หลังจากที่ไปย่านยอดฮิตในโตเกียวมาหลายย่านแล้ว เราก็เริ่มออกไปหาย่านอื่นๆ บ้างค่ะ และย่านที่เราจะพาไปวันนี้ก็คือ “จิยูกาโอกะ (Jiyugaoka)” ย่านเก๋ๆ ที่ให้บรรยากาศสไตล์ยุโรปหน่อยๆ อยู่ไม่ไกลจากแหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตอย่างชิบูย่า (Shibuya) ด้วยนะคะ

จิยูกาโอกะ (Jiyugaoka / 自由が丘)เกี่ยวกับจิยูกาโอกะ (Jiyugaoka)

จิยูกาโอกะ (Jiyugaoka / 自由が丘) ตั้งอยู่ในเขตเมกุโระ (Meguro-ku) ของกรุงโตเกียว (Tokyo) [ดูแผนที่] ย่านนี้มีชื่อเสียงในเรื่องของคาเฟ่และร้านขายสินค้าเก๋ๆ ซึ่งมีให้เลือกมากมายทั้งเสื้อผ้าและเครื่องประดับตกแต่ง เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ผู้คนไม่แออัด เหมาะสำหรับคนที่จะมาเดินเล่นแบบชิลๆ

ถนนที่ขึ้นชื่อของย่านจิยูกาโอกะก็คือ “ถนน Green street” ซึ่งมีร้านค้าอยู่สองฝั่งและตรงกลางมีเก้าอี้ให้นั่งพักผ่อนใต้ต้นไม้เขียวๆ ซึ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็จะมีดอกซากุระบานสะพรั่ง และเมื่อเดินตามถนนจากสถานีไปเรื่อยๆ ก็จะเจอกับ “Jiyugaoka Sweets Forest” ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านขนมหวานนานาชนิดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว

เวลาเปิดของร้านค้า : ประมาณ 11:00 – 20:00 น.

การเดินทางมาจิยูกาโอกะ (Jiyugaoka)

  • นั่งรถไฟสาย Tokyu-Toyoko Line จากสถานี Shibuya หรือ Naga-Meguro มาลงที่สถานี Jiyugaoka

รีวิวเที่ยวจิยูกาโอกะ (Jiyugaoka)

สถานี Jiyugaoka นั้นอยู่ในเส้นทางนอกเขตของพาส Tokyo Subway Ticket คนที่นั่งรถไฟใต้ดินในโตเกียวมา ก็ต้องมาต่อสาย Tokyu-Toyoko Line ที่สถานี Shibuya หรือ Naga-Meguro ค่ะ และเสียค่าโดยสารเพิ่มในเส้นทางนี้ในราคา 160 เยน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที) นอกจากนี้ สถานี Jiyugaoka ยังอยู่ในเส้นทางที่จะเดินทางไปยังโยโกฮาม่า (Yokohama) เมืองแสนโรแมนติกริมอ่าวโตเกียว เพื่อนๆ สามารถแวะเที่ยวที่จิยูกาโอกะก่อนได้ค่ะ

สถานี Jiyugaokaพอมาถึงสถานี Jiyugaoka ก็ออกทาง South Gate ค่ะ โดยเราจะไปเดินสำรวจตรงถนน “Green street” กันก่อน สำหรับคนที่ใช้พาส Tokyo Subway Ticket ตอนออก ให้ออกตรงที่มีนายสถานีแล้วโชว์พาสให้ดูพร้อมกับบอกว่าเราขึ้นสาย Tokyu-Toyoko Line มาจากสถานีไหน เขาก็จะคิดค่าโดยสารที่ต้องจ่ายเพิ่มให้ค่ะ

Green streetตรงกลางถนน Green street มีม้านั่งใต้ต้นไม้ตลอดทาง ก็มีคนญี่ปุ่นมานั่งพักกันบางคนมานั่งชิลๆ อ่านหนังสือ บางคนมานั่งคุยกัน บางคนก็พาน้องหมามาเดินเล่น เรามาถึงตอนประมาณ 11 โมงเช้า ร้านค้าบางร้านก็เพิ่งเริ่มเปิดค่ะ บรรยากาศยังเงียบๆ อาจจะเป็นเพราะว่าเรามาในวันธรรมดาด้วยและยังเช้าอยู่ด้วย

