วันนี้เราอยากจะพาไปท่องเที่ยวแถบเกียวโต (Kyoto) กันบ้าง และแน่นอนว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizu-dera Temple) หรือที่เรียกกันว่า “วัดน้ำใส” นั่นเอง เราจึงอยากจะแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับวัดแห่งนี้และพาไปรีวิวเที่ยวชมวัดกันด้วยนะคะ

เกี่ยวกับวัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizu-dera Temple)

วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizu-dera Temple / 清水寺)

ประวัติความเป็นมา

วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizu-dera Temple / 清水寺) เป็นวัดชื่อดังหนึ่งในสมบัติของชาติของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในฝั่งตะวันตกของเมืองเกียวโต (Kyoto) (ฝั่งเดียวกับวัดทองคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple)) วัดแห่งนี้มีประวัติศาสตร์มากกว่า 1,200 ปี แต่อาคารที่เราเห็นในปัจจุบันนี้เป็นอาคารที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 380 กว่าปีก่อนนี่เอง

จุดเด่นที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ของวัดคิโยมิสึก็คืออาคารไม้หลังใหญ่และระเบียงที่สูง 13 เมตร มีตำนานในสมัยเอโดะ (Edo) เล่าถึงการกระโดดจากระเบียงแห่งนี้ว่า “หากใครรอดชีวิตจากการกระโดดจากระเบียงนี้ก็จะสมปราถนา” ซึ่งก็มีคนรอดชีวิตจริงๆ เสียด้วย แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันห้ามมิให้มีการกระโดดแล้ว

ในส่วนของชื่อวัดคำว่า “Kiyomizu (清水)” นั้นหมายถึงน้ำบริสุทธิ์ ในภาษาไทยเราจึงเรียกกันว่าวัดน้ำใส (เข้าใจว่าคำว่าวัดน้ำใสนั้นมีภาพลักษณ์ของความสะอาดและบริสุทธิ์) และนอกจากนี้ “น้ำใสบริสุทธิ์” ยังเป็นอีกหนึ่งความเชื่อในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ที่วัดคิโยมิสึแห่งนี้ ซึ่งก็คือน้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) น้ำตก 3 สายที่ไหลลงสู่บ่อน้ำ ซึ่งมีความหมายคือ สุขภาพ ความรัก และความสำเร็จในการศึกษา (ใครอยากสมหวังสิ่งไหนก็เลือกดื่มได้นะคะ)

ข้อมูลการเยี่ยมชม

  • ค่าเข้าชม:
    • ผู้ใหญ่ 400 เยน
    • เด็ก 200 เยน
  • เวลาทำการ:
    • เปิดทุกวัน 6:00 – 18:00 น. (บางช่วงจะมีเปิดรอบกลางคืน ตั้งแต่ 17:30 หรือ 18:00 – 21:00 น.) ข้อมูลเวลาทำการเพิ่มเติม » www.kiyomizudera.or.jp/en/

วิธีการเดินทาง

การเดินทาง
hyperdia.com

รถไฟ

สถานีรถไฟใกล้เคียง คือ

  • Kiyomizu-Gojo (รถไฟสาย Keihan Main Line) เดินประมาณ 25 นาที
    • จากสถานี Kyoto ให้นั่งรถไฟสาย JR Nara Line มาลงที่สถานี Tofukuji แล้วเปลี่ยนเป็นสาย Keihan Main Line มาลงที่สถานี Kiyomizu-Gojo

รถไฟ

สถานีรถไฟใกล้เคียง คือ

  • Kiyomizu-Gojo (รถไฟสาย Keihan Main Line) เดินประมาณ 25 นาที
    • จากสถานี Kyoto ให้นั่งรถไฟสาย JR Nara Line มาลงที่สถานี Tofukuji แล้วเปลี่ยนเป็นสาย Keihan Main Line มาลงที่สถานี Kiyomizu-Gojo

