ถ้าพูดถึงช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น ลิสแหล่งท่องเที่ยวแรกๆ ที่นึกถึงเลยก็คือเกียวโต (Kyoto) นอกจากจะมีสถานที่ชมวิวทางธรรมชาติอันงดงามแล้ว ยังมีวัดและศาลเจ้าที่สวยๆ อีกเเยอะมากค่ะ อย่างวันนี้สตรอเบอร์รี่น้อยฯ จะขอพาไปเที่ยวทิพย์ที่ วัดรุริโคอิน (Rurikoin Temple) เป็นวัดใน Top 5 ของเราเลยก็ว่าได้ค่ะ

เกี่ยวกับวัดรุริโคอิน (Rurikoin Temple)

วัดรุริโคอิน (Rurikoin Temple / 瑠璃光院) ขึ้นชื่อว่าเป็นวัดที่มีระเบียงที่สวยและสงบ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเกียวโต (Kyoto) โดยอาคารหลักของวัดนั้นรายล้อมไปด้วยสวนสไตล์ญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวสามารถมาเยี่ยมชมได้ 2 ช่วงคือ ฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งจะได้ตื่นตาตื่นใจกับวิวใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีแดง ส้ม เหลือง สุดอลังการ โดยช่วงพีคนั้นอยู่ที่กลาง-ปลายเดือนพฤศจิกายน ส่วนอีกช่วงก็คือ ฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งจะได้สัมผัสบรรยากาศสวนอันเขียวชอุ่มที่สวยสดงดงามไม่แพ้กัน

ข้อมูลการเยี่ยมชม

  • ค่าเข้าชม:
    • 2,000 เยน
  • เวลาทำการ: 10:00-17:00 (เข้าก่อน 16:30 น.)
  • ตารางเปิดเข้าชม:
    • ฤดูใบไม้ร่วงปี 2021: 30 ตุลาคม – 5 ธันวาคม 2021
  • หมายเหตุ: กำหนดการอาจแต่งต่างกันไปในแต่ละปี
    • ฤดูใบไม้ร่วง: เปิดให้เข้าชมประมาณเดือนตุลาคม – ต้นเดือนธันวาคม
    • ฤดูใบไม้ผลิ: เปิดให้เข้าชมประมาณกลางเดือนเมษายน – ปลายเดือนมิถุนายน

*ตรวจสอบเวลาเปิดให้ชมที่แน่นอนได้ที่เว็บไซต์ rurikoin.komyoji.com

วิธีการเดินทาง

รถไฟ

  • จากสถานี Demachi-yanagi ให้นั่งรถไฟสาย Eizan มาลงทีสถานี  Yase-Hieizanguchi และเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที

รถบัส

  • จากสถานี Kyoto ให้นั่งรถบัส Kyoto Bus หมายเลข 17 มาลงที่ป้าย Yase Eki mae และเดินต่ออีกประมาณ 7 นาที
  • จากสถานี Kokusaikaikan ให้นั่งรถบัส Kyoto Bus หมายเลข 19 มาลงที่ป้าย Yase Eki mae และเดินต่ออีกประมาณ 7 นาที

หมายเหตุ: จากสถานี Kyoto ให้นั่งรถไฟใต้ดินสาย Karasuma Line มาลงที่สถานี Kokusaikaikan แล้วค่อยต่อรถบัส Kyoto Bus หมายเลข 19 มาลงที่ป้าย  Yase Eki mae จะใช้เวลาเดินทางเร็วที่สุด

รีวิวเที่ยววัดรุริโคอิน (Rurikoin Temple)

เริ่มที่รูปแรกนี้ Google Map แนะนำเราให้มาลงรถไฟที่สถานี Kokusaikaikan เพื่อขึ้นรถบัสหมายเลข 19 ถ้ากลัวขึ้นผิดคันให้ดูที่คนต่อแถวเยอะๆ ค่ะ ไม่มีทางหลง และแน่นอนว่าไม่ได้นั่งค่ะ 555 แต่ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 10 นาทีก็มาถึงยังป้าย Yase Eki mae ตรงไหนคนลงเยอะก็คือตรงนั้นเลย พอเดินลงมาจากรถบัสข้ามถนนเพื่อเดินไปยังวัดค่ะ

ระหว่างเดินเตร็ดเตร่ก็เจอวิวสวยมากๆ เข้าซะแล้ว

วิวระหว่างข้ามสะพานนี้ดีมากจริงๆ พบกับนกกระยางเจ้าถิ่นกำลังเอ็นจอยอยู่ในน้ำ

จุดซื้อตั๋วเข้าชมวัดค่ะ จะมีป้ายบอกว่าเราได้รอบเวลาไหน ส่วนอีกด้านคือแถวของรอบที่จะเข้าไปชมค่ะ ตอนแรกสารภาพเลยว่า พอเห็นคนต่อแถวยาว ไม่ค่อยอยากเข้าไปเลยค่ะ แต่ก็เดินไปซื้อตั๋วแต่โดยดี เพราะไม่อยากพลาด ไหนๆ ก็มาถึงที่แล้ว

