วันนี้เราจะพาเที่ยวเกาะฮอกไกโด (Hokkaido) กันต่อนะคะ โดยเดินทางไกลออกมาจากเมืองใหญ่อย่างซับโปโร (Sapporo) ประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งเมืองที่เราจะพาไปนี้ก็คือเมืองบิเอะ (Biei) ค่ะ เป็นเมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติที่น่าสนใจ สำหรับในวันนี้เราจะขอรีวิวเรื่องการเดินทางจากซัปโปโรมายังเมืองบิเอะก่อนนะคะ ซึ่งในการเดินทางนั้นจะต้องแบ่งเป็น 2 ช่วงคือ Sapporo – Furano และ Furano – Biei ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยค่ะ ^^

การเดินทางในเส้นทาง Sapporo – Furano

การเดินทางระหว่างเมืองซัปโปโร (Sapporo) และ ฟุระโนะ (Furano) สามารถเดินทางได้หลายวิธีซึ่งจะใช้เวลาแตกต่างกันไปทั้งรถบัสและรถไฟ รวมถึงเรื่องค่าใช้จ่ายในเดินทางอีกด้วยค่ะ ในบทความนี้เราจะรีวิวการเดินทางทั้ง 2 แบบให้เลย เพื่อประกอบการตัดสินใจของเพื่อนๆ ค่ะ

การเดินทางด้วยรถบัส (แบบไม่จองล่วงหน้า)

การเดินทางด้วยรถบัสนั้นมีข้อดีอย่างแรกเลยก็คือ ความประหยัดในระดับหนึ่ง สำหรับคนที่ไม่ได้ถือพาสรถไฟแบบเหมาจ่าย และยังสามารถขึ้นได้จากสถานี Sapporo ได้เลย โดยไม่ต้องออกไปขึ้นที่สถานีแยก ดังนั้นจึงเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดีสำหรับนักเดินทางค่ะ

ตารางเดินรถ Sapporo – Furano

ตารางด้านบนเป็นเส้นทางการเดินทางระหว่าง Sapporo – Furano และด้านล่างเป็นตารางขากลับ Furano – Sapporo ซึ่งขาไปจะอยู่ที่ประมาณ 2 ชัวโมง และขากลับใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งโดยประมาณ

ข้อมูลเพิ่มเติม : furanotourism.com (ภาษาญี่ปุ่น)

ค่าโดยสารรถบัสในเส้นทาง Sapporo – Furano

  • ขาเดียว : 2,260 เยน
  • ไป – กลับ : 4,150 เยน (ประหยัดไป 370 เยน)

วิวหิมะในฮอกไกโดการนั่งรถบัสในหน้าหนาวเป็นการเดินทางท่ามกลางถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะค่ะ ซึ่งรถจะวิ่งอยู่บนถนนเลียบเขา ทำให้มองเห็นทิวเขาสวยๆ และทิวทัศน์ของบ้านเรือนด้านล่างของฮอกไกโดอีกด้วยค่ะ

การเดินทางด้วยรถไฟ JR

การเดินทางด้วยรถไฟมีข้อดีคือ มีรถไฟรอบแรกเช้ากว่ารถบัส โดยออกตั้งแต่ 6:35 น. และรถไฟเที่ยวสุดท้ายก็มีรอบดึกถึง 23:05 น. ด้วยจึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากออกเช้ามากๆ หรือดึกมากๆ แต่มีข้อเสียคือต้องต่อรถไฟ อาจจะทำให้คนที่ไม่สันทัดงงด้วย แต่ก็พอถูไถไปได้นะคะ

ตัวอย่างค่าโดยสารรถไฟในเส้นทาง Sapporo – Furano

  • ขาเดียว (แบบไม่จองที่นั่ง) : 3,620 เยน
  • ขาเดียว (แบบจองที่นั่ง) :  4,140 เยน

*ราคาอาจแตกต่างไปแต่ละเที่ยว สามารถเช็คราคาที่แน่นอนได้ที่ hyperdia.com

ราคาค่ารถไฟจะมีราคาแพงกว่ารถบัสประมาณ 1,400 เยนเป็นอย่างน้อย สำหรับคนที่ไม่ได้จ่ายค่าตั๋วรถไฟแบบเหมารวมก็จะลำบากในการเดินทาง เพราะมีราคาแพงกว่าค่อนข้างมาก แต่สำหรับคนที่ถือพาสอยู่แล้ว อาทิ JR Hokkaido Pass จะสามารถใช้ได้เลย ช่วยแบ่งเบาภาระกระเป๋าได้เยอะค่ะ