รถบัส

ป้ายรถบัสใกล้เคียง ได้แก่

  • Gojozaka (五条坂) เดินประมาณ 10 นาที สายที่ผ่าน ได้แก่ Kyoto City Bus สาย 58, 86, 100, 106, 110, 202, 206, 207, Keihan Bus สาย 84
  • Kiyomizu-michi (清水道) เดินประมาณ 10 นาที สายที่ผ่าน ได้แก่ Kyoto City Bus สาย 58, 86, 100, 106, 110, 202, 206, 207
    • จากสถานี Kyoto ให้นั่งรถบัสสาย 100 หรือ 206 มาลงที่ป้าย Gojozaka หรือ Kiyomizu-michi

หมายเหตุ:

  • สามารถเดินมาได้จากย่านกิออน (Gion) ใช้เวลาเดินประมาณ 25 นาที
  • สำหรับคนที่ปั่นจักรยานเที่ยวรอบเมืองเกียวโต สามารถซื้อบัตรที่จอดรถแบบเหมา 1 วันได้ที่ลานจอดรถในราคา 200 เยน ซึ่งสามารถจอดที่วัดอื่นได้ด้วย (เหมาจอดได้รอบเมือง)

รีวิวเที่ยววัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizu-dera Temple)

วันนี้เราจะมาเที่ยววัดน้ำใสกันด้วยรถบัสค่ะ หลังจากลงรถที่ป้าย Kiyomizu-michi (清水道) หรือจะลงทีป้าย Gojozaka (五条坂) ก็ได้แล้วแต่ความสะดวกของเพื่อนๆ ค่ะ หลังจากลงจากรถบัสแล้วเราก็ต้องเดินเท้าขึ้นเนินกันเพื่อขึ้นไปด้านบนของวัดค่ะ

ส่วนตัวเราแล้วเคยเดินทางทั้งแบบรถบัสและการใช้จักรยาน แต่ไม่เคยใช้บริการรถไฟ (เป็นพวกขึ้นรถไฟแล้วหลงง่าย) และรถไฟจากสถานี Kyoto ต้องเปลี่ยนสายด้วย เดินก็ไกลตั้งเกือบ 2 กิโลเมตร แต่แนะนำว่าขึ้นรถไฟตอนขากลับก็เร็วดี รถไม่ติด หากไม่เน้นเรื่องการควบคุมค่าใช้จ่ายมากนัก แนะนำให้ขามานั่งรถบัส ขากลับนั่งรถไฟค่ะ เนื่องจากจากตอนเย็นรถเข้าสถานีเกียวโต จะเหมือนรถเมล์ไทยยามแออัดสุดๆ

ตามทางเดินไปยังวัดก็จะเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก ร้านทางวัฒนธรรมและร้านอาหารมากมาย บนถนนมีรถทัวร์ค่อนข้างมาก ต้องระวังเป็นพักๆ เดินได้สัก 500 เมตรจะเจอลานจอดรถอยู่ด้านซ้ายมือค่ะ และหลังจากนี้เราจะสามารถเดินได้โดยไม่ต้องระวังรถแล้ว เพราะจากจุดนี้รถขึ้นไม่ได้แล้ว สบายเลย อิ อิ

คือแถวนี้อะไรก็มีหมดจริงๆ บางทีก็แอบคิดว่านี่ตลาดนัดนึเปล่า คิตตี้ ไข่ขี้เกียจกุเดทามะก็มากับเขาด้วย~

ช่วงที่เราไปเป็นช่วงสายๆ คนยังไม่เยอะเท่าไหร่ คือทั่วไปคนมักจะมาที่นี่เป็นที่สุดท้าย แต่เราเลือกมาเป็นที่แรกค่ะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลานั่งรถนาน

ร้าน Yatsuhashi Cream Puff

ร้านนี้เราแวะระหว่างทางเดินไปวัดคิโยมิสึ เป็นร้านขนมคล้ายๆ คอฟฟี่ช็อปเล็กๆ ค่ะ แต่เน้นไปที่เมนูชูครีมมากกว่า เป็นสินค้ายอดนิยมของทางร้านเลย ตราประจำร้านเป็นรูปกระต่ายอ้วนๆ เหมือนชูครีม หาได้ไม่ยาก เพราะร้านค่อนข้างใหญ่ และด้านในมีที่ให้นั่งทานด้วย นอกจากชูครีมก็มีซอฟครีม เมนูเครื่องดื่มต่างๆ อีกหลายเมนู ดื่มกาแฟกับของหวานฟินไปอีก อิ อิ