เค้าจะขายตั๋วเข้าชมเป็นรอบๆ เพื่อจำกัดคนที่เข้าชมตัววัดข้างใน เราว่าการจัดการเค้าดีมากๆ เลยนะคะ เราต้องรออีกประมาณชั่วโมงนึง ซึ่งเหมือนจะรอนาน แต่ก็ไม่นาน เพราะมีเพิงเล็กๆ ขายอาหาร มีทั้งเนื้อย่าง ดังโงะ ชาเขียว ราคาก็พอประมาณตามสถานทีท่องเที่ยวค่ะ

เนื้อย่าง (ราคา 1,000 เยน) กลิ่นเนื้อมันหอมมาก ก็เหมือนละเมอไปต่อคิวกินรอซะเลย

นี่ขนาดรอคิวนะ วิวยังสวยเลยอะ นั่งชมไปเพลินๆ ดีเหมือนกัน

พอใกล้จะถึงเวลาก็เดินไปต่อคิวเพื่อรอเข้าชมวัดค่ะ กลุ่มที่เห็นคือกลุ่มที่เค้ากำลังเดินเข้าไปข้างในค่ะ ซึ่งก่อนเข้าไปในวัดจะมีเจ้าหน้าที่คอยจัดและถ่ายรูปให้ทุกคนที่หน้าประตูด้วย แต่เราไม่ได้ถ่ายค่ะ เพราะไปคนเดียว เขิล

ใบไม้เปลี่ยนสีระหว่างทางเดินไป สดชื่นมากๆ

เมื่อเข้ามาข้างในก็เจอใบไม้เปลี่ยนสีซ้อนกันเหมือนน้ำแข็งไส 🍧 เลยค่ะ

ยังคงเพลินกับวิวใบไม้แดงมากๆ 🍁🍁🍁

ตรงนี้เป็นบริเวณทางเข้าค่ะ เหมือนบ้านโบราณ อบอุ่น ไม่ใหญ่มาก ต้องถอดรองเท้าแล้วเอาใส่ถุงหิ้วเข้าไปด้วย เมื่อก้าวเข้ามาด้านในอาจจะต้องเงียบเสียงนิดนึงนะคะ เพราะพื้นเป็นไม้ และทุกคนใช้เสียงน้อยมาก

ตัวอาคารของวัดนั้นมี 2 ชั้น เมื่อขึ้นมาชั้นข้างบน ก็เจอวิวนี้เลย

ตรงนี้ก็คือมุมไฮไลท์ของวัดรุริโคอิน (Rurikoin Temple) นั่นเองค่า ด้านนี้ยังไม่ค่อยเปลี่ยนสีเท่าไหร่ ตอนแรกที่เห็นรูปจากเว็บต่างๆ สตรอเบอร์รี่น้อยฯ คิดว่าภาพสะท้อนนี้เป็นน้ำค่ะ พอมาเห็นของจริง อ้าว…โต๊ะนิเอง เงาปิ๊งเลย 555

ต้องรีบกดชัตเตอร์กันสักหน่อย เพราะข้างหลังมีคนรอคิวเยอะมากค่ะ

วิวมุมนี้ก็สวยทีเดียวค่ะ มีใบไม้สีแดงสด แต่เสียดายมุมมหาชนเมื่อครู่ยังเป็นสีเขียวมากไปหน่อย

พอคนเริ่มเยอะขึ้น เราก็หลีกทางให้คนอื่นได้เห็นบ้าง ลงมาด้านล่างก็ถ่ายภาพบ่อน้ำปิดท้ายอีกซักรูปก่อนกลับ บรรยากาศรอบนอกของนั้นสงบมากทีเดียวค่ะ

ส่งท้าย

วัดรุริโคอิน (Rurikoin Temple) แห่งนี้ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนวัดดังอื่นๆ ในเกียวโต แต่ว่าวิวอลังการมากค่ะ ถ้ามาตรงช่วงพีคๆ คงฟินน่าดู ไม่รู้เหมือนไหร่โควิด-19 ตัวดี จะหมดๆ ไปสักที ยิ่งทำบทความรีวิวก็ยิ่งอยากกลับไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้ว สำหรับวันนี้ขอจบการเที่ยวทิพย์ไว้เท่านี้นะคะ บะบาย

บทความเที่ยวเกียวโต (Kyoto)

การเดินทาง
สถานที่ท่องเที่ยว
› เกียวโตตะวันออก (Eastern Kyoto)
› เกียวโตตะวันตก (Western Kyoto)
› เกียวโตเหนือ (Northern Kyoto)
› เกียวโตใต้ (Southern Kyoto)
ร้านอาหาร

+ ดูบทความเที่ยวเกียวโตทั้งหมด

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com