สวัสดีค่าเพื่อนๆ ไม่นานมานี้เราได้หนีหนาวที่โตเกียวกลับไปหาแดดระอุที่ไทยขากลับญี่ปุ่นนี้เราจึงได้มีโอกาสนั่งรถไฟด่วนจี๋ Keisei Skyliner จากสนามบินนาริตะเข้าเมืองโตเกียว (เนื่องจากขี้เกียจนั่งแบบหวานเย็นเป็นอันมาก อิ อิ) จึงอยากแชร์ประสบการณ์กันสักเล็กน้อย หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ กันนะคะ ไปชมกันเลยค่า

ข้อมูลเกี่ยวกับ Keisei Skyliner

เป็นรถไฟด่วนพิเศษซึ่งให้บริการโดยบริษัท Keisei วิ่งตรงเข้าเมืองโตเกียวโดยไม่แวะจอดระหว่างทาง โดยจะจอดเพียง 2 สถานี คือ สถานี Nippori (ใช้เวลาเดินทางเพียง 36 นาที) และสถานี Ueno (ใช้เวลาเดินทางเพียง 41 นาที) ซึ่งถือเป็นวิธีการเดินทางเข้าเมืองที่รวดเร็วที่สุด (วิ่งความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 160 กม./ชม.)

สามารถตรวจสอบตารางเวลาได้ที่ Keisei Skyliner Timetable

ที่นั่งของ Skyliner เป็นแบบให้จองทุกที่ เบาะนั่งเป็นแบบคู่ มีพื้นที่กว้างขวาง มีที่ให้ชาร์จแบตอุปกรณ์ต่างๆ อีกด้วย นอกจากนั้นแล้วยังมีที่วางสัมภาระเหนือศีรษะและที่เก็บกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ตรงใกล้กับประตูของขบวนรถไฟ

 

การเดินทางเข้าโตเกียวด้วย Keisei Skyliner

เราขอเริ่มต้นหลังจากผ่านด่านศุลกากรและออกมาถึงโซนจุดนัดพบเลยนะคะ (เราลงเครื่องที่อาคาร Terminal 2) พอออกจาก Gate แล้ว ด้านซ้ายมือ (ของตัวเอง) จะมีป้ายบอกทางไปสถานีรถไฟเข้าเมืองค่ะ

ทางลงสถานีรถไฟที่สนามบินนาริตะ จากนั้นก็ลงบันไดเลื่อนตามป้ายเลยค่า พอลงมาด้านล่างจากบันไดเลื่อนแล้ว เราจะอยู่ชั้น B1 จากนั้นก็หันขวาเลยจ้ะ จะพบกับทางเดินแบบลานกว้างๆ และด้านซ้ายมือของทางเดินจะมีเคาท์เตอร์สีน้ำเงินของ Keisei Skyliner และเคาท์เตอร์สีแดงของ Narita Express (N’EX) ค่ะ

เคาท์เตอร์ Keisei Skylinerเคาท์เตอร์ Keisei Skyliner

เคาท์เตอร์ Narita Expressเคาท์เตอร์ Narita Express (N’EX)

ตั้งไฟท์เป็นมุมแดง-มุมน้ำเงินกันอย่างนี้เลย อิ อิ ด้วยสีสันอันโดดเด่นขนาดนี้ กวาดตามองผ่านๆ ก็เจอค่ะ โดยทั่วไปแล้วสำหรับนักท่องเที่ยวที่ถือ JR Pass สามารถแลกตั๋ว Narita Express (N’EX) ซึ่งเป็นของบริษัท JR ได้ฟรี หรือซื้อ Package แบบ Round Trip Ticket (4,000 เยน) จะสามารถขึ้น Narita Express (N’EX) ได้ในราคาที่คุ้มค่ามากกว่าค่ะ (ตั๋ว Narita Express เริ่มต้นที่ 3,020 เยน ต่อเที่ยว)

แต่ส่วนตัวเรานั้นเดินทางเข้าเมืองอย่างเดียว จึงขอใช้บริการของ Keisei Skyliner จ้า เพราะหากว่าเทียบกันในราคาปกติซึ่งอยู่ที่ 2,470 เยนแล้ว ราคาจะถูกกว่า Narita Express (N’EX) ดังนั้นจึงเดินผ่านเคาท์เตอร์แดงไปอย่างเงียบๆ ฮา~

