ใครที่เห็นรูปการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ก็มักจะเจอกับวิวภูเขาไฟฟูจิและเจดีย์แดง ซึ่งมุมมหาชนที่ว่านี้ก็คือ “เจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda)” นั่นเองค่ะ เจดีย์นี้อยู่ใกล้ๆ กับ “ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko)” แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตรอบโตเกียว สามารถจัดเป็นทริป 1 วันแบบไปเช้า-เย็นกลับจากโตเกียวได้เลยนะคะ

เกี่ยวกับเจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda)

เจดีย์แดงชูเรโต (Chureito Pagoda)เจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda / 忠霊塔) เป็นเจดีย์สีแดงห้าชั้นซึ่งตั้งอยู่บนเขาในสวนอาราคุระยามะเซนเกน (Arakurayama Sengen Park) เมืองฟูจิชิโยดะ (Fujishiyoda) ในจังหวัดยามานาชิ (Yamanashi)

เจดีย์ชูเรโตแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1959 เพื่อรำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตในสงครามของเมืองฟูจิโยชิดะ รูปแบบของเจดีย์ชูเรโตนั้นมีที่มาจากวัดชิเทนโนจิ (Shitennoji Temple) ในจังหวัดโอซาก้า (Osaka) โดยมีความสูง 19.5 เมตร ภายในเป็นที่เก็บป้ายสุสานของทหารในสงคราม

สำหรับคนที่จะขึ้นมาชมความงามของเจดีย์ จะต้องเดินขึ้นบันไดเกือบ 400 ขั้นเลยทีเดียว จากด้านหลังเจดีย์ชูเรโตสามารถเก็บภาพทั้งเจดีย์สีแดงและภูเขาไฟฟูจิพร้อมวิวของเมืองฟูจิชิโยดะได้อย่างสวยงาม สถานที่แห่งนี้จึงได้กลายมาเป็นจุดถ่ายรูปที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาติ โดยจะมีผู้มาเยือนเป็นจำนวนมากในช่วงซากุระบานช่วงประมาณกลางเดือนเมษายน

การเดินทางมาเจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda)

  • การเดินทางจากโตเกียว
    • นั่งรถไฟ JR Chuo Line (มีหลายขบวนทั้งรถธรรมดาและรถด่วน เช่น AZUSA, KAIJI) จากสถานี Shinjuku มาลงที่ Otsuki แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสาย Fujikyu Railway มาลงที่สถานี Shimoyoshida (ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง) จากนั้นต้องเดินต่อ (ใช้เวลาประมาณ 20 นาที)
      • ใช้ JR Tokyo Wide Pass ได้ฟรีตลอดเส้นทาง
      • ถ้าใช้ JR PASS (All area) หรือ JR EAST PASS (Tohoku area หรือ Nagano, Niigata area) จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในเส้นทางของ Fujikyu Railway เพิ่ม
    • นั่งรถบัสทางด่วน จากท่ารถ Shinjuku Expressway Bus Terminal มาลงที่ป้าย Chuodo Shimoyoshida จากนั้นต้องเดินต่อ (ใช้เวลาประมาณ 10 นาที)
  • การเดินทางจากคาวากุจิโกะ
    • นั่งรถไฟสาย Fujikyu Railway จากสถานี Kawaguchiko มาลงที่สถานี Fujishiyoda (ใช้เวลาประมาณ 20 นาที) จากนั้นต้องเดินต่อ (ใช้เวลาประมาณ 20 นาที)

รีวิวเที่ยวเจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda)

เริ่มการเดินทางจากโตเกียวกันเลยนะคะ เนื่องจากโรงแรมที่เราพักนั้นอยู่ตรงย่านอุเอโนะ เราก็ต้องขึ้นรถไฟ JR Yamanote Line จากสถานี Ueno มาที่สถานี Shinjuku ก่อน ซึ่งถ้าเช็คการเดินทางมาจาก Hyperdia ก็จะบอกชานชาลาที่รถไฟจอดไว้เลยค่ะ พอมาถึงที่สถานีก็มองหาป้ายบอกทางไปชานชาลาได้เลย ซึ่งในเที่ยวที่เราจะไปนี้ก็จอดที่ชานชาลาหมายเลข 9

Limited Express SUPER AZUSAรถไฟขบวนนี้เป็น Limited Express SUPER AZUSA คนที่ถือพาสของ JR ก็ไปจองที่นั่งล่วงหน้าฟรีได้เลยค่ะ

สถานี Otsukiรถไฟออกตอน 7:00 น. และมาถึงสถานี Otsuki ในจังหวัดยามานาชิ (Yamanashi) ตอน 7:55 น. ขบวนนี้เป็นรถด่วนพิเศษ จอดค่อนข้างน้อย ใช้เวลาเดินทางไม่นานค่ะ เมื่อลงรถไฟที่สถานี Otsuki ก็มองหาป้ายบอกทางเปลี่ยนเป็นสาย Fujikyu Railway แล้วเดินตามไปเลย สถานีเล็กๆ ใช้เวลาเดินแป๊บเดียวค่ะ