แต่สิ่งที่เรามองหาคือชูครีมลูกใหญ่ๆ ที่พึ่งอบเสร็จใหม่ๆ ด้านในจะเป็นใส้ไอศกรีมค่ะ มีหลายรสให้เลือก

เราเลือกรสชาเขียว เพราะชอบชาเขียวมากกก ทางร้านเขาก็หยิบชูครีมมาแล้วฉีดไอศกรีมใส่ให้สดๆ เลยค่า ด้านนอกก็หอมกลิ่นขนมปังอบมาร้อนๆ เลย

ส่วนด้านในใส้ก็ล้นทะลักอย่างที่เห็น สมกับราคาจริงๆ กรอบนอกนุ่มใน ด้วยความฟินนี้เราอยากกินสักสิบลูก~

และแล้วก็หมดแบบไม่เหลือแม้แต่นิดเดียว อิ อิ ส่วนใครที่อยากมีประสบการณ์ความฟินแบบนี้ต้องลองดูนะคะ

วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizu-dera Temple)

เดินอีกไม่กี่ก้าวก็ถึงด้านหน้าของวัดน้ำใสแล้วค่าาา พอใกล้บริเวณวัด ร้านทั้งหลายก็หายไป เหลือเพียงลานกว้างหน้าวัดที่มีคนใส่ชุดกิโมโนเดินเล่นถ่ายรูปกันเยอะแยะเต็มไปหมดเลยค่ะ และแน่นอนว่าแถวนี้ต้องมีร้านเช่าชุดกิโมโน แต่ว่าจะอยู่ในตรอกซอยเล็กๆ ตามร้านที่ขายของนั่นเองค่ะ

ประตู Nio-mon (ซ้าย) และ ประตู Sai-mon (ขวา)

ประตู Nio-mon เรียกว่าเป็นประตูหลักของวัดน้ำใสที่แยกออกมาจากส่วนของตัววัดค่ะ ของเก่านั้นถูกไฟไหม้ไปแล้วเมื่อสมัยสงครามในศตวรรษที่ 14 และสร้างขึ้นใหม่เมื่อต้นศวรรษที่ 16 โดยได้รับการปรับปรุงตกแต่งใหม่เมื่อปี ค.ศ. 2003 นี่เอง

ด้วยความที่วันนี้ฟ้าใสมากๆ ประจวบเหมาะกับแสงกำลังดี เราก็ได้เห็นรูปเจดีย์สีแดงที่สดใสมากขึ้นไปอีก

เมื่อเดินเข้ามาด้านในอีกนิด หันไปมองเจดีย์ก็ยังคงสวย แต่ด้านในนี้จะเริ่มเห็นตัวอาคารวัดจริงจัง หลายอาคารในวัดน้ำใสนี้มีพื้นอาคารเป็นสีแดงต่างจากอาคารวัดอื่นๆ ที่มักจะเป็นอาคารไม้สีไม้เข้มๆ จึงให้ความรู้สึกสดใสดีค่ะ

ในส่วนของการเดินเข้าชมอาคารหลักของวัดคิโยมิสึ (Hondo) ก็ต้องซื้อบัตรเข้าด้านในด้วยค่ะ สำหรับผู้ใหญ่ก็ราคา 400 เยน

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับปรุงวัดคิโยมิสึเดระ

อาคารหลักของวัดคิโยมิสึนั้นได้เริ่มปิดปรับปรุงเพื่อซ่อมแซมตัวอาคารและหลังคาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2017 ซึ่งเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปี และได้มีการซ่อมส่วนหลังคาภายนอกเสร็จแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม 2020

ภาพช่วงเตรียมการปรับปรุงอาคารหลักของวัด
(ถ่ายเมื่อเดือนธันวาคม 2016)

ภาพของอาคารหลักที่มีการปรับปรุงในช่วงการประดับไฟตอนกลางคืน
(ถ่ายเมื่อเดือนพศจิกายน 2018)

