยส่งเสริมการสร้างไอเดียใหม่ๆ ให้กับเด็กๆ อีกด้วยค่ะ

นอกจากการชมผลงานจากหิมะและน้ำแข็งที่จัดแสดงแล้ว ในงานก็มีกิจรรมต่างๆ ที่สามารถเข้าร่วมได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อย่างเช่นในส่วนของภาพด้านบนนั้นก็เป็นการรับของจากสปอนเซอร์ที่มาแจกสินค้าในงาน โดยการเข้าร่วมกิจกรรมในบูธ ก็จะได้รับน้ำเปล่ารสโยเกิร์ตเป็นของรางวัลค่ะ

นอกจากนี้ ตอนที่เราไปนั้นบริเวณงานก็เริ่มมีงานแกะสลักหิมะให้เห็นกันบ้างแล้วค่ะ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเข้าไปถ่ายรูปในบริเวณที่เขากำหนดเอาไว้ให้ การเดินชมงานจะมีการกำหนดทิศทางเดินในแบบ ‘One Way’ หรือการเดินทางเดียว ซึ่งจะให้เราเดินชิดฝั่งขวาเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยค่ะ

ถัดจากด้านหน้าเข้ามาก่อนถึงโซนรับประทานอาหาร เราจะเห็นกำแพงน้ำแข็งมีทางลึกเข้าไป เมื่อมองไปด้านในก็พบว่าเป็นบริเวณสูบบุหรี่นั่นเองค่ะ ทำได้เข้ากับบรรยากาศของงานเลยทีเดียว

แถ่น แท๊นน และแล้วเราก็มาถึงโซนขายอาหารโซนแรก ใช่ค่ะ อ่านไม่ผิด ที่บอกว่าเป็นโซนแรก ก็เพราะด้านในจะมีอีกหลายโซนค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอะไรให้ทาน และด้วยความที่แอดมินมาฮอกไกโดในช่วงเทศกาลที่มีการออกร้านขายอาหารทะเลเป็นครั้งแรก ประกอบกับอาหารปิ้งย่างที่ขายในงานนั้นล้วนแต่เป็นอาหารที่หากินได้ยากทั้งในประเทศไทยและเมืองหลวงของญี่ปุ่นอย่างโตเกียวเอง แต่ที่นี่กลับขายกันเป็นเรื่องธรรมดา งานนี้ก็จัดสิค้าาา…

จัดมาค่ะ หมู หมึก กุ้ง หอย ปู ปลา มาให้หมด!!! อิ อิ ในส่วนของราคานั้นก็ถือว่าอยู่ในราคาปกติของอาหารประมาณนี้ ก็เกือบๆ 1,000 เยนต่อเมนู อาทิ ขาปู ขาละ 1,000 เยนนี้ แต่อร่อยเหาะเล้ย!

HTB PARK AIR Square

HTB PARK AIR Square

ถัดจากของกินโซนแรก เราก็ได้เข้ามาใกล้โซนสกีจำลองค่ะ ซึ่งมีการประกวดและการโชว์การกระโดดสะกี และความยักษ์ใหญ่นี้ก็ได้รับสนับสนุนจาก Shiroi koibito โรงงานขนมชื่อดังของฮอกไกโดนั่นเอง ลานสกีจะเริ่มประมาณ 11:00 น. และในช่วงก่อนเริ่มงานก็จะมีคนกระโดดเพื่อทดสอบหิมะและเพื่อวอร์มก่อนขึ้นโชว์จริงค่ะ

แต่งานนี้ไม่ใช่เล่นๆ นะคะ ช่วงแรกอาจจะเป็นนักสกีหน้าใหม่ พอถึงช่วงที่มีคนมาเยอะๆ ตอนประมาณเที่ยงๆ ก็จะเป็นโชว์ของนักสกีมีอันดับและมีชื่อเสียง แบบจริงจังมาก คนที่เขามีอันดับสูงๆ เก่งๆ โดดสวยมากจริงๆ บางคนเป็นผู้หญิงด้วย เท่ห์ฝุดๆ จนอยากให้พี่เขามาสอนจังเล้ยย >///<

แอบปลาบปลื้มกับนักกีฬากันพอหอมปากหอมคอ ก็มาเดินเล่นกันต่อค่ะ เป็นโซนรูปปั้นหิมะขนาดเล็ก ซึ่งจะมีการตั้งเรียงกันไว้ตามรายทาง เป็นผลงานขนาดไม่ใหญ่แต่เน้นที่ความหลากหลายและน่ารัก