สถานี Otsukiคนที่ถือ JR Tokyo Wide Pass สามารถโชว์พาสแล้วเดินผ่านเกทไปขึ้นสาย Fujikyu Railway ได้เลย ส่วนคนที่ไม่มีพาส หรือคนที่ใช้ JR PASS (All area) หรือ JR EAST PASS ก็ต้องมาซื้อตั๋วก่อน (สามารถใช้ IC Card อย่าง Suica หรือ PASMO ได้)

Otsuki - Shimoyoshidaตั๋วจากสถานี Otsuki – Shimoyoshida รถธรรมดา (ขบวน Local หรือ Rapid) ราคา 960 เยน

Fujikyu Railwayตรงนี้เป็นสถานีต้นทางของสาย Fujikyu Railway นะคะ อยากได้ที่นั่งดีๆ ต้องรีบมาเข้าคิวรอขึ้นกันหน่อย แนะนำให้นั่งทางฝั่งซ้ายมือ จะเห็นภูเขาไฟฟูจิเยอะกว่า โดยรถจะออกตอน 8:17 น. และจะไปถึงสถานี Shimoyoshida ตอน 8:58 น.

ภูเขาไฟฟูจิวันนี้ฟ้าใส เห็นภูเขาไฟฟูจิชัดมาก ตอนเช้าก็ลุ้นกันตัวโก่งเลย เพราะเมื่อวานฝนตกค่ะ (ฟ้าหลังฝนมักจะแจ่ม อิอิ) และตอนระหว่างทางที่นั่งรถไฟมาจากโตเกียว ยังเห็นเมฆเยอะมาก แต่พอมาถึงแถบนี้ฟ้าใสแจ๋วเลย

สถานี Shimoyoshidaพอลงรถที่สถานี Shimoyoshida ก็ต้องเดินข้ามทางรถไฟเข้าไปยังสถานีก่อน สถานีค่อนข้างเล็กเลยค่ะ ภายในสถานีมีห้องน้ำ สามาถรถแวะทำธุระได้ก่อนไปลุยกันต่อค่ะ

ป้ายบอกทางไปเจดีย์เมื่อออกมายังหน้าสถานีก็จะเจอป้ายบอกทางไปเจดีย์ชูเรโต (Chureito Pagoda) ที่อยู่ตรงสวนอาราคุระยามะเซนเกน (Arakurayama Sengen Park) ก็เดินไปตามทางกันเลยค่ะ ใช้เวลาเดินรวมไต่บันไดขึ้นไปด้านบนประมาณ 20 นาที (ป้ายเขาว่าอย่างนั้นนะ หุหุ) ระหว่างทางก็มีป้ายบอกตลอดทาง ไม่หลงแน่นอน

ทางรถไฟเดินเลี้ยวจากสถานีให้เดินข้ามทางรถไฟ แล้วก็เลี้ยวซ้ายตามป้ายค่ะ เดินไปเรื่อยๆ จนเจอทางด่วนก็ให้เลี้ยวซ้ายไปก่อน

ทางด่วนแล้วเลี้ยวขวารอดทางด่วนอีกที เดินมาอีกนิดเดียวก็จะเจอบันไดทางขึ้นแล้วค่ะ

ทางขึ้นไปศาลเจ้าบันไดตรงนี้ยังเบาะๆ นะ (เอิ๊ก)

วิวเแรกที่จะเจอก็คือประตูเสาโทริอิสีแดงของศาลเจ้าอาราคุระยามะเซนเกน (Arakurayama Sengen Shrine) จากสถานีมาถึงตรงนี้ก็ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาทีค่ะ

ศาลเจ้าอาราคุระยามะเซนเกน (Arakurayama Sengen Shrine)พอรอดประตูแล้วกลับหลังหัน ก็จะเห็นภูเขาไฟฟูจิอยู่ในกรอบประตูเลยค่า ตรงนี้ก็เป็นอีกมุมมหาชนของที่นี่ค่ะ

ศาลเจ้าอาราคุระยามะเซนเกน (Arakurayama Sengen Shrine)จากนั้นก็เดินกันต่อ เราก็จะเจอกับอาคารของศาลเจ้าอาราคุระยามะเซนเกน (Arakurayama Sengen Shrine)

ชมวิวฟูจิพอเลี้ยวมาก็จะเจอกับบริเวณลานเล็กๆ มีร้านขายของและขายอาหารด้วย รวมทั้งมีที่นั่งพักชมวิวฟูจิ ตอนที่มาเป็นวันที่ 19 เมษายน ดอกซากุระร่วงไปแล้ว (ปีนี้บานเร็วด้วยค่ะ) ไม่อย่างนั้นคงฟินสุดๆ ไปเลย

ทางขึ้นไปเจดีย์ Chureito Pagodaพักเหนื่อยกันสักครู่ก็เตรียมกำลังขาไต่บันไดได้เลยค่ะ จากตรงนี้จะต้องขึ้นบันไดไปด้านบน 398 ขั้น ใช้เวลาไต่กันประมาณ 10 – 15 นาทีแล้วแต่ความฟิตค่ะ (เอิ๊ก~)

