วันนี้เราจะชวนเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับเทศกาลซากุระแบบชาวญี่ปุ่นกันค่ะ ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นเรียกสั้นๆ ว่า ‘ฮานามิ (Hanami)’ นั่นเอง แต่ก่อนจะไปดูซากุระสวยๆ กัน เพื่อนๆ รู้มั้ยคะว่าในเทศกาลชมซากุระจริงๆ นั้น คนญี่ปุ่นเขาทำอะไรกัน และชมซากุระกันที่ไหนบ้าง ในบทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับเทศกาลฮานามินี้กันให้มากขึ้น พร้อมกับข้อควรรู้ก่อนชมซากุระที่ญี่ปุ่นแบบละเอียดเลยค่ะ

ฮานามิ (Hanami) หมายความว่าอะไร?

การชมซากุระบานที่ญี่ปุ่น
Iwakura Sakura Festival, Aichi

คำว่า ‘ฮานามิ (Hanami)’ ในภาษาญี่ปุ่นคือ 「花見」 ประกอบด้วยอักษร 2 ตัว ได้แก่ ‘花 (Hana) หมายถึง ‘ดอกไม้’ และ ‘見 (Mi)’ หมายถึง ‘ดู มอง’ เมื่อนำมารวมกันก็หมายถึง ‘การชมดอกไม้’ นั่นเอง ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าซากุระเป็นดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลิ ดังนั้นคำว่า ‘ฮานามิ’ จึงหมายถึง ‘การชมดอกซากุระ’ แม้จะไม่มีคำว่าซากุระในตัวอักษรก็ตาม

เทศกาลฮานามิ (Hanami) คืออะไร?

เทศกาลชมซากุระ/ฮานามิ (Hanami)
Expo ’70 Commemorative Park, Osaka

เทศกาลชมซากุระหรือเทศกาลฮานามิ (Hanami) คือ เทศกาลชมซากุระของชาวญี่ปุ่น โดยทั่วไปจะจัดในฤดูใบไม้ผลิ ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมจนถึงพฤษภาคม ขึ้นอยู่กับช่วงการบานของซากุระในแต่ละพื้นที่ เป็นการเฉลิมฉลองด้วยการออกไปรับประทานอาหารและเครื่องดื่มกับครอบครัว หรือหมู่ญาติ พร้อมพบปะเพื่อนฝูง โดยทำกิจกรรมอยู่ใกล้ๆ หรือใต้ต้นซากุระแล้วแต่ข้อกำหนดของสถานที่

กิจกรรมการชมซากุระของชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะคล้ายคลึงกับการปิกนิกกลางแจ้งของตะวันตก มีการตั้งเตาถ่าน ทำอาหารกลางวันทานกัน หรือการห่อปิ่นโตมาทานร่วมกัน นอกจากนี้บางสถานที่ยังมีการออกร้านจำหน่ายอาหารกันอย่างคึกคัก เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวจากหลายๆ ประเทศก็อยากเดินทางมาชมความงามของซากุระและร่วมฉลองเทศกาลนี้ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้กิจกรรมการชมซากุระปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนกิจกรรมและรูปแบบการจัดงานให้เข้ากับลักษณะพื้นที่เพื่อสะดวกแก่การเข้าชม ตลอดจนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19

เทศกาลฮานามิ (Hanami) มีความพิเศษอย่างไร?

ซากุระคือความสดใสของโลกใบนี้

Gongendo Sakura Tsutsumi (権現堂桜堤)
Gongendo Sakura Tsutsumi, Saitama

เนื่องจากอากาศในญี่ปุ่นที่เริ่มหนาวมาตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งในฤดูหนาวนั้นทั้งอากาศและสภาพแวดล้อมเรียกได้ว่าค่อนข้างหม่นหมอง หดหู่ ผู้คนใช้ชีวิตอยู่ในบ้านแทบไม่รู้สึกถึงแสงแดดมาตลอดราวๆ 4 เดือน ฤดูใบไม้ผลิที่มีซากุระเป็นสัญลักษณ์ จึงเสมือนการเริ่มต้นของความสดใส

