สวัสดีค่า วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวแบบมีสาระกันบ้าง ถือว่าได้เปิดโลกกว้างด้วย โดยสถานที่ที่จะพาไปนั่นก็คือ “Osaka Museum Of Natural History” หรือ “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งเมืองโอซาก้า” นั่นเอง

มองเผินๆ อาจดูไม่น่าสนใจ แต่ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เราจะสามารถดูได้เฉพาะที่โอซาก้าเท่านั้น ฉะนั้นก็อย่าพลาดค่ะ โดยเฉพาะกลุ่มเที่ยวแบบครอบครัวกับเด็กๆ คงชอบมากๆ มีไฮไลท์อยู่ที่การจัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์ทีขุดพบในโอซาก้า และที่แห่งนี้ถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่รองลงมาจาก National Museum of Nature and Science หรือ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ที่โตเกียวเลยนะคะ

การเดินทางมายัง Osaka Museum Of Natural History

ที่อยู่
1-23 Nagaikoen, Higashisumiyoshi-ku, Osaka-shi, Osaka Prefecture

สามารถเดินทางมาได้โดยรถไฟใต้ดินสาย Midosuji Line ลงที่สถานี Nagai และออกประตูทางออกทิศใต้ Exit:3 ระยะทางในการเดินจากสถานี Nagai มาที่พิพิธภัณฑ์อยู่ที่ประมาณ 850 เมตร (ใกล้ที่สุดแล้ว) ใช้เวลาเดินประมาณ 11 นาที

ดูแผนที่

ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 300 เยน
นักศึกษาและนักเรียนมัธยมปลาย 200 เยน (แสดงบัตรนักเรียน/นักศึกษา)
นักเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมต้นลงไป ไม่เสียค่าเข้าชม

หมายเหตุ: คนที่ถือ Osaka Amazing Pass สามารถเข้าชมฟรี

เว็บไซต์
http://www.mus-nh.city.osaka.jp/english/

Nagai Botanical Garden“Osaka Museum Of Natural History” แห่งนี้ตั้งอยู่ในสวนพฤษศาสตร์ “Nagai Botanical Garden” ซึ่งจะมีการเล่าเรื่องราวและวิวัฒนการของเมืองโอซาก้านั่นเองค่ะ ก่อนที่เราจะเข้าไปถึงพิพิธภัณฑ์ เราก็ต้องเดินผ่านสวนด้วย และเป็นโชคดีของเราที่เจอต้นไม้ที่ยังร่วงไม่หมด (ประมาณปลายเดือนธันวาคม) ก็เลยแชะภาพมาให้เพื่อนๆ ได้ดูกันค่ะ

Nagai Botanical Gardenและแน่นอนว่าอยู่ในสวนพฤกษศาสตร์ การตกแต่งสถานที่ก็ต้องเกี่ยวกับดอกไม้ใบหญ้า แค่พื้นก็ยังมีเรื่องราวนะคะ เพราะดอกไม้แต่ละชนิดบนพื้นกระเบื้อง เป็นดอกไม้ตามฤดูต่างๆ แสดงถึงความสวยงามของสวนแห่งนี้ตลอดทั้งปีค่า

ลานหน้าพิพิธภัณฑ์หลังจากมองหาทางเข้าอยู่นานและหลงไปสามบ้านแปดบ้านเพราะมีหลายประตู เราก็ได้เข้ามายังส่วนของ “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา Osaka Museum Of Natural History” แล้วจ้า พอผ่านประตูทางเข้าก็จะเจอกับลานกว้างๆ ไม่มีอะไรเลย ถ้าไม่แหงนมองเจ้าโครงกระดูกมหึมานี่! คือใหญ่มากกกก สุดท้ายเราก็ได้รู้ว่าเจ้าโครงกระดูนี้คือโครงกระดูกของวาฬฟินนั่นเองค่ะ และในส่วนที่ติดกับลานโชว์กระดูกของวาฬเป็นสวนพฤษศาสตร์ที่แสดงดอกไม้และพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่คาดว่าได้มีการเจริญเติบโตอยู่ในโอซาก้าเมื่อประมาณ 2 ล้านปีก่อนค่ะ แต่ส่วนของสวนพฤษศาสตร์ต้องเสียค่าเข้าชมแยกต่างหากค่ะ

Osaka Museum Of Natural Historyและเมื่อเดินผ่านลานกระดูกวาฬมาแล้วจะเจออาคารด้านในที่จัดแสดงโครงกระดูกสัตว์โปราณเอาไว้ด้วยค่ะ ที่เราชอบเป็นพิเศษคือ กวางมูสค่ะ สวยงามมาก สัตว์แต่ละตัวก็ดูมีชีวิตชีวามากด้วย

Osaka Museum Of Natural Historyและชุดนี้คือบริเวณด้านห้องโถงใหญ่ที่มีความสูงประมาณ 3 ชั้นตึก ซึ่งจัดแสดงรวมสัตว์โบราณที่ถูกค้นพบในจังหวัดโอซาก้า ช้างแมมมอส สัตว์น้ำทะเลลึกรูปร่างแปลกๆ (แอบกลัวนิดๆ เพราะใหญ่มากๆ)

จริงๆ เราเคยเห็นพวกโครงกระดูกพวกนี้ผ่านโทรทัศน์มานับครั้งไม่ถ้วนนะคะ แต่ส่วนตัวเมื่อได้เห็นกับตาตัวเองแล้ว มันยิ่งใหญ่กว่าที่เราคิดไว้มาก สัตว์บางชนิดก็ทำให้รู้เราสึกทั้งทึ่งและกลัว คิดว่าถ้าสมัยนั้นเราเป็นมนุษย์คงไม่รอด เพราะแต่ละตัวนี่ แค่เหยียบเราก็ตายแล่ว!