MONCEAU FLEURSตัวอย่างร้านค้าที่อยู่ในย่านนี้ค่ะ ร้านดอกไม้ MONCEAU FLEURS น่ารักมากๆ เป็นร้านขายดอกไม้ค่อนข้างใหญ่ทีเดียว

Mujiร้าน Muji ที่คนไทยน่าจะคุ้นเคยกันดี จากถนน Green Street นี้เดินตรงไปเรื่อยๆ ก็จะไปยังป่าขนมหวาน “Jiyugaoka Sweets Forest” ซึ่งเป็นที่รวมร้านขายขนมหวานไว้หลายร้านค่ะ แต่เนื่องจากว่าเรายังไม่ได้ทานข้าวเที่ยงมาค่ะ จึงไปเดินหาร้านของคาวกันก่อน

ย่านจิยูกาโอกะจากทางในภาพนี้ ถ้าเดินตรงขึ้นไปก็จะกลับไปที่สถานีรถไฟค่ะ

ทางข้ามรถไฟส่วนเราก็มายังอีกด้านที่มีทางข้ามรถไฟค่ะ พอข้ามไปแล้ว เราก็เลี้ยวซ้ายแล้วเดินไปเรื่อยๆ เพื่อหาร้านอาหารค่ะ ไม่มีเป้าหมายเป็นพิเศษ เจอร้านไหนที่คิดว่าโอเค ก็แวะร้านนั้นเลยค่า

ร้านโซบะเดินวนไปวนมาก็มาหยุดที่ร้านนี้ค่ะ เป็นร้านโซบะเล็กๆ อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ ดูจากเมนูแล้วก็น่าทานมาก ที่สำคัญราคาสบายกระเป๋าด้วยค่ะ แต่ความลำบากในการทานอาหารที่ร้าน Local แบบนี้ก็คือ ป้ายต่างๆ มีแต่ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น สำหรับร้านนี้จะให้กดซื้อตั๋วที่ตู้ตรงทางเข้าร้านค่ะ (เมนูที่ตู้มีแต่ภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ ใครอ่านไม่ออกก็ถ่ายรูปชื่อเมนูภาษาญี่ปุ่นไปเทียบก็ได้ค่ะ) เสร็จแล้วก็เอาตั๋วยื่นให้พ่อครัวตรงเคาท์เตอร์

นั่งรอแป๊บเดียวก็มาเสิร์ฟแล้วค่า เมนูที่เราสั่งไปก็คือ Oyakodon Set (ราคา 540 เยน) กับ Katsudon Set (ราคา 630 เยน) ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะเอาโซบะหรืออุด้ง (ร้อนหรือเยน)

โซบะเย็นเราสั่งมาเป็นโซบะเย็นค่ะ ชามใหญ่เกินคาดมากเมื่อเทียบกับราคา

Oyakodon & Katsudonส่วน 2 ถ้วยนี้ ก็เป็น Oyakodon กับ Katsudon ไซส์มินิ (แต่อัดแน่นเต็มชาม) รสชาติอาหารอร่อยถูกปากเรามากค่ะ ซัดจนหมดเกลี้ยง สรุปว่าอิ่มแปร้ กางเกงแทบปริค่าาา แต่เรายังมีเป้าหมายที่จะไปทานของหวานต่อ ก็เลยต้องไปนั่งพักตรงม้านั่งที่ถนน Green Street รอข้าวเที่ยงย่อยซักพักก่อน

จากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปยังป่าขนมหวานเลยจ้า ทางเข้าร้าน Jiyugaoka Sweets Forest นั้นเป็นบันไดอยู่ถัดจากร้าน Matsumoto Kiyoshi ค่ะ (มีบันไดเลื่อนทางขึ้นแอบอยู่ข้างๆ)

Sweets Forestขึ้นมาก็จะเจอกับหน้าร้านสีชมพูมุ้งมิ้ง มีที่นั่งทานรับลม (และแดดเปรี้ยง) ด้านนอก ส่วนร้านจริงๆ อยู่ด้านในค่ะ มองหาประตูทางเข้าแล้วพุ่งไปเลยจ้า!