เพื่อนๆ จะเห็นว่ามีการกั้นทางเอาไว้ให้เดินอยู่ด้วย เนื่องจากว่ามีหิมะสะสมสูงจนเกือบถึงเอวในบริวเวณลานกว้าง หากไม่ทำทางเอาไว้ เราก็ไม่สามารถเดินได้เลยค่ะ อีกอย่างเราจะไม่รู้เลยว่าที่เราเหยียบไปนั้นข้างใต้คืออะไร การจัดสรรการเดินชมงานเช่นนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่เข้ามาชมงานเทศกาลโดยเฉพาะนะคะ

บรรยากาศแบบใกล้เข้ามาอีกนิด ตอนที่แอดมินมางาน คนยังมาไม่เยอะเพราะเข้าไปตอนเช้าๆ บรรยากาศก็จะสบายๆ หน่อย ด้านหน้ารูปสลักหิมะจะเห็นว่ามีป้ายเขียนเอาไว้ด้วย ซึ่งจะบอกว่ารูปสลักนั้นคือรูปอะไร และแน่นอนว่างานเทศกาลหิมะซัปโรนั้นโด่งดังในต่างประเทศมาก ป้ายต่างๆ จึงมีภาษาอังกฤษกำกับไว้ให้หายห่วงค่ะ

รูปปั้นหิมะนี้ถูกใจแอดมินเป็นพิเศษค่ะ ลุง PPAP (Pen–Pineapple–Apple-Pen ) ซึ่งข้างๆ ลุงก็มี ลุงทรัมป์ ที่ถือ ปากกาและแอปเปิ้ลด้วย เป็นการเอาเทรนด์ในช่วงนั้นมาสร้างสรรค์ให้คนมีอารมณ์ร่วมด้วยนั่นเอง

International Square

International Snow Sculpture Contest

นอกจากโซนโชว์แล้วก็มาโซนของการประกวดกันบ้าง ซึ่งจะเป็น International Snow Sculpture Contest ที่รวบรวมผลงานการประกวดของชาติต่างๆ ที่มาร่วมแข่งขันในงานค่ะ ในช่วงแรกๆ ของงานจะเป็นช่วงที่เริ่มสร้างสรรผลงานกัน ใครที่อยากเห็นแบบที่เสร็จแล้วควรจะมาหลังจากวันเปิดงานไปแล้วสัก 2-3 วันค่ะ

ยอมรับว่าตอนแรกที่ไปคิดว่าจะเป็นผลงานรูปแกะที่ใหญ่ๆ แบบอลังการงานสร้าง แต่ของจริงที่เห็นนั้นเป็นหิมะแกะสลักขนาดกลาง ใหญ่กว่าตัวคนเล็กน้อย แต่ข้อดีคือเดินดูได้สบายตากว่า ซึ่งในปี 2017 ผลงานของไทยเป็น ‘มวยไทย’ แม้จะไม่ได้รางวัลชนะเลิศ แต่การที่ได้เห็นผลงานของประเทศไทยในงานนานาชาติ เราเองก็ภูมิใจไม่น้อย อิ อิ สำหรับปี 2018 ก็มีทีมไทยเข้าร่วมอีกเช่นกันค่ะ มาในคอนเซ็ป ‘ไก่ชน’ รอติดตามกันนะคะว่าปีนี้จะได้รางวัลชนะเลิศมั้ย

ผลงานของฮ่องกง

นอกจากได้เห็นผลงานประเทศตัวเองแล้วก็ยังมีโอกาสได้เห็นฝีมือของประเทศอื่นๆด้วย ซึ่งมีทั้งเน้นเรื่องความสวยงาม เรื่องไอเดียความคิดสร้างสรรค์ เน้นดูแบบศิลปะ ก็มีบ้างที่เข้าถึง และเข้าไม่ถึง (ฮา)

อันนี้อาจจะต้องจินตนาการกันสักหน่อย

Star Wars Stage

Sapporo Snow Festival 2017 at Star Wars Stage

หลังจากชมผลงานขนาดกลางก็มาถึงผลงานขนาดยักษ์กันบ้างค่ะ (ใหญ่พอๆ กับภูเขาเล็กๆ เลยค่ะ) ซึ่งส่วนใหญ่จะทำติดกับตัวเวทีต่างๆ และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘เวที Star Wars’ ซึ่งมีตารางกิจกรรม รวมถึงกำหนดการที่ตัวละครของ Star Wars จะขึ้นเวทีอีกด้วยค่ะ เวทีนี้เป็นหนึ่งในหลายๆ เวทีของงานเทศกาลหิมะซัปโปโร โดยในแต่ละปีจะจัดเวทีในรูปแบบและไอเดียๆ แตกต่างกันออกไปค่ะ