ตั๋วรถไฟจาก Furano - Takikawa - Sapporoตัวอย่างตั๋วรถไฟจาก Furano – Takikawa – Sapporo

เนื่องจากว่าต้องต่อรถไฟที่สถานี Takikawa จึงมีตั๋วมาให้ 2 ใบ ดังนั้นระยะทางจะแบ่งเป็น Sapporo – Takikawa (เปลี่ยนสายที่สถานีนี้) และนั่งรถไฟระหว่างสถานี Takikawa – Furano

บนรถไฟจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วพร้อมกับประทับตราให้ สำหรับคนที่ไม่ได้ซื้อตั๋วล่วงหน้า ก็ต้องจ่ายเพิ่มคล้ายกับตั๋วรถเมล์บ้านเราค่ะ เขาออกตั๋วให้เลย แต่ถ้าไม่ถนัดภาษาญี่ปุ่นแนะนำว่าควรซื้อตั๋วให้ครบทั้งเส้นทางตั้งแต่ก่อนขึ้นรถไฟค่ะ

สำหรับคนที่เลือกแบบไม่จองที่นั่งกรุณานั่งโบกี้ที่ไม่จองที่นั่งนะคะ ไม่สามารถไปนั่งรวมกับโบกี้จองที่นั่งได้ ส่วนใบยาวๆ เป็นใบเสร็จค่ะ ใครที่มากับบริษัทสามารถนำไปเป็นหลักฐานค่าใช้จ่ายได้เลย

แต่หลายๆ คนอาจจะสงสัย เอ๊ะ แล้วแอดมินจะนั่งทั้งรถบัสและรถไฟได้ยังไง คือแอดมินนั่งรถบัสขาไป และนั่งรถไฟขากลับนั่นเองจ้าา

รถไฟด่วนจากสถานี Sapporo - Takikawaบรรยากาศบนรถไฟด่วนจากสถานี Sapporo – Takikawa ก็จะประมาณนี้ค่ะ แต่จากสถานี Takikawa – Furano จะเป็นรถไฟขบวนธรรมดาเล็กๆ แต่อย่าพึ่งตกใจว่ามันด่วนตรงไหน มันด่วนจริง แต่ด่วนไม่ถึง Furano ค่ะ ฮ่าๆ

หน้าสถานี JR Furanoหน้าสถานี JR Furano 

อย่างที่เราบอกไปแล้วด้านบนว่า ขามาเราเดินทางด้วยรถบัสซึ่งใช้เวลา 2 ชั่วโมง โดยเราก็จะมาลงที่หน้าสถานี JR Furano เป็นสถานีไม่ใหญ่มาก ด้านในมีร้านอาหารง่ายๆ แบบยืนทาน และหาภาษาอังกฤษได้น้อย

หน้าสถานี JR Furanoด้านหน้าสถานีมีที่รอรถบัสและรถแท็กซี่อยู่ค่ะ ในส่วนที่เห็นนี้เป็นบริเวณสำหรับรอรถแท็กซี่ค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้ช่วยให้เรารอดพ้นจากหิมะได้แต่อย่างได อีกทั้งแถบที่คนเดินเยอะๆ ก็จะลื่นมากเป็นพิเศษ (คือแอดลื่นก้นคะมำมาแล้ว ฮือ T T) ระวังกันด้วยนะคะ

บริเวณนี้ที่เป็นจุดรอรถบัสของรถที่จะไปเมืองซัปโปโร เพื่อนๆ จะที่ขึ้นรถบัสในตอนขากลับ สามารถขึ้นจากตรงนี้ได้เลยค่ะ จุดสังเกต คือ ที่รอรถนั้นมีป้ายรถเมลล์สีฟ้าอยู่ค่ะ สามาถอ่านดูได้ที่ป้ายเลค่ะ คำว่า “バスのりば” (ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น) เอาภาษาญี่ปุ่นไปเทียบชื่อป้ายด้วยจะดีที่สุดค่ะ

แผนที่เมืองฟุระโนะ (Furano)หน้าตาแผนที่บริเวณใกล้ๆ สถานี Furano ค่ะ บอกไว้เลยว่าการไปเที่ยวญี่ปุ่นควรหัดดูแผนที่เอาไว้ จะทำให้เราสามารถเที่ยวได้ง่ายมากขึ้น และควรถ่ายรูปเอาไว้เผื่อตอนหลงทางนะคะ