*ข้อมูล ณ พฤษภาคม 2020: ปัจจุบันทางวัดได้นำโครงสร้างที่ครอบตัวอาคารหลักออกไปแล้ว จึงสามารถชมตัวอาคารจริงได้ แต่ยังมีการซ่อมแซมบริเวณพื้นด้านล่างอยู่ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปขอพรในอาคารได้ตามปกติ

เมื่อซื้อบัตรเข้าชมเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าไปดูด้านในตัวอาคารหลักกันเลยค่ะ ข้างในเป็นอาคารไม้ทั้งหมด มีพุทธรูปค่อนข้างเก่า และมีการเสี่ยงเซียมซีซึ่งไม่มีเป็นภาษาอังกฤษนะคะ มีแต่ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น ระดับความลัคกี้ก็มีบอกเป็นภาษาอังกฤษค่ะ แต่ว่าเนื้อหาก็อ่านยากอยู่ดี แม้ว่าเครื่องรางที่วัดนี้จะโดดเด่นในเรื่องการทำนายเรื่องความรักก็ตาม

ด้านนี้จะเป็นวิวด้านนอกที่เรามองออกไปจากตัวอาคารไม้ค่ะ แสงสาดเข้ามาพอดี แต่รู้สึกถึงลมเย็น (มว๊ากก) วิวข้างหน้าก็ไกลสุดลูกหูลูกตา และสูงมากด้วย

ด้านนี้เป็นภาพที่เรามองเห็น เมื่อมองออกไปตรงๆ ค่ะ ตรงเขาด้านโน้นที่มีเจดีย์สีแดงนั้นก็เป็นส่วนที่อยู่ในวัดคิโยมิสึเช่นกัน แต่เป็นหอสำหรับขอพรเรื่องครอบครัวและบุตรค่ะ คนที่เดินทางไปขอบุตรกันที่นั่นก็มีนะคะ

ในส่วนนี้เป็นวิวทิวทัศน์ที่เราจะสามารถมองเห็นเกียวโตได้อย่างชัดเจนค่ะ ได้นายแบบจำเป็นมาอีกเช่นเคย ^^

เมื่อพ้นจากตัวอาคารหลักมาแล้วเรากะจะเดินไปถ่ายรูปมุุมมหาชนที่เห็นตัวอาคารกับระเบียงกันเสียหน่อย แต่ตรงระเบียงไม้ด้านหลังที่สามารถถ่ายรูปเห็นอาคารหลักในวันที่ไปนั้นได้ปิดปรับปรุงค่ะ ก็อดกันไป

ภาพถ่ายอาคารหลักจากบริเวณระเบียง
(ถ่ายเมื่อเดือนธันวาคม 2016)

แต่เราก็มีรูปตรงระเบียงของหอ Okuno-in ที่ถ่ายมุมมหาชนของวัดน้ำใสมาฝากนะคะ เป็นของแอดมินอีกท่านที่ไปมาหลังเราค่ะ จากจุดนี้ยังสามารถมองเห็นเมืองเกียวโต รวมถึงหอคอยเกียวโตทาวเวอร์ (Kyoto Tower) ได้เลยค่ะ ซึ่งช่วงนั้นกำลังเริ่มสร้างโครงเตรียมปรับปรุงส่วนอาคารหลักแล้ว

น้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall)

หลังกจากที่เข้าไปชมอาคารหลักกันมาแล้ว เราก็มุ่งหน้าสู่บ่อน้ำ 3 สาย น้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall) ค่ะ ด้านบนจะเป็นว่ามีท่อหินอยู่ 3 ท่อ อันได้แก่ สุขภาพ ความรัก และความสำเร็จทางการศึกษาค่ะ น้ำนี้เราสามารถดื่มได้โดยต่อแถวเข้าดื่มจากด้านขวาไปซ้าย

วิธีการดื่มน้ำจากน้ำตกโอตะวะ 3 สาย

  1. ล้างมือขวา
  2. ล้างมือซ้าย
  3. ตักน้ำใส่มือซ้ายแล้วดื่มจากมือซ้าย
  4. ล้างมือซ้ายอีกครั้ง
  5. ตักน้ำล้างมือทั้ง 2 ข้าง
    (โดยการเอียงกระบวยตักน้ำเข้าหาตัวให้ราดมือทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน)

