ใครที่ชอบชาเขียวญี่ปุ่นต้องห้ามพลาดเมืองอุจิ (Uji) ในจังหวัดเกียวโต (Kyoto) แห่งนี้เลยค่ะ ซึ่งไฮไลท์สำคัญของที่นี่ก็คือวัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple) ที่อยู่บนหลังเหรียญ 10 เยน และถนนชาเขียว (Byodoin Omotesando) ที่จะพาเราเข้าสู่วัดค่ะ และถ้าเพื่อนๆ มาเที่ยวช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม ก็จะมีใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ ให้ชมด้วยนะคะ

เกี่ยวกับเมืองอุจิ (Uji)

วัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple / 平等院)

เมืองอุจิ (Uji / 宇治) เป็นเมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ของเมืองเกียวโต (Kyoto) สามารถเดินทางมาได้สะดวกทั้งจากใจกลางจังหวัดเกียวโต (Kyoto) และจังหวัดนารา (Nara) มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญคือ วัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple / 平等院) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1052 และรูปของหอ Hoodo (鳳凰堂) หรือที่เรียกว่า หอนกฟินิกซ์ (Phoenix Hall) ซึ่งป็นอาคารหลักของวัดก็ได้ปรากฎอยู่บนหลังเหรียญ 10 เยนของญี่ปุ่นอีกด้วย

นอกจากนี้เมืองอุจิยังเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตชาเขียวชื่อดังของญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองแห่งนี้สามารถลิ้มลองชาเขียวอุจิในรูปแบบต่างๆ ทั้งเครื่องดื่ม อาหารคาว ขนมหวานได้ที่ร้านค้าทั้งสองฟากฝั่งของถนนชาเขียว (Byodoin omotesando / 平等院表参道) ซึ่งเป็นถนนทางเข้าสู่วัดเบียวโดอินอีกด้วย

วิธีการเดินทางมาเมืองอุจิ

สถานีรถไฟใกล้เคียง ได้แก่

  • JR Uji (JR Nara Line)
    • จากสถานี Kyoto หรือ Nara ให้นั่งรถไฟสาย JR Nara Line มาลงที่สถานี JR Uji [ดูแผนที่]
  • Keihan Uji (Keihan-Uji Line)
    • จากสถานี Chushojima ให้นั่งรถไฟสาย Keihan-Uji Line มาลงที่สถานี Keihan Uji [ดูแผนที่]

รีวิวเที่ยวเมืองอุจิ (Uji)

จากในรีวิวก่อนเราอยู่กันที่วัดโทฟุคุจิ (Tofukuji Temple) ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานี Tofukuji (ถัดจากสถานี Kyoto มา 1 ป้าย) บนสายรถไฟ JR Nara Line เส้นทางเดียวกันกับที่จะมาเมืองอุจิเลยค่ะ

จากสถานี Tofukuji ใช้เวลาเดินทางมายังสถานี Uji ประมาณ 17 – 22 นาที หรือถ้ามาจากสถานี Kyoto ก็จะใช้เวลาประมาณ 20 – 25 นาที (แล้วแต่ขบวน ถ้าเป็น Rapid ก็จะเร็วกว่า Local)

พอออกจากสถานีรถไฟ JR Uji ก็เดินข้ามถนนมุ่งหน้าไปหาอะไรทานก่อนเลย ตอนนี้กำลังหิวมากๆ ค่ะ เพราะเป็นเวลาเที่ยงแล้ว

Nakamura Tokichi Head Shop (中村藤吉 宇治本店)

เดินตรงมานิดหน่อยจะเจอกับทางแยกซึ่งมีร้านชาเขียว Nakamura Tokichi อยู่พอดี ร้านนี้เป็นร้านชาเขียวชื่อดัง ด้านในคนเยอะมากกก เข้าไปดูแล้วเจอคิวรอหลายชั่วโมง ก็ถอยดีกว่า เราก็เลยเลี้ยวซ้ายเดินไปตามถนน Ujibashi-Dori (宇治橋通り) แทนค่ะ

ถนนช้อปปิ้งอุจิบาชิ (Ujibashi-dori Shopping Street)

โซนแรกที่เราจะเจอก็จะเป็นย่านถนนช้อปปิ้ง Ujibashi-dori Shopping Street (宇治橋通り商店街) [ดูแผนที่] ตรงนี้มีร้านอาหารและร้านขายของฝากจากชาเขียวหลายร้านเลย