Sweets Forestภายใน Jiyugaoka Sweets Forest นั้นประกอบไปด้วยร้านขนมหวานหลัก 7 ร้าน ได้แก่

  • Berry Berry (ベリーベリー)
  • Lovely Icecream (ラブリーアイスクリーム)
  • Patisserie Cherie Brin (パティスリーシェリーブラン)
  • HONG KONG SWEETS KAKA (HONG KONG SWEETS 果香)
  • Merci Crepe (メルシークレープ)
  • A LA MINUTE (ア ラ ミニュット)
  • Le Souffle (ル スフレ)

*ร้านที่ 8 นั้นเป็นโซนพิเศษ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาที่ไป

Berry Berry (ベリーベリー)เราสามารถซื้อของหวานจากร้านต่างๆ และมานั่งทานตรงโต๊ะที่จัดไว้ได้ตามใจชอบค่ะ คล้ายๆ กับฟู้ดคอร์ท (ยกเว้นร้าน Le Souffle (ル スフレ) ที่จะมีที่นั่งในร้าน)

Sweets Forest (スイーツフォレスト)Merci Crepe (メルシークレープ)ตอนที่มาถึงนั้นเป็นเวลาเที่ยงตรง ซึ่งที่นี่ก็ยังไม่มีคนเลยค่ะ เราก็เดินสำรวจกันไปก่อน มีของน่าทานหลายอย่าง เช่น เค้ก ไอศกรีม ทาร์ต พุดดิ้ง เยลลี่ เครป ซูเฟล่

Mouse Sakura & Jelly Strawberryเราก็มาจบด้วย Mouse Sakura & Jelly Strawberry ของร้าน Berry Berry (ベリーベリー) เป็นเมนูพิเศษที่จำหน่ายเฉพาะช่วงนี้ด้วยค่ะ (ตอนที่ไปเป็นเดือนเมษายน) เราจำราคาแน่นอนไม่ได้ แต่พอๆ กับข้าวที่เพิ่งทานเลยค่ะ แต่ว่ารสชาติก็หอมอร่อยสมกับราคาค่ะ ที่จริงก็อยากทานอย่างอื่นอีกด้วย แต่ท้องยังอิ่มอยู่จากเซ็ตข้าวที่ทานมาก่อนหน้า จึงไม่สามารถทานเพิ่มได้แล้ว (ถือว่ามากินบรรยากาศละกันเนอะ)

จิยูกาโอกะ (Jiyugaoka)เราก็ขอปิดท้ายรีวิวนี้ด้วยภาพบริเวณหน้าสถานี Jiyugaoka ตรงทางฝั่ง Central Gate ค่ะ ย่านจิยูกาโอกะนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่มีความเก๋ เหมาะที่จะมาเดินเล่นหาของกินแบบชิลๆ ใครที่มาเที่ยวโตเกียว ก็ลองแวะมาย่านนี้ดูนะคะ


บทความเที่ยวโตเกียวแนะนำ ดูทั้งหมด »

· [รีวิว] ตลาดอะเมโยโกะ (Ameyoko Market) แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมย่านอุเอโนะ
· [รีวิว] วัดอาซากุสะ หรือ วัดเซ็นโซจิ (Sensoji Temple) และถนนนากามิเสะ (์Nakamise)
· คู่มือเที่ยวถนนทาเคชิตะ (Takeshita Dori) ถนนช้อปปิ้งย่านฮาราจูกุ
· คู่มือเที่ยวถนนโอโมเตะซันโด (Omotesando) ถนนช้อปปิ้งย่านฮาราจูกุ

Comments

comments

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com