ด้านในชานชาลาสถานีรถไฟ JR Furano


การเดินทางในเส้นทาง Furano – Biei

ฟุระโนะ (Furano)เมื่อชื่นชมสถานีของเมืองฟุระโนะ (Furano) พอหอมปากหอมคอแล้ว เราก็จะมุ่งสู่เมืองบิเอะ (Biei) ซึ่งเป็นปลายทางของเราในวันนี้ แต่การเดินทางไปยังเมือง บิเอะนั้นต้องทำการบ้านและทำเวลาให้ได้เป๊ะๆ จึงควรจะดูตารางเวลาของเมืองบิเอะเป็นหลัก แล้วจึงกำหนดวิธีการเดินทางจากซัปโปโรมาถึงฟุราโนะจะดีที่สุดค่ะ

Hyperdia.com
Hyperdia.com

นี่คือตารางรถไฟจาก Furano ไป Biei จะเห็นว่ามีรอบที่เช้ามากถึงมากที่สุดอยู่ แต่เมื่อผ่านรอบ 9 โมงไปแล้วจะต้องรออีกประมาณ 2 ชั่วโมงเลยนะคะ เมื่อดูตารางรถไฟเรียบร้อยแล้วก็ต้องซื้อตั๋วรถไฟกันล่ะค่ะ เมื่อเราปรึกษาเจ้าหน้าที่ที่สถานีรถไฟแล้วได้ความว่า เราควรซื้อตั๋วแบบไป – กลับให้เรียบร้อย และสถานีรถไฟที่บิเอะนั้นไม่สามารถใช้ IC Card ทั้งหลายได้ ดังนั้นจึงต้องซื้อและเก็บเอาไว้ให้ดีค่ะ

วิธีการซื้อตั๋วรถไฟ Furano – Biei

ซื้อตั๋วรถไฟหน้าตาก่อนที่เราจะกดตั๋วจะขึ้นหน้าจอแบบนี้มาให้ค่ะ (ใครไม่ชัวร์กดเปลี่ยนภาษาอังกฤษได้ที่ปุ่มมุมขวาบนค่ะ) เนื่องจากรถไฟที่ผ่านสายนี้ก็มีอยู่แค่ไม่กี่สายดังนั้นจะมีปลายทางเขียนเอาไว้ให้เลย แต่สิ่งที่เราต้องสังเกต คือ ปุ่มซ้ายมือด้านบนที่เป็น สีเขียว ซึ่งก็คือแบบ ‘One way Ticket’ สำหรับคนที่ต้องการนั่งรถไฟแค่ขาเดียว หรือค้างคืนที่ Biei ก็แนะนำให้เลือกเป็น ‘One way Ticket’ นี้ค่ะ

แต่เนื่องจากเราจะซื้อแบบไป – กลับ ก็ให้เลือกปุ่มที่ 2 ซึ่งเป็นแบบ ‘Round Trip’ ค่ะ

ซื้อตั๋วรถไฟไป Bieiต่อไปก็เป็นสถานีปลายทางที่เราต้องเลือกค่ะ สำหรับเราที่ไปสถานี Biei มีตัวอักษรญี่ปุ่นเขียนเป็น 美瑛 สามารถเทียบดูได้ตามภาพ ราคาโดยสารอยู่ที่ 1,280 เยน (ไป – กลับ)  จิ้มแล้วก็จ่ายเงิน เท่านี้เราก็ได้ตั๋วรถไฟมาอยู่ในมือแล้วจ้า

ตั๋วรถไฟ Furano -Bieiตัวอย่างตั๋วรถไฟแบบไป-กลับ (Round Trip) ตั๋วที่เขียนว่า ‘ゆき’ ซึ่งมีราคา ‘¥0’ หมายถึงตั๋วขาไป ในส่วนที่เขียนว่า ‘かえり’ ซึ่งมีราคา ‘¥1,280’ เป็นบัตรขากลับค่ะ อย่าทิ้งนะคะ! หากมองดีๆ แล้ว ในภาพจะมีตราประทับสีแดงๆ อยู่ด้วย เป็นเครื่องหมายว่าเราผ่านที่ตอกตั๋วมาเรียบร้อยแล้ว เป็นตราที่จะได้จากนายสถานีนั่นเอง

หลังจากนั้นเราก็มาดูกันค่ะว่าจะต้องขึ้นรถที่ชานชาลาไหน ซึ่งชบวนที่เราจะขึ้นนั้นคือขบวนที่ไปทาง Asahikawa ตรงชานชาลา 4 ค่ะ แต่แนะนำคือรอให้ใกล้ๆ ถึงเวลาแล้วค่อยเดินไปค่ะ เพราะตรงชานชาลาจะหนาวเป็นพเศษ การยืนตากลมหนาวและหิมะไม่สนุกเลยจริงๆ (บรึ๋ยยย~)