นอกจากนี้ก็ยังเป็นช่วงที่อากาศอบอุ่นกำลังสบายและเป็นช่วงเวลาที่ท้องฟ้าสีฟ้าสด มีแสงแดด มีสายลมเบาๆ พัดผ่านตลอดเวลา ทำให้คนรู้สึกสดชื่นและอบอุ่นมากขึ้นเป็นพิเศษ เทศกาลชมซากุระจึงเป็นอีเวนต์แรกของปีที่ให้ความรู้สึกคึกคัก ทำให้อารมณ์หมองเศร้าของฤดูหนาวหายไป มีแต่ความสดใสของรอยยิ้มและซากุระที่บานสะพรั่ง

ได้ใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวหรือคนรัก

ปิคนิคในสวน
Ueno Park, Tokyo

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าการชมซากุระเป็นการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มไปพลาง ชมซากุระไปพลาง แน่นอนว่าเป็นอีเวนต์ที่ครอบครัวและคนรักจะได้ใช้เวลาร่วมกัน เป็นกิจกรรมยอดนิยมในช่วงฤดูใบไม้ผลิเลยก็ว่าได้ เพราะคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ปัจจุบันเป็นครอบครัวเดี่ยวหรือใช้ชีวิตคนเดียวมากขึ้น การได้ทำกิจกรรมร่วมกันทำให้ครอบครัวได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น

เป็นความรู้สึกของการเฉลิมฉลองที่หาได้เฉพาะช่วงนี้เท่านั้น

พิธีปฐมนิเทศของมหาวิทยาลัยเมจิ
Nippon Budokan, Tokyo

เนื่องจากว่าญี่ปุ่นมักจะเปิดเทอม หรือเปิดปีการศึกษาใหม่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เด็กๆ ที่สอบเข้ามัธยมปลายหรือมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็จะเริ่มต้นเปิดภาคเรียนในช่วงฤดูใบไม้ผลิ การได้เฉลิมฉลองท่ามต้นซากุระจึงเป็นกิจกรรมที่จะทำให้นึกถึงความสำเร็จและการเริ่มต้นใหม่ของแต่ละช่วงชีวิตอยู่เสมอนั่นเอง

ได้ชื่นชมศิลปวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่น

เวทีการแสดงดนตรี
Yasukuni shrine, Tokyo

การชมซากุระนั้นมีมาแต่โบราณและยังสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน เริ่มจากชนชั้นสูงและค่อยๆ เป็นที่นิยมในหมู่คนทั่วไป สมัยก่อนเป็นสุนทรียภาพทั้งด้านการวาดภาพ การเล่นดนตรี แต่งกลอนชมซากุระ การดื่มชาและดื่มด่ำกับฤดูใบไม้ผลิ

แม้กิจกรรมหลายอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่ปัจจุบันก็ยังมีกิจกรรมหลายๆ อย่างที่ทำให้รู้สึกถึงความเป็นญี่ปุ่นแบบโบราณอยู่บ้าง เช่น การสวมชุดกิโมโน การเล่นเครื่องดนตรีญี่ปุ่น เช่น โกโตะ ขลุ่ย ญี่ปุ่น การขับร้องเพลงญี่ปุ่นแบบโบราณ เช่น งานเทศกาลชมซากุระที่ศาลเจ้ายาสุกุนิ และงานชมซากุระที่ปราสาทนาโกย่า

ได้ดื่มสาเกใต้ต้นซากุระ

สวนโอมิยะ (Omiya Park)
Omiya Park, Saitama

สาเกญี่ปุ่นมีชื่อเสียงทั้งในประเทศและเป็นที่รู้จักในต่างประเทศ เป็นเครื่องดื่มที่สามารถดื่มได้ทั้งแบบร้อนและเย็น ยิ่งได้ดื่มใต้ต้นซากุระที่แสนสวยงามจะยิ่งได้อรรถรสมากขึ้น หากโชคดีมีลมพัดแล้วซากุระร่วงมาในจอกสาเกก็จะได้เป็นสาเกลอยซากุระไปอีก (แล้วแต่ดวงจริงๆ) แต่ไม่ควรเด็ดดอกจากต้นหรือเก็บจากดอกที่ตกพื้นมาใส่ในสาเกนะคะ

ไปชมซากุระญี่ปุ่นได้ที่ไหนบ้าง?

นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมงานเทศกาลฮานามิหรือชมซากุระได้แม้จะไม่ได้เตรียมตัวไปปิกนิก ซึ่งจุดชมซากุระนั้นก็มีอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่นเลยค่ะ โดยเราขอแบ่งประเภทสถานที่หลักๆ ดังนี้

สวนสาธารณะ

อุเอโนะ (Ueno Park)
Ueno Park, Tokyo

เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับสวนสาธารณะมากๆ เพราะเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถใช้ร่วมกันได้ เป็นทั้งสถานที่เดินเล่น ออกกำลังกาย ปิกนิก ตั้งแคมป์ และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนใหญ่จึงมีการปลูกต้นไม้ดอกไม้หลายหลายชนิดที่จะออกดอกสลับสับเปลี่ยนกันตลอดทั้งปี ซึ่งการชมซากุระก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ทุกคนมักจะใช้พื้นที่ร่วมกัน ทุกเมืองจะมีสวนสาธารณะให้ทุกคนชมซากุระกันอย่างครึกครื้นเลยค่ะ

ตัวอย่างจุดชมซากุระในสวนสาธารณะ

  • สวนอุเอโนะ (Ueno Park, Tokyo) [ดูรีวิว]
    เป็นบรรยากาศเทศกาลชมซากุระแบบครอบครัว แบบวัยรุ่น และวัยทำงาน เป็นสถานที่ที่มีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการปิกนิกแบบครอบครัว การเลี้ยงต้อนรับพนักงานบริษัทคนใหม่ หรือว่าการมาขอพรศาลเจ้าท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและสวยงาม

สวนญี่ปุ่น

สะพานไม้ในสวน
Shinjuku Gyoen, Tokyo

นอกเหนือจากสวนสาธารณะแล้ว ปัจจุบันมีการยกพื้นที่สวนญี่ปุ่นและที่อยู่ของของชนชั้นสูงในสมัยโบราณให้เป็นสวนที่ทุกคนสามารถใช้รวมกันได้ โดยมีค่าบำรุงรักษาในการเข้าใช้บริการ มีรัฐบริหารจัดการให้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งจุดเด่นขอสวนญี่ปุ่นคือมีการวางสัดส่วนและส่วนผสมของธรรมชาติเอาไว้อย่างลงตัวและเป็นเอกลักษณ์ โดยมีองค์ประกอบของ หิน บ่อน้ำ ต้นไม้ 4 ฤดู การตกแต่งเป็นแบบโบราณ

ตัวอย่างจุดชมซากุระในสวนญี่ปุ่น

  • สวนชินจูกุเกียวเอ็น (Shinjuku Gyoen, Tokyo) [ดูรีวิว]
    เป็นอุทยานหลวงใจกลางเมืองในย่านชินจูกุ ซึ่งเป็นสวนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของกรุงโตเกียว ที่นี่มีซากุระให้ชมหลายพันธุ์และดอกไม้อีกนานาชนิดเลยค่ะ คนไม่ค่อยพลุกพล่านเหมือนกับสวนสาธารณะทั่วไปด้วย

รอบๆ ปราสาทญี่ปุ่น

ปราสาทฮิโรซากิ (Hirosaki Castle)
Hirosaki Castle, Aomori

ปราสาทเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่น่าสนใจของญี่ปุ่น เป็นสถาปัตยกรรมโบราณที่มีการทำนุบำรุงอยู่เสมอ เสน่ห์ของการชมซากุระรอบๆ ปราสาทคือ เราสามารถชื่นชมความสวยงามของปราสาทและธรรมชาติโดยรอบไปพร้อมๆ กัน ส่วนใหญ่ผู้ที่จะมีปราสาทมักมีฐานะเป็นเจ้าเมืองหรือโชกุน รวมถึงที่อยู่ของจักรพรรดิ เราจะได้ชมซากุระในมุมเดียวกับคนสมัยโบราณ

นอกจากนี้รอบๆ ปราสาทมักจะมีพื้นที่กว้างขวาง มีการแบ่งพื้นที่จำหน่ายอาหาร และพื้นที่ชมดอกไม้ และส่วนของเวทีหลักที่มีกิจกรรมครึกครื้น ซึ่งผู้เข้าร่วมสามารถเลือกมุมที่ชื่นชอบ หรือเสาะหามุมที่ให้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นได้มากกว่าสวนทั่วไป เช่น การแสดงการขับร้องเพลงสมัยโบราณ การเล่นเครื่องดนตรีญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งการใส่กิโมโนมาชมและมาร่วมกิจกรรมที่ปราสาท