เดินมาเรื่อยๆ จนสุดถนนเราก็จะเจอแยกที่มีประตูเสาโทริใหญ่ๆ แบบในรูปค่ะ หากไปทางซ้ายก็จะเจอกับสะพาน Ujibashi Bridge (宇治橋) ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำอุจิ ถ้าเลี้ยวทางขวารอดใต้ประตูเสาโทริอิ ก็เป็นทางไปศาลเจ้า Agata Shrine (縣神社) สำหรับถนนชาเขียว (Byodoin omotesando / 平等院表参道) ก็เป็นตรอกเล็กๆ ตามที่มีป้ายชี้ในรูปด้านบนค่ะ

ถนนชาเขียว (Byodoin Omotesando)

ถนนชาเขียว (Byodoin Omotesando / 平等院表参道) [ดูแผนที่] เข้ามาในถนนนี้แล้วก็เจอร้านชาเขียวเต็มไปหมดทั้งสองฝั่ง ความยาวถนนประมาณ 200 เมตร นึกเเลยค่ะอยากทานอะไร มีร้านให้เลือกสารพัด

สองร้านนี้มีราเม็งชาเขียว เกี๊ยวซ่าชาเขียว ทาโกยากิชาเขียว รวมถึงซอฟครีมชาเขียว

แต่สำหรับแอดมินนั้นอยากทานโซบะชาเขียวค่ะ ก่อนอื่นก็ขอมาสำรวจร้านและความยาวของแถวที่ต่อกันก่อน เดินมาเรื่อยๆ จนใกล้ถึงทางเข้าวัด ก็มาเจอร้านอุด้งโซบะนี้อยู่ตรงสุดถนนก่อนทางเข้าวัดค่ะ เมนูน่าทาน ตรงกับความต้องการพอดี แถวไม่ยาวมากด้วยก็เข้าไปต่อแถวกันเล้ย!

ซารุโซบะชาเขียว 850 เยน

โซบะชาเขียวเทมปุระ 900 เยน

จากการที่ลองทานทั้ง 2 เมนูแล้ว ส่วนตัวรู้สึกว่าเส้นชาเขียวไม่ต่างจากเส้นปกติค่ะ 555 แต่ที่แน่ๆ น้ำซุปต่างๆ หอมอร่อยค่ะ ขาเขียวร้อนที่เสิร์ฟให้ฟรีก็หอมมากค่ะ ฟาดแป๊บเดียวหมด แต่ยังไม่สะกิดท้องเท่าไหร่ ก็ไปหาของหวานตบท้องกันต่อค่ะ

เดินย้อนกลับมาที่ร้าน Nakamura Tokichi Byodo-in (中村藤吉平等院店) ซึ่งเป็นสาขาย่อยของร้านแรกที่แอดมินอยากลองค่ะ ตรงนี้จะมีร้านขายซอฟครีมด้านหน้าด้วย รอคิวไม่นานค่ะ จัดไป! Uji Kin Soft Serve Ice Cream [Autumn] ราคา 650 เยน มีขายเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ร่วงด้วย ชาเขียวมัทฉะและโฮจิฉะหอมอร่อยจนต้องแวะเข้าร้านขายของฝากที่อยู่ด้านหน้า เพื่อซื้อขาเขียวกลับบ้านมาด้วยจ้า

เติมพลังงานเรียบร้อยแล้วก็ไปชมวัดกันต่อเลยค่ะ เดินมาเจอ Starbucks Coffee Kyoto Uji Byodo-in Omote Sando สาขานี้อยู่ตรงตรอกด้านซ้ายก่อนทางเข้าวัดนะคะ แอดมินแค่แวะมาโฉบๆ ดู ไม่ได้เข้าไปด้านในค่ะ

วัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple)

ตรงทางเข้าวัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple / 平等院) [ดูแผนที่] มีใบไม้แดงพอให้ชื่นใจ วัดนี้สามารถมาชมได้ทุกฤดูกาล ในแต่ละช่วงก็จะมีสีสันที่แตกต่างกันไป

ข้อมูลการเยี่ยมชมวัดเบียวโดอิน

  • ค่าเข้าชม:
    • ผู้ใหญ่ 600 เยน
    • นักเรียนชั้นมัธยม 400 เยน
    • นักเรียนชั้นประถม 300 เยน
  • เวลาทำการ:
    • บริเวณสวน 8:30 – 17:30 น. (เข้าก่อน 17:15 น.)
    • เยี่ยมชมหอ Hoodo 9:30 – 17:30 น. (ทุก 20 นาที / จำกัด 50 คนต่อรอบ)
    • พิพิธภัณฑ์ Hosho-kan 9:00 – 17:00 น. (เข้าก่อน 16:45 น.)
    • ร้านชา Sabo Toka 10:00 – 16:30 น. (Last Order 16:00 น.)
  • การเดินทาง: [ดูแผนที่]
    • เดินประมาณ 10 นาที จากสถานี JR Uji หรือ สถานี Keihan Uji