บันไดขึ้นไปเจดีย์ไต่ไป หอบไป (จากหนาวๆ ก็ต้องถอดเสื้อคลุมกันเลยทีเดียว)

เจดีย์แดงชูเรโต (Chureito Pagoda)เมื่อมาถึงด้านบนเขาก็เห็นเป็นลานบริเวณเจดีย์(ยังมีซากุระบานเหลืออยู่ 1 ต้น ดีใจจัง) แต่ถ้าจะไปถ่ายรูปตรงมุมมหาชนด้านหลังเจดีย์ก็ต้องขึ้นบันไดที่อยู่ด้านหลังเจดีย์อีกหน่อย

เจดีย์แดงชูเรโต (Chureito Pagoda)เจดีย์แดงชูเรโต (Chureito Pagoda)

ด้านบนนั้นจัดเป็นระเบียงไม้และมีขั้นบันไดให้ยืนถ่ายรูปกันเลยค่ะ ตอนที่เราไปคนแน่นเลยทีเดียว (ตรงนี้ติดป้ายไว้ว่าห้ามใช้ขาตั้งกล้องนะคะ)

ภูเขาไฟฟูจิ

เก็บภาพเสร็จ ก็กลับลงไปกันค่า ลงบันไดไป ก็ชมฟูจิกันไป เห็นฟูจิกันอิ่มเลยทริปนี้ รวมใช้เวลาเที่ยวที่นี่ประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ จากนั้นเราก็จะไปเที่ยวกันต่อที่ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) นะคะ รอบก่อนมาแล้วเจอฝน มองไม่เห็นฟูจิเลย คราวนี้ก็ต้องไปซ่อมกันหน่อย อิอิ

Fujiyama Ciderเดินมาหอบแฮ่กๆ แล้วก็แวะหาน้ำเย็นๆ ดื่มให้ชื่นใจตรงร้านข้างสถานี Shimoyoshida สำหรับในรูปนี้ก็คือ Fujiyama Cider เป็นน้ำโซดาหวานๆ ซ่าๆ ของขึ้นชื่อของสถานที่ท่องเที่ยวรอบฟูจิค่ะ

รถไฟที่จะไปสถานี Kawaguchiko จะออกตอน 11:11 น. และจะไปถึงตอน 11:24 น. มีเวลาเที่ยวได้อีกครึ่งวันเลยค่ะ สำหรับด้านล่างนี้ก็เป็นลิงค์บทความเที่ยวคาวากุจิโกะที่เราและเหล่าแอดมินไปกันมาค่ะ เป็นเมืองยอดฮิตของพวกเราจริงๆ มีรีวิวเพียบ อิอิ สามารถเลือกอ่านเพิ่มเติมกันได้เลยนะคะ วันนี้ก็ขอลาไปก่อน สวัสดีค่า


บทความเที่ยวคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) ดูทั้งหมด »

● สถานที่ท่องเที่ยว

· [รีวิว] สถานีคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Station) แนะนำร้านค้าและโรงแรมรอบๆ สถานี
· [รีวิว] ไปชิลๆ ที่คาวากุจิโกะกันเถอะ! แวะช้อปที่ Kawaguchiko Herb Hall
· [รีวิว] ไปชิลๆ ที่คาวากุจิโกะกันเถอะ! ชมวิวทะเลสาบคาวากุจิโกะและภูเขาไฟฟูจิ
· [รีวิว] เที่ยว Kawaguchiko ในวันที่ฝนตก อากาศไม่เป็นใจ ก็เพลินได้
· [รีวิว] เที่ยว Kawaguchiko Music Forest (Kawaguchiko Orgel no Mori)
· [รีวิว] ทุ่งลาเวนเดอร์ในฝัน ณ Oishi park ที่ Kawaguchiko
· [รีวิว] เที่ยวงาน Fuji Shibazakura Festival (Pink Moss) ที่ Kawaguchiko
· [รีวิว] ชม Shibazakura+เครื่องเล่น 4D Fuji Airways ที่ Fuji Q Highland
· [รีวิว] พาไปเข้าถ้ำลาวา Saiko Bat Cave ที่ทะเลสาบไซโกะ (Saiko Lake)!

● ร้านค้าและร้านอาหาร

· [รีวิว] สถานีคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Station) แนะนำร้านค้าและโรงแรมรอบๆ สถานี
· [รีวิว] FUJIYAMA COOKIE คุกกี้ของฝากขึ้นชื่อของ Kawaguchiko
· [รีวิว] Kawaguchiko Cheese Cake Garden พักเติมพลังกับชีสเค้กอร่อยๆ
· [รีวิว] Fuji Tempura IDATEN ร้านเทมปุระอร่อยๆ ใกล้สถานี Kawaguchiko
· [รีวิว] JAPANESE RESTAURANT Mt.Fuji View ร้านอาหารหน้าสถานี Kawaguchiko
· [รีวิว] คอร์สแช่ออนเซ็น & กินชาบูชาบูในฝันที่ Sakuraan Kawaguchiko Hotel

Comments

comments

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com