ตัวอย่างจุดชมซากุระรอบปราสาท

  • ปราสาทฮิโรซากิ (Hirosaki Castle, Aomori) [ดูรีวิว]
    ถือเป็นจุดชมซากุระยอดนิยมติด 1 ใน 3 อันดับของญี่ปุ่น โดยสวนรอบๆ ปราสาทเต็มไปด้วยต้นซากุระกว่า 2,500 ต้นที่จะผลิดอกในช่วงปลายเดือนเมษายน ซึ่งจะช้ากว่าทางแถบโตเกียว เนื่องจากอยู่ทางตอนเหนือของญี่ปุ่นนั่นเอง

วัดและศาลเจ้า

ศาลเจ้ายาสุกุนิ ( Yasukuni shrine
Yasukuni shrine, Tokyo

ประเทศญี่ปุ่นมีวัดและศาลเจ้าเยอะมากกกกก ซึ่งความยิ่งใหญ่ของแต่ละที่จะแตกต่างกันไปตามความเชื่อในแต่ละสมัย แต่เดิมมีต้นกำเนิดมาจากความศรัทธาในเรื่องเทพ วิญญาณ และพุทธศาสนา การสร้างวัดหรือศาลเจ้าจึงมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย จุดเด่นของต้นซากุระในบริเวณวัดหรือศาลเจ้าคือ ซากุระที่มีอายุมากก็จะมีความสวยงามอลังการมากตามจำนวนปี และยังแฝงด้วยบรรยากาศแบบโบราณนั่นเอง

ตัวอย่างจุดชมซากุระในวัดและศาลเจ้า

  • ศาลเจ้ายาสุกุนิ (Yasukuni Shrine, Tokyo) [ดูรีวิว]
    เนื่องจากเป็นศาลเจ้าที่เงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ จึงมีการจัดงานชมซากุระแบบญี่ปุ่นค่ะ เน้นความสงบเงียบ สบายๆ นั่งฟังดนตรี ชมมหรสพแบบญี่ปุ่นโบราณ ขอพรเทพเจ้า และการเสี่ยงเซียมซีต่างๆ บรรยากาศสบายๆ ไม่แออัด ไม่มีกิจกรรมปิกนิก เน้นไปทางการนั่งชมดอกไม้สวยๆ ใต้ต้นซากุระ

ริมแม่น้ำ

ซากุระที่แม่น้ำเมกุโระ (Meguro River)
Meguro River, Tokyo

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่มีการจัดการระบบดีมากประเทศหนึ่ง นอกจากจะไม่มีขยะแล้ว ยังสะอาดสวยงาม ซากุระเป็นต้นไม้ยืนต้นที่มีอายุยาวนาน ชอบอากาศเย็นสบายมีความชื้นแต่ไม่แฉะ พื้นที่ริมแม่น้ำจึงเป็นจุดปลูกซากุระที่ยอดเยี่ยม และความเอาใจใส่กับพื้นที่สีเขียว ประโยชน์ของการยึดเกาะดินริมแม่น้ำได้อย่างดี ใช้พื้นที่น้อย ทุกคนที่เดินผ่านไปมาสามารถชมความสวยงามได้อีกด้วย

ตัวอย่างจุดชมซากุระริมแม่น้ำ

  • แม่น้ำเมกุโระ (Meguro River, Tokyo) [ดูรีวิว]
    มีรูปแบบเป็นการเดินชมไปตลอดสองข้างทางมากกว่านั่งปิกนิกเนื่องจากพื้นที่แคบ โดยมีม้านั่งให้นั่งดื่มหรือทานอาหารเบาๆ เป็นระยะๆ และมีการจัดงานชมซากุระตอนกลางคืนพร้อมการประดับไฟ เนื่องจากผู้คนในเมืองใหญ่มักทำงานกันจนดึกนั่นเอง

ย่านเมืองเก่า

หมู่บ้านซามูไร คะคุโนะดาเตะ (Kakunodate Samurai District)
Kakunodate Samurai District, Akita