หลังจากที่ไปดูตารางเวลามาแล้ว และเห็นว่ายังไม่ถึงเวลากิจกรรม เราก็มาหาความอบอุ่นให้ร่างกายด้วยราเมง อุด้ง โซบะ หรืออะไรก็ตามที่มันร้อนนน ใครชอบแอลกอฮอล์ต้องจัดค่ะ ร้อนไปถึงกระเพาะแน่ๆ หึ หึ

นอกจากมนุษย์ปกติอย่างเราแล้ว ก็ยังมีมนุษย์มาสคอตมาด้วย คือน่าจะเป็นมนุษย์มาสคอสที่มีความสุขกับการใส่ชุดกว่าใคร เพราะชุดคงจะอุ่นน่าดู น้องเค้าเป็นมาสคอตดอกไม้ค่ะ มีสีสันแสบทรวงและหลายๆ มือนี้ได้ โมเดลมาจากไหน ไคร่อยากรู้จริงจัง (ฮา)

เดินถัดไปก็เจออีกเวทีแล้วค่ะ ตอนแรกนึกว่าพระราชวังของจีน แต่จริงๆ เป็นพระราชวังของประเทศเกาหลี เวทีนี้ก็มีกิจกรรมเช่นเดียวกัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสถานทูตของเกาหลี ใกล้ๆ กันนั้นก็จะมีธงชาติและป้ายบอกประวัติของปฏิมากรรมนี้เขียนเอาไว้ด่วย ในช่วงกลางคืนก็จะมีการเปิดไฟประดับสวยงามมากๆ ค่ะ

ถัดจากเวทีพระราชวัง ก็มาถึงโซนยุโรปกันบ้าง ซึ่งก็คือประตูชัยของฝรั่งเศส หรือในภาษาฝรั่งเศสคือ ‘Arc de triomphe de l’Étoile (อาร์ก เดอ ทรียงฟ์ เดอเลตวล)’ อ่านยากมาก ฮ่าๆ แต่ก็สวยและละเอียดมากก ถ้าได้ไปเห็นของจริงที่ฝรั่งเศสบ้างก็คงจะดีนะคะ และเช่นกันว่าได้รับการสนับสนุนจากสถานทูตฝรั่งเศสจ้า

หมึกย่างราดซีอิ้ว (ราคา 600 เยน)

ไม่รู้เป็นอะไร เจอร้านอาหารทีไร ท้องของแอดมินก็ร้องทุกที แต่ตัดใจซื้อปูขาละพันเยนไม่ลง เอาหมึกย่างซีอิ้วร้อนๆ โรยด้วยพริกไทยดำไปละกันเน๊อะ อาหารทะเลย่างสดๆ นี่มันนุ่มลิ้นดีจริงๆ

ร้านขายปู TARABA จัดส่งฟรีทั่วประเทศ (ญี่ปุ่น) นะจ๊ะ ^^

ร้านนี้แนะนำสำหรับเพื่อนๆ ที่มีกำลังทรัพย์เลยค่ะ หิ้วกลับไปทั้งตัวยังได้ ขายกันเหมือนราคาถูก (แต่ไม่ถูกนะจ๊ะ) คือหาทานได้ง่ายกว่าพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่ติดทะเลมากแบบมากที่ซู้ดดด ถ้าแอดมินมีตังค์นะ (ซึ่งก็ไม่ค่อยจะมีหรอก) จะซื้อมาแล้วแเบกขึ้นเครื่องบินกลับไปโตเกียวสักหลายๆ ตัว!