ซื้อตั๋วเข้าชมวัดกันก่อน ผู้ใหญ่ราคา 600 เยน นอกจากนี้ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็ยังมีการประดับไฟตอนกลางคืนอีกด้วยนะคะ ดูจากรูปแล้วอลังการมากๆ เลยค่ะ

กำหนดการจัดงาน Special Night Visit in Autumn

  • ปี 2019:
    • วันที่: 16-17, 22-24, 29-30 พฤศจิกายน และ 1 ธันวาคม 2019
    • ช่วงเวลา: 18:00 – 20:30 น. (เข้าก่อน 20:15 น.)
    • ค่าเข้าชม: 1,000 เยน (อายุตั้งแต่ 13 ปี)

เมื่อเข้ามาด้านในวัด โซนแรกที่เจอจะเป็นสวนค่ะ

เดินมาอีกหน่อยก็จะเจอด้านข้างของหอหลัก Hoodo (鳳凰堂) หรือที่เรียกว่า หอนกฟินิกซ์ (Phoenix Hall) ค่ะ มีนกเกาะอยู่ตรงต้นไม้พอดี คนก็รุมถ่ายกันใหญ่เลย ประดุจว่าเป็นนกฟินิกซ์ตามชื่อหอ หุหุ

ภายในหอเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไม้แกะสลัก สามารถเข้าไปเยี่ยมชมด้านในได้ค่ะ โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม 300 เยน

ช่วงที่ไปคือประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน ต้นเมเปิ้ลในวัดยังไม่ค่อยเปลี่ยนสีเท่าไหร่ ถ้าให้ดีต้องมาตอนสิ้นเดือนพฤศจิกายนหรือตอนต้นเดือนธันวาคมเลยค่ะ น่าจะพีคจัดๆ ที่ช่วงนี้

รูปหอกับเหรียญ 10 เยน

ภาพมุมกว้างจากอีกฝั่ง

Hosho-kan Museum (鳳翔館)
ตรงนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงวัตถุโบราณต่างๆ ภายในห้ามถ่ายรูป เลยไม่มีภาพมาฝากเพื่อนๆนะคะ

ออกมาด้านนอกพิพิธภัณฑ์ก็จะเจอใบไม้แดงพอให้ชื่นใจ

หลังจากชมวัดเสร็จแล้วเราก็กลับออกมาทางเดิมค่ะ ระหว่างทางก็เดินเข้าร้านหาซื้อของฝากอีกรอบ แล้วก็มาแวะกันที่รูปปั้น Statue of Murasaki Shikibu (紫式部石像) ที่อยู่ใกล้ๆ กับสะพาน Ujibashi Bridge (宇治橋) ที่อยู่ใกล้ๆ กับต้นถนนชาเขียวค่ะ

Murasaki Shikibu นั้นเป็นผู้ประพันธ์เรื่อง “ตำนานเก็นจิ (Tale of Genji)” หรือที่เรียกในภาษาญี่ปุ่นว่า “Genji Monogatari (源氏物語)” โดยได้เขียนแต่งขึ้นเมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อน ถือได้ว่าเป็นนวนิยายที่มีความเก่าแก่ที่สุดเรื่องหนึ่งของโลกเลยนะคะ และหนึ่งในฉากที่สำคัญของเรื่องนี้ก็อยู่ที่เมืองอุจิแห่งนี้นี่เองค่ะ

ส่งท้าย

แอดมินได้ใช้เวลาเที่ยวที่เมืองอุจิ (Uji) ประมาณ 3 ชั่วโมงเลยทีเดียว ส่วนหนึ่งก็หมดเวลาไปกับการหาของฝากติดไม้ติดมือ ซึ่งมีหลายร้านเลย เข้าร้านโน้นออกร้านนี้ ขนมของแต่ละร้านน่าทานทั้งนั้นเลยค่ะ แต่ว่าการท่องเที่ยวเกียวโตใน 1 วันนี้ยังไม่จบเพียงแค่เมืองนึ้นะคะ เพราะเราจะพาไปชมแสงไฟในเกียวโตช่วงยามค่ำกันต่อ รอติดตามชมได้ในรีวิวหน้านะคะ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีค่า

อ่านตอนต่อไป » [รีวิว] เที่ยวกิออน (Gion) ย่านเกอิชาและไมโกะแห่งเมืองเกียวโต ชมสเน่ห์ของเมืองเก่ายามเย็น

บทความเที่ยวเกียวโต (Kyoto)

การเดินทาง
สถานที่ท่องเที่ยว
› เกียวโตตะวันออก (Eastern Kyoto)
› เกียวโตตะวันตก (Western Kyoto)
› เกียวโตเหนือ (Northern Kyoto)
› เกียวโตใต้ (Southern Kyoto)
ร้านอาหาร

+ ดูบทความเที่ยวเกียวโตทั้งหมด

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com