ย่านเมืองเก่าในญี่ปุ่นมีไม่มากนัก โดยส่วนใหญ่เป็นการอนุรักษ์เอาไว้ บางสถานที่นับเป็นสมบัติแห่งชาติ เสน่ห์ของซากุระในย่านเมืองเก่าคือ ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนไปในอดีต ต้นซากุระเก่าแก่มักจะเป็นต้นสูงใหญ่ แต่มีความเป็นธรรมชาติมากกว่าสวนชมซากุระที่สร้างขึ้นใหม่ในสวนสาธารณะที่เรียงรายเต็มถนนทั้งสาย แต่จะมีความยากในการถ่ายรูปให้ตัวคนที่ติดกับซากุระได้อย่างสวยงามและใกล้ชิด เนื่องจากซากุระบางต้นสูงมาก การเที่ยวชมซากุระย่านเมืองเก่าจึงเหมาะสมกับการเก็บภาพประทับใจด้วยตามากกว่าค่ะ

ตัวอย่างจุดชมซากุระในย่านเมืองเก่า

  • หมู่บ้านซามูไร คะคุโนะดาเตะ (Kakunodate Samurai District, Akita) [ดูรีวิว]
    หมู่บ้านซามูไรของจังหวัดอาคิตะ มีการอนุรักษ์บ้านโบราณอายุกว่า 300 ปีเอาไว้ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นซากุระขนาดใหญ่ที่ปลูกอยู่ในบริเวณบ้านซึ่งเป็นพันธุ์ย้อยลงมาเป็นพวง มีความสวยงามแปลกตาไปอีกแบบ

การชมซากุระที่ญี่ปุ่นมีข้อควรรู้อะไรบ้าง?

1. ศึกษาช่วงเวลาบานของซากุระก่อนเดินทาง

เรื่องที่สำคัญที่สุดคือการดูพยากรณ์ช่วงเวลาที่ซากุระจะบานนั่นเองค่ะ ส่วนตัวแอดจะใช้วิธีดูค่าเฉลี่ยหลายๆ ปีย้อนหลัง เพื่อกำหนดช่วงเวลาคร่าวๆ เอาไว้จองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมล่วงหน้า พอถึงช่วงใกล้ๆ จึงดูพยากรณ์ของปีนั้นๆ อีกทีเพื่อหาสถานที่ที่บานตรงกับที่เราไปอีกครั้ง นอกจากนี้ถ้าสถานที่ไหนมีการจัดงานเทศกาลชมซากุระ ก็คอยดูประกาศในเว็บได้ค่ะ จะมีการอัปเดตสภาพการบานอยู่ตลอด หรือจะค้นหารูปที่โพสในโซเชี่ยลก็ได้ ว่าซากุระช่วงนั้นบานไปถึงไหนแล้วค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม: ตารางพยากรณ์ซากุระบานที่ญี่ปุ่นแบบรายปี

2. รีบมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่เช้าสำหรับคนที่อยากมาปิกนิก

คนที่อยากเดินชมและถ่ายรูป คงไม่มีปัญหาเรื่องการจับจองพื้นที่ แต่หากอยากได้บรรยากาศการชมซากุระแบบญี่ปุ่น ก็ต้องมานั่งปิกนิกกัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะออกมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้า เตรียมข้าวของสำหรับปิกนิก ปูเสื่อจับจองให้เรียบร้อย (ควรหาอะไรทับเสื่อเอาไว้ด้วย เพราะลมแรงมาก) หรือตั้งแคมป์กัน สวนที่ไม่มีค่าธรรมเนียมค่าเข้าชมจะมีคนมาเยอะมากเป็นพิเศษ สวนที่เก็บค่าเข้าชมก็จะมีคนมาบางตากว่านิดหน่อย แต่ส่วนใหญ่สวนที่อลังการๆ จะเป็นสวนที่ไม่เสียเงินค่ะ

3. ศึกษาเรื่องกฎเกณฑ์การตั้งแคมป์หรือการปิกนิกให้เรียบร้อย

เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นมีกฎเกณฑ์ค่อนข้างละเอียดสำหรับการตั้งแคมป์ โดยจะมีการจัดบริเวณตั้งแคมป์เอาไว้ให้เป็นสัดส่วน เพื่อไม่ให้ต้นไม้ได้รับความเสียหายค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะให้ตั้งแคมป์ในพื้นที่โล่งๆ จะไม่อนุญาตให้ตั้งแคมป์บริเวณใต้ต้นหรือใกล้ๆ ต้นซากุระ เนื่องจากจะมีผลต่อรากของต้นซากุระ ส่วนบริเวณใต้ต้นซากุระจะเป็นที่สำหรับพักผ่อนแบบปิกนิก โดยปูเสื่อทานอาหารกลางวันง่ายๆ กันค่ะ แต่ก็ไม่อยู่ใกล้โคนต้นมาก เพื่อไม่ให้กระทบกับต้นไม้ หากอยากตั้งแคมป์ก็ตรวจสอบกฎของแต่ละสวนด้วยนะคะ

