Home ท่องเที่ยวญี่ปุ่น 4 วิธีการเดินทางง่ายๆ และรวดเร็ว ระหว่างโตเกียว – โอซาก้า ทั้งแบบมีและไม่มี JR PASS

4 วิธีการเดินทางง่ายๆ และรวดเร็ว ระหว่างโตเกียว – โอซาก้า ทั้งแบบมีและไม่มี JR PASS

76419
Shinkansen

สวัสดีค่าเพื่อนๆ เนื่องจากทริปใหญ่ระหว่างโตเกียวและโอซาก้าที่ผ่านมา แอดมินได้มีโอกาสใช้พาหนะชนิดต่างๆ เรียกว่าเยอะแยะตาแป๊ะไก่มาก และเนื่องด้วยเรามาเรียนที่ญี่ปุ่นจึงได้เป็นวีซ่าระยะยาว ทำให้ไม้ได้สิทธิในการท่องเที่ยวต่างๆ แบบนักท่องเที่ยวธรรมดา และไม่สามารถใช้ JR PASS ได้ การเดินทางไกลนั้นจึงกลายเป็นเรื่องที่ต้องคิดให้ถี่ถ้วนเลยทีเดียว

วันนี้เราจึงอยากจะนำเสนอการเดินทางในหลายๆ รูปแบบ โดยเป็นเส้นทางระหว่าง โตเกียวและโอซาก้า (Tokyo – Osaka) ซึ่งเป็นเส้นทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว มาดูกันเลยค่า ว่าจะมีวิธีการเดินทางระหว่าง 2 เมืองนี้อย่างไรบ้าง

 

4 วิธีการเดินทางระหว่างโตเกียว – โอซาก้า

1. เครื่องบิน

peach air
Photo by flypeach.com

เมื่อพูดถึงการเดินทางโดยเครื่องบินแล้ว แน่นอนว่าเร็วที่สุด ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงครึ่ง แต่หลายคนอาจคิดว่าค่าตั๋วต้องแพงอย่างแน่นอน อย่ากระนั้นเลยค่ะ ค่ารถไฟแพงกว่าอีก (เศร้าแป๊บ…) จริงๆ แล้ว ขึ้นอยู่กับสายการบินมากกว่า ถ้าใช้บริการของ ANA (ได้ยินคนญี่ปุ่นเขาเรียกว่า..อะนา) หรือ JAL (แจล) ซึ่งเป็น Full Service ราคาก็พุ่งกระฉูดไปที่ 10,000-20,000 เยนอย่างไม่ต้องสงสัย แต่สายการบิน Low Cost ในประเทศญี่ปุ่นเองก็มีให้บริการเช่นกัน เปรียบเทียบก็คล้ายๆ กับ AirAsia, Nokair ของบ้านเราค่ะ ราคาตั๋วก็ประมาณ 5,000-10,000 เยน

ราคาตั๋วเครื่องบินกลางๆ จากโตเกียว (สนามบินนาริตะ) ไปโอซาก้า (สนามบินคันไซ) โดยสายการบิน Peach เราเคยจองได้ราคา 6,000 เยนโดยประมาณ ไม่รวมโหลดกระเป๋า และถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 กิโลกรัม เก้าอี้รู้สึกว่าจะกว้างกว่า AirAsia บริการอื่นนอกจากนี้จะคล้ายๆ กับ Low Cost ทั่วไปค่ะ แต่แอร์โฮสเตสจะตัวเล็กๆ ซึ่งที่เก้าอี้จะมีที่ให้เหยียบปีนขึ้นไปเก็บกระเป๋าด้วย ตอนแรกแอบตกใจนะคะ แต่ว่าเข้าใจเขาค่ะด้านบนมันสูงจริงๆ และแอร์ทุกคนสวมกางเกง การบริการถือว่าโอเคสำหรับ Low Cost (มารตฐานการบริการแบบญี่ปุ่น)

*ข้อมูลเพิ่มเติม www.flypeach.com (ภาษาอังกฤษ)

 

2. รถไฟชินคันเซ็น

Shinkansenชินคันเซ็น (Shinkansen) หรือถไฟความเร็วสูงนั้นถือว่าเป็นยานพาหนะในฝันของใครหลายๆ คนที่อยากจะนั่งกัน เพราะเป็นรถไฟที่วิ่งได้เร็วมาก ในเส้นทางโตเกียว (สถานี Tokyo) – โอซาก้า (สถานี Shin-Osaka) ก็มี 3 ขบวนให้บริการ ได้แก่ NOZOMI (ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง เร็วสุด จอดน้อยที่สุด), HIKARI (จอดบางสถานี) หรือ KODAMA (ช้าที่สุด เพราะจอดทุกสถานี)