สถานี Furanoใครที่ไม่สันทัดการเดินหา แนะนำให้ดูแผนที่ชานชาลาก่อนนะคะ เรียงแบบเลขง่ายๆ ดูแล้วค่อยเดินไปทีเดียวค่ะ ยิ่งคนที่ต้องแบกกระเป๋าหนักๆ การดูแผนที่ก่อนการเดินจะช่วยได้มากที่เดียว

สถานี Furanoหนึ่งในขบวนรถที่จอดที่สถานีนี้ค่ะ เป็นที่น่าสังเกตว่ารถไฟมีแค่โบกี้เดียว! มีแค่นี้จริงๆ คือน่ารักมาก ยาวเท่ากับรถทัวร์บ้านเราเองเน๊อะ ไม่ค่อยเหมือนเมืองใหญ่ๆ แต่เข้าใจว่าคนส่วนใหญ่ของที่นี่มีรถส่วนตัวขับกันค่ะ

JR Furano Line for ASAHIKAWA

ส่วนด้านในของขบวนที่เรานั่งมีหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ ที่นั่งไม่เยอะ ที่ยืนค่อนข้างกว้าง และส่วนใหญ่เป็นนักเดินทาง นักเล่นสกี หรือชาวต่างชาติ ด้านในฮีตเตอร์ที่อุ่นมากถึงมากที่สุด แค่เข้าไปด้านในก็แฮปปี้เบาๆ แน่นอนว่าทั้งขบวนมีอยู่โบกี้เดียวอีกเช่นเคย ฉะนั้นผู้ร่วมทางของเราก็จะมีเท่าที่เห็นนี่ละค่า~

วิวหิมะแต่สิ่งที่รถไฟโบกี้เล็กๆ นี้มอบให้เราคือวิวข้างทางแบบนี้ค่ะ! รางรถไฟอยู่บนพื้นราบที่เต็มไปด้วยหิมะ มีบ้านคนมองเห็นไกลๆ รวมถึงวิวทิวทัศน์ของเมืองฟุราโนะที่แสนสวยงามและโรแมนติก เนื่องด้วยรถไฟวิ่งด้วยความเร็วค่อนข้างช้า (พอๆ กับแอร์พอร์ตลิงค์เมืองไทย) จึงทำให้เราสามารถชื่นชมวิวสองข้างทางไปได้ตลอดทาง

วิวหิมะบริเวณบ้านที่ใกล้เข้ามาอีกหน่อย เราก็จะเห็นว่าผู้คนที่นี่สร้างบ้านด้วยไม้ซุงขนาดใหญ่ หรือการทาสีบ้านเป็นสีสันสดใส เมื่ออยู่ท่ามกลางหิมะจะโดดเด่นออกมาเป็นพิเศษ ลักษณะภูมิประเทศที่ไม่ค่อยเหมือนประเทศญี่ปุ่นในภูมิภาคอื่นๆ ทำให้กลายเป็นเสน่ห์ที่ไม่มีใครสามารถเลียนแบบได้เลยค่ะ

วันนี้เราขอจบบทความการเดินทางระหว่าง Sapporo – Furano – Biei ไว้เพียงเท่านี้ คราวหน้าเราจะพาเพื่อนๆ ไปชมเมืองบิเอะในช่วงหน้าหนาว รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและออนเซ็นกลางหิมะกันค่ะ สำหรับวันนี้ สวัสดีค่า!


รีวิวเที่ยวช่วงเทศกาลหิมะในฮอกไกโด (Hokkaido)

· แพลนเที่ยวฮอกไกโดหน้าหนาว 5 วัน ช่วงเทศกาลหิมะ
· บินภายในประเทศกับ Vanilla Air (โตเกียว – ซัปโปโร)
· SUSUKINO ICE WORLD งานเทศกาลน้ำแข็งใจกลางเมือง
· Sapporo Snow Festival งานเทศกาลหิมะซัปโปโร
· Otaru Music Box Museum Main Hall พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ
· Otaru Music Box Hall Number 2 Antique Museum
· Otaru Sakaimachi Street & Kita no Ryoba
· Otaru Snow Light Path Festival งานเทศกาลหิมะโอตารุ

บทความเที่ยวฮอกไกโด (Hokkaido) ดูทั้งหมด »

· คู่มือท่องเที่ยวฮอกไกโด (Hokkaido)
· รีวิวเที่ยวซัปโปโร (Sapporo)
· รีวิวเที่ยวโอตารุ (Otaru)
· รีวิวเที่ยวฮาโกดาเตะ (Hakodate)
· ไปฮอกไกโดพักที่ไหนดี? แนะนำที่เที่ยวและที่พักฮอกไกโดตามฤดูกาล
· เตรียมตัวไปเที่ยวฮอกไกโดในฤดูหนาวแบบติดลบ

Comments

comments

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com