4. ตรวจสอบสิ่งอำนวยความความสะดวกโดยรอบของสถานที่

ควรสำรวจสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของแต่ละสถานที่ไว้ก่อนอาทิ ห้องน้ำ ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร หรือแม้แต่ ป้ายรถเมล์ จุดจอดรถแท็กซี่ ยิ่งสวนในต่างจังหวัดยิ่งหาห้องน้ำลำบาก แนะนำให้มองหาร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ หรือเข้าห้องน้ำในสถานีรถไฟก่อนไปถึงสวนจะดีกว่านะคะ

5. ควรเตรียมอาหารและเครื่องดื่มไปให้เรียบร้อย

หลายท่านอาจจะคิดว่ามีงานเทศกาลก็ต้องมีร้านขายอาหารอยู่แล้ว ไปหาอะไรทานแถวนั้นก็ได้ แต่ว่าประเทศญี่ปุ่นที่มีประชากรมากมายมหาศาลเมื่อเทียบกับพื้นที่ เรื่องง่ายๆ ก็จะยากขึ้นมาทันทีค่ะ อีกทั้งแต่ละสถานียังมีการจัดงานหลากหลายรูปแบบ ส่วนใหญ่จะจัดเป็นโซนเพื่อให้คนชมซากุระโดยสะดวกและไม่ปะปนกัน บางสถานที่จัดโซนขายอาหารไว้ไกลมาก และยังมีคิวยาวมากๆ ด้วย แนะนำให้ซื้ออาหารให้พร้อมจากร้านสะดวกซื้อแถวๆ สถานีรถไฟ ไปถึงก็จัดของได้เลย ไม่ต้องไปต่อแถวยาวก็จะช่วยไม่ให้เสียเวลาค่ะ

6. ไม่ควรเด็ดดอกซากุระ หรือการกระทำอื่นๆ ที่ทำให้ต้นซากุระเสียหาย

การชมซากุระที่ดีคือไม่ทำให้ดอกไม้เสียหายค่ะ คนญี่ปุ่นเองให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ซากุระเป็นสุนทรียภาพที่ควรได้ชมร่วมกัน ไม่ควรเด็ดกลับบ้านหรือเด็ดมาเป็นของตัวเองนะคะ และยังรวมถึงการกระทำอื่นๆ ที่ทำให้ซากุระเสียหายด้วย อาทิ การโน้มกิ่ง หักกิ่ง หรือเด็ดดอกไม้ จากรูปภาพด้านบนจะเห็นว่าซากุระโน้มกิ่งจะเอื้อมมือถึง แต่ผู้คนที่ไปชมความงามก็ไม่มีใครแตะต้องให้ดอกไม้เสียหายเลย (เอ็นดูในความส่องแฟลชให้ดอกไม้สว่างมากขึ้น)

7. รักษาระยะห่างในการชมซากุระตามที่แต่ละพื้นที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

แต่ละพื้นที่มีการจัดการเข้าชมซากุระไม่เหมือนกัน บางสถานที่สามารถนั่งชมใต้ต้นซากุระโดยไม่มีเขตกั้น บางสถานที่จะมีการกั้นเขตบริเวณเพื่อไม่ให้เข้าใกล้ลำต้นมากเกินไป หรือบางพื้นที่ไม่ให้เข้าใกล้เลยในระยะ 5-10 เมตร ขึ้นอยู่กับความสำคัญของซากุระนั้นๆ เช่น ซากุระที่อายุมากกว่า 100 ปี ซากุระพันธุ์โบราณหายาก หรือซากุระต้นใหญ่กิ่งต่ำที่เสี่ยงต่อความเสียหายจากคน เป็นต้น