สำหรับ JR PASS ที่ใช้นั่งชินคันเซ็นในเส้นทางนี้ได้นั้น จะมีอยู่แบบเดียวแบบ All Area ที่สามารถใช้ได้ทั่วญี่ปุ่น (ราคาพาสเริ่มต้นประมาณ 30,000 เยนสำหรับผู้ใหญ่) โดยสามารถขึ้นชินคันเซ็นขบวน HIKARI (ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง) หรือ ขบวน KODAMA (ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง) ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย (*ยกเว้นขบวน NOZOMI)

แต่ในกรณีของเราที่ไม่สามารถซื้อ JR PASS เพราะอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่นนั้นก็ต้องจ่ายราคาเต็มๆ ค่าโดยสารทั่วไป ถ้าเป็นรถด่วนจะแบ่งเป็นราคาที่นั่ง + ค่าจองที่นั่ง และถึงแม้จะมีโซนสำหรับไม่ต้องจองที่นั่งก็ใช้ต้องเงินจำนวนหนึ่งอยู่ดี รวมค่าใช้จ่ายแล้ว ชินคันเซ็นจะเสียราคาเที่ยวละ 14,000 เยนโดยประมาณ (ราคานี้เป็นแบบไม่จองที่นั่ง) หากเป็นแบบจองหรือเป็นชั้น Green Car นี่คาดว่าสามารถจองตั๋วเครื่องบินโลว์คอสไป – กลับไทยได้เลยค่าาา

*สามารถซื้อ JR PASS ทางออนไลน์ได้ » ที่นี่ (ภาษาไทย)
*สามารถเช็คเที่ยวรถไฟได้ที่ hyperdia.com (ภาษาอังกฤษ)

Klook.com

 

3. รถบัสกลางคืน

WILLER EXPRESS BUS
Photo by ponpare.jp

รถบัสกลางคืนหรือส่วนใหญ่จะเรียกทับศัพท์ว่า “Night Bus” เป็นรถบัสวิ่งระหว่างเมืองในตอนกลางคืน เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการความประหยัดและไม่มี JR PASS การเดินทางด้วยรถบัสนี้เราได้ใช้บริการตอนขากลับจากโอซาก้าค่ะ ราคาถูกกว่าเครื่องบินเล็กน้อย อยู่ที่ประมาณ 5,000 เยนกว่าๆ จริงๆ แล้วจะมีราคาตั้งแต่ประมาณ 2,000 เยนปลายๆ ขึ้นไป ทั้งนี้ทั้งนั้นจะขึ้นอยู่กับเวลาเดินทาง

ข้อดีของการนั่ง Night Bus นั้น คือประหยัดค่าโรงแรมและประหยัดค่าเดินทางไกลได้อีกด้วย โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 8-9 ชั่วโมงค่ะ ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกของ รวมถึงการโหลดสำภาระใต้ท้องรถได้ด้วยคล้ายๆ เครื่องบินค่ะ ยิ่งจองล่วงหน้าไว้นาน ราคาจะยิ่งถูก รถบัสมีหลากหลายประเภทให้เลือกมากมาย

รถบัสญี่ปุ่นนี่สบายมากจริงๆ ซึ่งบริษัทที่ให้บริการนั้นมีอยู่มากมาย แต่ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวมากที่สุดน่าจะเป็น Willer Express Bus เนื่องจากเว็ปไซต์มีภาษาอังกฤษ สามารถจองล่วงหน้าผ่านอินเทอร์เน็ตได้ และชำระผ่านบัตรเครดิตหรือเดบิตได้ ซึ่งนั่นจะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถจองล่วงหน้าได้อย่างสะดวก

*สามารถจองตั๋วได้ที่ willerexpress.com (ภาษาอังกฤษ)

 

4. รถไฟกลางคืน

SONY DSC
Photo by en.wikipedia.org

รถไฟกลางคืน หรือ Night Train มีชื่อเรียกว่า “Sunrise Izumo” และ “Sunrise Seto” ค่ะ โดยเส้นทางที่ให้บริการนั้นมีแค่จากฝั่งโอซาก้าไปโตเกียวเท่านั้น (ถ้ามาจากโตเกียว รถไฟจะไม่จอดที่โอซาก้า) หน้าตาของรถไฟกลางคืนนี้จะเหมือนหุ่นหนักๆ แน่นๆ สูงกว่ารถไฟปกติ และท้องรถโหลดต่ำกว่ารถไฟทั่วไป ด้านในมี 2 ชั้น ประกอบด้วย ห้องนอน ห้องนั่งเล่น โซนนั่งพักผ่อน ห้องน้ำ ห้องทานอาหาร ห้องสูบบุหรี่ รวมอยู่ในขบวนนี้