เมื่อชำระร่างกายกันเสร็จแล้วเราก็มาเติมพลังให้ร่างกายกันค่ะ และเนื่องจากอากาศที่หนาวมาก การหาอะไรอุ่นๆ ทานจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่เราเลือกค่ะ จัดไปค่ะ โซบะร้อน Tsukimi soba (สึคิมิโซบะ) แปลว่าโซบะพระจันทร์ (ซึ่งก็คือไข่ดิบนั่นเอง)

อีกชามหนึ่งก็ Kitsune Soba (คิสุเนะโซบะ) หรือเต้าหู้แผ่นใหญ่ๆ ค่ะ ส่วนรสชาติน้านนน…ก็โซบะกับน้ำซุปรสอ่อน ทานเพื่อขอความอบอุ่นมากกว่าค่ะ ไม่เหมาะกับคนที่ชอบรสจัดค่ะ

ตามด้วยซุปโมจิถั่วแดง ทั้งชามมีอยู่ประมาณ 3 – 4 ลูก น่ารักพอชิมให้ได้รสชาติ อร่อยนะคะชามนี้ รวมทั้งสามเมนูราคาค่อนข้างสูงกว่าด้านนอกตามประสาสถานที่ท่องเที่ยวค่ะ แต่ว่าได้บรรยากาศ ได้ความฟินในความอบอุ่น

ขากลับเราก็ต้องเดินกลับอีกด้านหนึ่งค่ะ จะเห็นเจดีย์สีแดงก่อนหน้านี้อยู่ด้านบน ส่วนด้านล่างที่เราเดินก็มีร้านขายอาหารญี่ปุ่นแบบประปราย มีสวนญี่ปุ่นและต้นซากุระทั้งสวนเลยค่ะ ใครที่มาช่วงฤดูใบไม้ผลิคือจะฟินที่สุด โดยซากุระที่วัดคิโยมิสึจะบานประมาณปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ส่วนช่วงใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ จะอยู่ประมาณกลางเดือนพฤจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคมค่ะ

เข้าไปเที่ยวในวัดน้ำใสไม่นาน ขากลับออกมา คนก็แน่นเต็มถนนแล้วค่ะ เราก็มีแวะหาซื้อขนมกันเล็กน้อยก่อนจะเดินทางไปด้านล่างเพื่อไปเที่ยววัดอื่นในเกียวโตกันต่อไป

ตัวอย่างร้านขายของที่ระลึกบางส่วนค่ะ ที่เราชอบก็เป็นตุ๊กตาดินเผาเล็กๆ เป็นของฝากของประดับบ้านได้ (คนญี่ปุ่นชอบซื้อของเล็กๆ เอาไว้สะสมเป็นสัญลักษณ์ว่าไปที่ไหนมาบ้าง)

ร้านขายกระเป๋าใส่เหรียญค่ะ เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เราชอบเป็นพิเศษ เพราะญี่ปุ่นมีเงินเหรียญถึง 6 ประเภท ใครที่มาเที่ยวคงมีประสบการณ์เหรียญเต็มกระเป๋าอย่างแน่นอน ฉะนั้นกระเป๋าใส่เหรียญ สมควรซื้อค่ะ 555

ส่งท้าย

ถือว่าเป็นการแนะนำวัดที่ค่อนข้างยาวเลยทีเดียว แต่วัดคิโยมิสึเดระ (Kiyomizu-dera Temple) แห่งนี้ก็เป็นวัดที่มีอะไรให้ดูค่อนข้างมาก แถมยังสนุกกับการซื้อของหาของกินด้วยตรงถนนทางไปวัดด้วย อิ อิ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีค่า

เขียนเมื่อ March 7, 2017
อัพเดทล่าสุด May 19, 2020

บทความเที่ยวเกียวโต (Kyoto)

การเดินทาง
สถานที่ท่องเที่ยว
› เกียวโตตะวันออก (Eastern Kyoto)
› เกียวโตเหนือ (Northern Kyoto)
› เกียวโตใต้ (Southern Kyoto)
ร้านอาหาร

+ ดูบทความเที่ยวเกียวโตทั้งหมด

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com