Keisei Skyliner
www.keisei.co.jp

หมายเหตุ: นักท่องเที่ยวที่ซื้อตั๋วแบบ E-ticket สามารถซื้อได้ในราคา 2,200 เยน (จากราคาปกติ 2,470 เยน) และตั๋ว Skyliner + Tokyo Subway Ticket เริ่มต้นที่ 2,800 เยน ซึ่งเป็นสิทธิเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ (ผู้ที่มีวีซ่าพำนักในญี่ปุ่นไม่สามารถใช้ได้)

ข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ Keisei Skyliner

Keisei Tourist Information Centerสำหรับนักท่องเที่ยวที่ซื้อตั๋วแบบ Package ต่างๆ ที่ระบุไว้บนป้าย ได้แก่ Skyliner Value Ticket, Skyliner E-ticket, Skyliner Coupon และ Keisei Skyliner &Tokyo Subway Ticket รบกวนติดต่อ Tourist Information Center ของ Keisei Skyliner ฝั่งตรงข้ามของเคาท์เตอร์ขายตั๋วค่ะ

Keisei Tourist Information Centerหน้าตาของ Keisei Information Center ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจ้า สีน้ำเงินออกฟ้าๆแนวเดียวกับเคาท์เตอร์ขายตั๋วเลยจ้ะ สำหรับช่องสีแดงข้างๆ คือ JR East Information ซึ่งสามารถแลกบัตร JR Pass ได้ที่นี่ค่ะ

ส่วนตัวเราไม่ได้ซื้อตั๋วพิเศษต่างๆ (เรามันคนไม่มีสิทธิ์ T^T เนื่องจากไม่ได้ถือวีซ่านักท่องเที่ยว) ก้มหน้าก้มตาซื้อตั๋วราคาปกติต่อปายย ซื้อเสร็จแล้ว จะได้ตั๋วหน้าตาเหมือนรูปด้านล่างนี้ค่ะ

ตั๋ว Keisei Skylinerตัวอย่างตั๋ว Keisei Skyliner
Narita Airport-Nippori  ใช้เวลา 36 นาที
(ถ้าไป Ueno ใช้เวลา 41 นาที)

เราขอแสดงรายละเอียดที่จำเป็นต้องใช้ในการขึ้นนรถไฟนะคะ ด้วยความคิดเห็นส่วนตัวว่า บางครั้งญี่ปุ่นก็ชอบแสดงความเป็น International แบบครึ่งๆ กลางๆ คือมีภาษาอังกฤษเป็นหย่อมๆ จริงๆ ในตั๋วก็มีภาษาอังกฤษนะคะ ถึงอย่างนั้นเราอยากจะชี้แจงแบบง่ายๆ เผื่อเอาไว้ค่ะ

ช่องสีน้ำเงิน: ชื่อขบวนรถ (อ่านว่า เคเซ-สกาย-ไลน์-น่า~) เผื่อฟังเขาประกาศค่ะ
ช่องสีเหลือง: หมายเลขโบกี้ ในที่นี้คือ โบกี้ที่ 4 (บนพื้นที่รอรถไฟแต่ละประตูจะมีป้ายบอกหมายเลขโบกี้ด้วยนะคะ)
ช่องสีเขียว: หมายเลขที่นั่งค่ะ (ตำแหน่งบอกหมายเลขที่นั่งบนรถไฟ)

ป้ายบอกเที่ยวรถไฟหลังจากดูตั๋วกันเรียบร้อยแล้วก็มาดูป้ายด้านบนเพื่อดูชานชาลากันค่ะ ตอนเราไปไม่แน่ใจว่ามีแสดงภาษาอังกฤษสลับกันรึเปล่า เพราะตอนเราดูป้ายเห็นแต่ภาษาญี่ปุ่นค่ะ จึงแนะนำให้ดูแถบสีฟ้า + เวลาค่ะ (เผื่อเวลารีบๆ)