ในส่วนของห้องนอนมีหลายประเภทค่ะ ทั้งห้องนอนรวม ห้องนอนส่วนตัว และเป็นกลุ่ม แต่เราเลือกห้องนอนส่วนตัว แบ่งเป็นโซนบนและล่าง มีพื้นที่ให้นอนเหยียดยาวได้ทั้งตัว มีชุดให้เปลี่ยน มีที่ให้วางสัมภาระอีกด้วย และเรายังสามารถเลือกประเภทได้ด้วยว่าจะนอนเป็นห้องนอนเดี่ยว หรือห้องละ 2 คน รวมไปถึงความไฮโซ ที่มาพร้อมกับราคาที่สูงลิบลิ่ว

การเดินทางโดย Night Train นี้จริงๆ แล้ว เราได้นั่งโดยบังเอิญแบบไม่รู้เรื่องอะไรเลยเมื่อหลายปีก่อน เมื่อมองย้อนไปแล้วคิดว่าดีมากๆ ที่ได้มีโอกาสนั่ง เพราะหากเป็นตอนนี้คงไมได้นั่งกันง่ายๆ เพราะมีตัวเลือกที่ถูกกว่าอย่าง Night Bus และ สายการบิน Low Cost (แบบว่าใจไม่ถึงที่จะเสียเงินเพิ่ม ฮาาา)

Nobinobi_Seat (Upper_section)
Photo by en.wikipedia.org

หน้าตาของที่นอนแบบ NOBINOBI

ป.ล. จริงๆ แล้วในขบวนยังมี NOBINOBI CAR ที่สามารถใช้ JR PASS โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอยู่ด้วย (ราคาปกติอยู่ที่ประมาณ 9,000 เยน + จองที่ 3,000 เยน รวมเป็น 12,000 เยน) แต่วันที่เราจองขบวนนี้มันเต็มจึงต้องจองแบบ Single ฺBerth หรือห้องนอนเดี่ยวแทน

ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัวของเราเมื่อสมัยที่มาเที่ยวญี่ปุ่นหลายปีก่อน ที่นอนแบบ Single Berth คือ สามารถใช้ JR PASS แสดงได้โดยไม่ต้องเสียค่าตั๋วโดยสาร แต่…ต้องเสียค่าจองห้องนอนเพิ่มอีกประมาณ 10,000 เยน โดยประมาณ ถ้าไม่มี JR PASS นะคะ คิดดู ปาไป 20,000 เยน โหววว =[]=!

Jr285_single
Photo by en.wikipedia.org

หน้าตาของที่นอนแบบ Single Berth

อันนี้เป็นแบบ Single Berth ที่เราเคยนอนค่ะ ห้องนี้เป็นโซนด้านบน มีของจำเป็นครบสำหรับการนอน กระจกสามารถดึงม่านลงมาปิดได้ และประตูล็อคได้ บางทีจะมีนายสถานีจะมาเคาะตรวจตั๋วรถด้วย ส่วนความสบายนั้นไม่ต้องถามถึง หลับเต็มอิ่มมาก

รถไฟนอนนั้นจะออกจากโอซาก้าเวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่งและถึงโตเกียวในเวลาประมาณ 7 โมงเช้า รวมใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงครึ่ง หลับสนิทและสบายเหมือนอยู่โรงแรมเลยค่ะ อิ อิ แต่ราคานี่แพงไปหน่อย แต่ใครสนใจลองดูกันได้นะคะ หุ หุ

*ข้อมูลเพิ่มเติม jprail.com (ภาษาอังกฤษ)

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ 4 วิธีการเดินทางระหว่างโตเกียวและโอซาก้าที่นำมาแนะนำนี้ ถ้าสะดวกสุดก็ขอยกให้รถไฟชินคันเซ็นค่ะ และถ้าประหยัดสุดก็เป็นรถบัสกลางคืนนี่แหละค่ะ สำหรับวันนี้เราต้องลากันไปเพียงเท่านี้ ขอให้เพื่อนๆ เที่ยวญี่ปุ่นให้สนุกนะคะ การเดินทางหลายๆ แบบอาจจะเหนื่อยแต่มันเป็นความสนุกและสีสันของการท่องเที่ยว สวัสดีค่ะ ^^

เขียนเมื่อ Feb 12, 2016
อัพเดทล่าสุด May 23, 2019

บทความเที่ยวโอซาก้า (Osaka) ดูทั้งหมด »

การเดินทาง
สถานที่ท่องเที่ยว
โรงแรมที่พัก
ของกินของฝาก

Comments

comments

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com