8. รักษาความสะอาดบริเวณที่ชมซากุระเสมอ

กิจกรรมหลักของคนส่วนใหญ่ในการชมซากุระคือการทานอาหารและเครื่องดื่มกลางแจ้ง แน่นอนว่าขยะจากเศษอาหารหรือภาชนะต้องมีมากมายแน่ๆ ดังนั้นเมื่อรับประทานเสร็จแล้ว จึงต้องแยกขยะ แล้วทิ้งให้เป็นที่ตามจุดที่จัดไว้ให้ แต่อย่างไรก็ตามงานเทศกาลเช่นนี้ต้องมีขยะเยอะมาก เป็นไปได้ก็เก็บใส่กระเป๋าแล้วกลับไปทิ้งที่โรงแรมดีกว่าค่ะ หรือเลือกรับประทานอาหารที่ไม่เหลือทิ้ง ก็ช่วยลดขยะได้เหมือนกัน

9. ถ่ายรูปอย่างสุภาพและแบ่งปันพื้นที่ให้ผู้อื่นเสมอ

แน่นอนว่าชาวไทยอย่างเราไปเป็นแขกบ้านเขา เราอาจจะไม่ได้ปิกนิกใต้ต้นซากุระแบบเขา ส่วนใหญ่น่าจะเน้นถ่ายรูปและชมความสวยงามมากกว่า แต่ว่าการถ่ายรูปนั้นควรจะอยู่บนความสุภาพและให้เกียรติสถานที่และผู้คนที่มาชมซากุระร่วมกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปนานๆ จนบดบังทัศนวิสัยการชมของผู้อื่น หรือการถ่ายรูปโดยการโน้นกิ่งหรือสัมผัสซากุระให้เสียหาย เป็นต้น ดังนั้นตอนถ่ายรูป ควรสังเกตสักนิดว่ามีคนรอถ่ายอยู่รึเปล่า เราก็ค่อยๆ ขยับออกค่ะ แล้วค่อยวนมาใหม่หากยังไม่หนำใจ

10. ไม่มีข้อห้ามเรื่องการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ควรดื่มแต่พอดี

การดื่มเหล้าในเทศกาลต่างๆ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับชาวญี่ปุ่น ในเทศกาลฮานามิก็เช่นกัน โดยเฉพาะหนุ่มๆ สาวๆ มักจะนัดกันมาดื่มด่ำบรรยากาศสดชื่นๆ ใต้ต้นซากุระกันและดื่มเหล้ากันอย่างสนุกสนาน (บางคนพึ่งบรรลุนิติภาวะก็ได้โอกาสลองดื่มเลย) อย่างไรก็ตามควรดื่มพอดีไม่เมาจนเกินไป เพราะว่าเป็นพื้นที่สาธารณะที่เรายังต้องเก็บกวาดทำความสะอาดด้วย การดื่มจนเมามายเลอะเทอะเกินไปย่อมไม่ดีแน่นอน อีกทั้งหากดื่มแล้วก็ไม่สามารถขับขี่ยานพาหนะทุกชนิดได้อีกด้วยนะคะ (ขี่จักรยานก็ไม่ได้)

ส่งท้าย

ปัจจุบันนี้ การชมซากุระไม่ใช่แค่คนญี่ปุ่นเท่านั้น แต่คนต่างชาติก็นิยมเดินทางไปชมความงามของซากุระที่ญี่ปุ่นกันอย่างล้นหลาม คนไทยเราแม้จะไม่ได้เตรียมตัวไปปิกนิก แต่ไปชมบรรยากาศ เดินชมดอกไม้สวยๆ และถ่ายรูปได้เช่นกัน ถ้าได้ลองชมซากุระด้วยตาตัวเองซักครั้งแล้ว คำว่า “ฮานามิ (Hanami)” จะไม่ใช่แค่ชื่อขนม แต่เป็นเทศกาลที่เรารู้สึกประทับใจทุกครั้งที่คิดถึง สำหรับวันนี้ลาไปก่อน สวัสดีค่ะ

ค้นหาโรงแรมที่พักในญี่ปุ่น


บทความเกี่ยวกับซากุระ

ภูมิภาคคันโต (Kanto)
› โตเกียว (Tokyo)
› ไซตามะ (Saitama)
ภูมิภาคคันไซ (Kansai)
› เกียวโต (Kyoto)
ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku)
› อิวาเตะ (Iwate)
› อาโอโมริ (Aomori)
› อาคิตะ (Akita)

+ ดูบทความชมซากุระทั้งหมด

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com