สำหรับแถบสีขาวบนป้ายจะแสดงถึงหมายเลขของชานชาลา ในที่นี้ Skyliner มีชานชาลาเดียวคือ ชานชาลาที่ 1 (ถ้าขึ้น Access Express (Narita SKY ACCESS Line) ก็ใช้ชานชาลา 1 เช่นกันค่ะ)

สำหรับ Keisei Main Line รถขบวนธรรมดา (จอดทุกสถานี ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ==”) และด่วนธรรมดา (จอดบางสถานี ไป Ueno ใช้เวลาประมาณ 70 นาที) จะใช้ชานชาลาที่ 3 ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนกันเข้าตามเวลา

ตู้ขายตั๋วรถไฟ Keiseiสามารถซื้อตั๋วแบบธรรมดาได้จากตู้ขายตั๋วเองเลยค่ะ Narita Airport-Ueno ราคา 1,030 เยน ใช้เวลาเดินทางช้ากว่า Skyliner 30 นาที แต่ประหยัดได้ถึง 1 พันเยนเลย อิ อิ (ที่นั่งจะเป็นแบบธรรมดาหันหน้าเข้ากันตามแนวรถไฟ)

ทางเข้าหน้าตาของประตูตอกตั๋วเข้าชานชาลาค่ะ เข้าไปแล้วดูป้ายในกรอบสี่เหลี่ยมสีเขียวไว้นะคะ จากอยู่ด้านซ้ายมือติดกับที่ตอกตั๋วเลยอย่าเดินเลยนะคะ เดี๋ยวไกล 555

ทางลงไปชานชาลาหน้าตาป้ายประมาณนี้ค่ะ เอาไว้เช็คว่าไม่หลง ไม่ผิดชานชาลา อิ อิ

รถไฟ Keisei Skylinerลงมารอที่ชานชาลาแล้วก็เล่นเน็ตฟรีของ Keisei รอรถไฟได้นะคะ เราก็เล่นประจำ หุ หุ รถมาแล้วก็ชักภาพไว้เสียหน่อย หน้าตาโฉบเฉี่ยวเล็กน้อย ตัวรถเป็นสีน้ำเงินเข้มคาดสีขาวค่ะ เปรี้ยวเท่ ไม่เบาเนอะ

ที่นั่งในขบวนรถไฟด้านในตัวรถเป็นที่นั่งแบบ 2 ที่นั่ง ด้านบนสามารถวางสัมภาระได้ กระเป๋าเดินทางขนาดเล็กสามารถวางเหนือศีรษะได้ สำหรับกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่จะมีที่วางกระเป๋าโดยเฉพาะในโซนใกล้ทางออกรถไฟค่ะ ทางเดินตรงกลางค่อนข้างกว้างเดินสบายๆ

ที่นั่งในขบวนรถไฟความกว้างระหว่างที่นั่งสามารถวางกระเป๋าเดินทางได้หรือสามารถเยียดขาได้สุดเลยค่า กว้างดีจริงๆ ด้านข้างริมหน้าต่างมีที่แขวนเสื้อ (สำหรับโค้ทหรือเสื้อนอก) หน้าต่างมีที่วางแก้วหรือขวดน้ำ สำหรับด้านหน้ามีที่วางสำหรับทานอาหารได้ค่ะ สามารถทานอาหารในรถไฟได้ และมีถังขยะอยู่ใกล้ๆ ประตูของแต่ละขบวน นอกจากนี้จะมีแผนผังของขบวนว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ด้วย

ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวยังได้ Free Wi-Fi บนรถไฟด้วยนะคะ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Keisei Premium Free Wi-Fi

หลังจากรถออกก็ได้พักสายตาเล็กน้อย แป๊บเดียวก็ถึงโตเกียวแล้วค่าา ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ สำหรับวันนี้ขอลากันไปเพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าค่า สวัสดีค่ะ


บทความที่เกี่ยวข้อง

สนามบินนาริตะ (Narita Airport) และวิธีการเดินทางเข้าเมืองโตเกียว
สนามบินฮาเนดะ (Haneda Airport) และวิธีการเดินทางเข้าเมืองโตเกียว
คู่มือเที่ยวโตเกียว (Tokyo)

เปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินไปโตเกียว

Comments

comments

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com