Hansen’s Almond Factory

อีกหนึ่ง ‘ความฮอกไกโด’ ที่แอดมินเชื่อสนิทใจ อะไรที่แพงๆ อร่อยๆ หาได้ที่นี่ทั้งนั้น และนี่ก็คือหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่แพงและอร่อย เม็ดอัลมอนด์จากโรงงาน Hansen’s Almond Factory เลยจ้า เขายกผลิตภัณฑ์เด็ดๆ มาให้ชิม มาให้จับจ่ายใช้สอยย ง่อออ แพงนะ แต่ก็อยากซื้อออ ^^

Melon-Kuma

อีกหนึ่ง ‘มาสคอต’ ดังของฮอกไกโด Melon-Kuma เป็น Official Mascot ของ Yu-bari Melon ซึ่งเป็นอีกหนึ่งดีไซน์ที่น่าจับตามองว่า… ไอเดียนี้ได้มาจากไหน แต่ที่มากกว่านั้น มันงับหัวเราได้ด้วย! คือพีคตรงนี้ เป็นจุดที่สามารถเรียกความสนใจจากคนที่มาร่วมงานได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

นอกจากกิจกรรมความสนุกสนานและอิ่มท้องแล้ว ก็มีกิจกรรมที่ได้บุญด้วยค่ะ โดยเพื่อนๆ สามารถร่วมลงชื่อสนับสนุนให้มีการส่งสัตว์ทะเลกลับบ้านได้ ซึ่งจะมีการอัพเดตรายชื่ออยู่ข้างๆ เคาท์เตอร์ด้วยค่ะ เพียงแค่ลงชื่อ ไม่จำเป็นต้องเขียนภาษาญี่ปุ่นเป็นก็ได้ กรอกชื่อ (ชื่อเราเป็นภาษาอังกฤษ) และที่อยู่ (เป็นชื่อประเทศก็พอ) ไม่ยากคะ่ ปีต่อๆ ไปใครที่เจอซุ้มนี้ ก็แวะทำบุญกันได้นะคะ

นอกจากการลงชื่อส่งสัตว์ทะเลกลับบ้านแล้วก็มาเจอพี่ๆ สองคนที่ยืนถือป้าย ‘Free Hugs‘ แอดมินรู้สึกว่าอยากลองทำอะไรแบบนี้บ้าง ซึ่งก็ดีต่อใจมากมาย แค่เวลาสั้นๆ ที่เรากอดเขา ก็ได้ยินคำหนึ่งตลอด ‘Thank you, Thank you so much’ มันเป็นคำสั้นๆ แต่น่าแปลกใจว่า ทำให้เรารู้สึกดีมากๆ การได้รับการขอบคุณเพียงเพราะเราให้กอดกับเขา มันอาจจะเล็กน้อยแต่อาจจะยิ่งใหญ่สำหรับบางคน มนุษย์เราทำอะไรดีๆ ได้ง่ายๆ แค่เราได้ลองลงมือทำ ใครผ่านไปมาลอง ‘ให้’ กอดกับพี่เขาบ้างนะคะ หวังว่าจะเจอพี่เขาในปีถัดๆ ไปเช่นกัน

ส่งท้าย

งานเทศกาลหิมะซัปโปโร (Sapporo Snow Festival) นี้เป็นการเดินเที่ยวงานเทศกาลท่ามกลางหิมะครั้งแรกของแอดมิน ทุกอย่างล้วนแต่ตื่นตาตืนใจไปหมด ทั้งการท่องเที่ยว การชมงานแกะสลักหิมะสวยๆ กิจกรรมที่มีส่วนร่วม และการได้กิน กิน กิน อาหารที่เราไม่ค่อยได้ทานกันมากนัก เผลอๆ ก็ใช้เวลาไปครึ่งค่อนวันแล้วค่ะ

สำหรับพื้นการจัดงานเทศกาลที่ย่าน Susukino ซึ่งมีชื่อ’koว่า SUSUKINO ICE WORLD นั้นแอดมินก็ได้ไปชมมาในช่วงตอนเย็นของอีกวันค่ะ ที่นั่นจะเน้นผลงานการะแกะสลักน้ำแข็ง คนที่สนใจสามารถดูรีวิวได้ที่นี่นะคะ » SUSUKINO ICE WORLD

ในคราวหน้าเราจะพาไปไปเดินเล่นที่โอตารุ (Otaru) หนึ่งในเมืองที่โรแมนติกที่สุดเมืองหนึ่งของเกาะฮอกไกโดนะคะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่า!

อ่านตอนต่อไป » [รีวิว] Otaru Music Box Museum Main Hall หาของฝากที่พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ

เขียนเมื่อ : Feb 5, 2018 
อัพเดทล่าสุด : Feb 4, 2021

บทความเที่ยวฮอกไกโด (Hokkaido)

รีวิวเที่ยวฮอกไกโดช่วงเทศกาลหิมะ
รีวิวเที่ยวฮอกไกโด *เพราะคิดถึงจึงมาหา♥ (ซัปโปโร – โอตารุ)

+ ดูบทความเที่ยวฮอกไกโดทั้งหมด

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com