พิพิธภํณฑ์ธรรมชาติวิทยาเมืองโอซาก้านอกจากส่วนห้องโถงกลางแล้วรอบๆ ก็ได้จัดแสดงพวกสัตว์ดึกดำบรรพ์ หรือวิวัฒนการของสัตว์ที่ยังมีให้เห็นในปัจจุบัน จากอดีตสู่ปัจจุบันค่ะ

พิพิธภํณฑ์ธรรมชาติวิทยาเมืองโอซาก้าและรูปนี้เป็นรูปห้องโถงใหญ่จากอีกมุมหนึ่งที่เราถ่ายจากชั้นบนค่ะ ดานบนผนังจะเห็นว่ามีกระดูกโผล่มาด้วย นั้นเป็นโครงกระดูกสัตว์ประเภทนก บางส่วนก็มีโครงกระดูกสัตว์เลี้อยคลานด้วย ใหญ่จนไม่กล้าใกล้ ฮือออ กลัวแต่ก็อยากเห็นอะไรแบบนั้นค่ะ อิ อิ

นอกจากนี้ยังมีทั้งโครงกระดูกของมนุษย์ ประการัง สัตวเล็กๆ จากมหาสมุทรอีกมากมาย รวมทั้งประวัติทางธรณีวิทยาอีกด้วยค่ะ เรียกว่า ค่าเข้าชมถูกมากๆ หากเทียบกับสิ่งที่เราจะได้รับจากที่แห่งนี้ ครอบครัวพาเด็กๆ มาก็คงชอบค่ะ

เกร็ดความรู้: ประเทศญี่ปุ่น วันหยุด เสาร์-อาทิตย์ เขานิยมพาเด็กๆ ให้เข้าพิพิธภัณฑ์ต่างๆ กันตั้งแต่ยังเล็กๆ ทั้งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ดอกไม้ ศูนย์วิจัยต่างๆ เพื่อให้เด็กได้ศึกษาหาความรู้อย่างสนุกสนาน เป็นเคล็ดลับการสอนลูกแบบคนญี่ปุ่นค่ะ (ส่วนตัวเราก็เคยพาเด็กๆ ไปเที่ยวแบบนี้เหมือนกัน)

สำหรับวันนี้เราขอแนะนำกันเพียงเท่านี้ คราวหน้าเราจะพาไปเที่ยวที่ไหนโอซาก้ากันต่อนะคะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่า

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก osaka-info.jp

บทความเที่ยวโอซาก้า (Osaka) ดูทั้งหมด »

• การเดินทาง

· [รีวิว] สายการบินไทย (Thai Airways) จากกรุงเทพไปโอซาก้า
· [รีวิว] เดินทางเข้าเมืองด้วยรถไฟ JR HARUKA จากสนามบิน Kansai Airport
· Osaka Amazing Pass นั่งรถไฟไม่อั้น เข้าที่เที่ยวในโอซาก้ากว่า 35 แห่งฟรี!
· Osaka Kaiyu Ticket ท่องโลกใต้ทะเล Kaiyukan พร้อมนั่งรถไฟในโอซาก้าไม่อั้น!
· Kansai Thru Pass ท่องเที่ยวคันไซแบบคุ้มๆ
· JR Kansai Wide Area Pass คุ้มค่ากับการข้ามเมืองแถบคันไซด้วยรถด่วน
· JR Sanyo-San’in Area Pass เที่ยวจากคันไซสู่คิวชูแบบไม่อั้นใน 7 วัน

• สถานที่ท่องเที่ยว

· [รีวิว] Universal Studios Japan (USJ) กับบรรยากาศช่วงคริสต์มาส
· [รีวิว] Osaka Aquarium KAIYUKAN พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคังแห่งเมืองโอซาก้า
· [รีวิว] Santa Maria Bay Cruise ล่องเรือชมอาทิตย์อัสดงที่อ่าวโอซาก้า
· [รีวิว] Osaka Museum Of Natural History ชมวิวัฒนาการเมืองโอซาก้า
· [รีวิว] Dotonbori เดิน กิน เที่ยว ไปหากูลิโกะในโอซาก้า

• ที่พัก

· [รีวิว] remm Shin-Osaka โรงแรมทำเลดีในโอซาก้า ติดสถานีรถไฟ Shin-Osaka

• ของกินของฝาก

· [รีวิว] Raiyo House Osaka ร้านราเมงอร่อยที่โอซาก้า พร้อมท็อปปิ้งฟรี!
· [รีวิว] Endo Sushi ร้านซูชิที่อร่อยไม่รู้ลืมจากตลาดปลาโอซาก้า
· 6 ร้านอาหารจานยักษ์ในโอซาก้าที่เราขอท้าให้คุณไปลอง!
· 9 อันดับของฝากที่แนะนำต้องซื้อที่สนามบินคันไซ

Comments

comments

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com