SHARE

สวัสดีค่าาา วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ นั่งเครื่องบินของสายการบิน Vanilla Air จากโตเกียว (Tokyo) ขึ้นมายังดินแดนเหนือสุดของญี่ปุ่น แน่นอนว่าจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากจังหวัดฮอกไกโด (Hokkaido) นั่นเอง แม้ว่าเราว่าจะมีบทความท่องเที่ยวฮอกไกโดหลายรีวิวแล้วก็ตาม แต่ที่เราอยากจะนำเสนอในวันนี้ ก็คือการเดินทางด้วยเครื่องบินที่มีราคาถูกกว่ารถไฟชินคันเซ็น อีกทั้งสะดวกและรวดเร็วไม่แพ้กันค่ะ

แต่ปัญหาที่หลายๆ คนเจอคือค่าเครื่องบินก็ราคาสูงเช่นกัน วันนี้เราจึงขอทดลองนั่ง (เอาอีกแล้ว) สายการบิน Low Cost อย่าง Vanilla Air ซึ่งมีผู้ถือหุ้นเป็นสายการบิน All Nippon Airways (ANA) ที่จัดเส้นทางบินในประเทศญี่ปุ่นแบบราคาประหยัด เพื่อประกอบการตัดสินใจของเพื่อนๆ กันนะคะ ว่าจะลองเดินทางแบบนี้ดูบ้างมั้ย ไปดูกันเลยค่า~

เส้นทางการบินของ Vanilla Air

เส้นทางการบินของ Vanilla Airก่อนอื่นเราก็ขอแนะนำเส้นทางการบินในประเทศญี่ปุ่นของสายการบิน Vanilla Air กันนะคะ ซึ่งประกอบด้วย 6 สนามบิน คือ

  • Tokyo (Narita Airport) : ตัวย่อ NRT
  • Osaka (Kansai Airport) : ตัวย่อ KIX
  • Sapporo (New Chitose Airport) : ตัวย่อ CTS
  • Hakodate (Hakodate Airport) : ตัวย่อ HKD
  • Okinawa (Naha Airport) : ตัวย่อ OKA
  • Amami Oshima (Amami Airport) : ตัวย่อ ASJ

สำหรับในจังหวัดฮอกไกโด สายการบิน Vanilla Air ก็มีเที่ยวบินอยู่ 2 สนามบิน ได้แก่ ซัปโปโร (Sapporo) และ ฮาโกดาเตะ (Hakodate)

สายการบิน Low Cost อย่าง Vanilla Air
vanilla-air.com

สำหรับเครื่องบินนั้นก็เป็น Airbus A320 ทีนั่งแบบ 3-3 สามารถหิ้วสัมภาระขึ้นเครื่องได้ (สูงสุด 2 ใบ) โดยน้ำหนักรวมต้องไม่เกิน 7 กิโลกรัมค่ะ

การจองตั๋วเครื่องบินกับ Vanilla Air

Vanilla Air (Tokyo - Sapporo)

ตัวอย่างการจองตั๋ว

Vanilla Air (Tokyo - Sapporo)

ตัวอย่างการจองตั๋ว

การจองเที่ยวบินนั้นค่อนข้างง่ายและสามารถดูช่วงเวลาอื่นๆ ที่ใกล้เคียงได้อีกด้วย ทำให้เราสามารถประเมินราคาและตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินได้ง่ายขึ้นค่ะ โดยกราฟด้านบนจะเป็นเรทราคาเปรียบเทียบกันว่าวันไหนถูกวันไหนแพง และด้านล่างก็สามารถตรวจสอบตารางการบิน พบว่ามีเที่ยวบินเยอะมากกก ซึ่งราคาก็ไม่ได้แพงเลย ราคาประมาณ 5,800 เยน (ประมาณ 1,700 – 2,000 บาท) ราคาประมาณนี้ที่ญี่ปุ่นสามารถซื้อ 1 แจ็คเก็ตได้ 1 ตัว หรือทานอาหารบุฟเฟ่ต์ได้ 1 มื้อ (เนื้อย่างคุณภาพปานกลาง)

รีวิว Vanilla Air เส้นทาง โตเกียว – ซัปโปโร (NRT- CTS)

เอาล่ะค่ะเราจะเริ่มเดินทางกันตั้งแต่สนามบินนาริตะ (Naita Airport) นะคะ ซึ่งเราขึ้นเครื่องที่ Terminal 3 ที่เป็น Terminal สร้างใหม่สำหรับสายการบิน Low cost โดยเฉพาะ และจะนั่งไปลงที่สนามบินนิวชิโตเสะ (New Chitose Airport) ที่เมืองซัปโปโรนะคะ

Naita Airport Terminal 3และนี่คือตัวอย่างทางเดินใน Terminal 3 ของสนามบินนาริตะค่ะ จริงๆ แล้วจะมีรถรับส่งระหว่าง Terminal ด้วย แต่เราอยากลองเดินดูค่ะ งานนี้ก็ออกกำลังไปในตัว ซึ่งความเก๋ไก๋ของทางเดินนี้ คือมีการดีไซน์ตกแต่งเพื่อต้อนรับโอลิมปิคในปี 2020 ที่กำลังจะมาถึง จึงมีลักษณะเป็นลู่วิ่งนั่นเองค่ะ

นอกจากสีสันจะเหมือนแล้ว วัสดุที่ใช้ปูพื้นก็ยังเหมาะแก่การเดิน รวมทั้งเหมาะแก่การไถกระเป๋าเล่นมากๆ โดยลู่สีฟ้าจะเป็นทางที่เข้าสู่ Terminal ส่วนลู่สีแดงก็เป็นช่องสำหรับเดินออกจาก Terminal ส่วนตรงกลางอาจจะมีไว้เผื่อกรุ๊ปที่มากันหลายๆ คน แต่ในช่วงหน้าหนาวจะอากาศหนาวมาก เนื่องจากเป็นทางเดินเชื่อมนอกอาคาร และมีเครื่องทำความร้อนตั้งเอาไว้เป็นจุดๆ ไป แนะนำว่าคนที่ขี้หนาวควรนั่งรถบัสค่ะ อิ อิ

Naita Airport Terminal 3สำหรับคนที่นั่งรถเข้ามายังอาคารอย่าเสียใจไปค่ะ ว่าจะไม่ได้สัมผัสความเก๋ไก๋ของลู่วิ่ง เพราะลู่นี้เขาปูเข้ามาถึงด้านในอาคารสนามบินของ Terminal 3 เลยค่ะ ด้านในเป็นอาคารไม่กว้างมาก ด้านหน้ามีมินิมาร์ท แล้วเคาท์เตอร์เช็คอินไม่ใหญ่มากของแต่ละสายการบิน ถัดมาเป็นโซนฟูดคอร์ทซึ่งตกแต่งโดย MUJI ที่เน้นเฟอนิเจอร์ไม้ ซึ่งให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนบรรยากาศการนั่งเล่นเหมือนในห้องสมุดค่ะ อาหารภายในอาคารนี้ก็จะราคาย่อมเยาไม่กี่ร้อยเยน เหมาะกับวัยรุ่นที่มีงบประมาณจำกัดเป็นอย่างดี

จริงๆ แล้ว Terminal 3 นี้มีคนใช้เยอะพอสมควรเลยนะคะ โดยเฉพาะวัยรุ่นญี่ปุ่นที่ออกท่องเที่ยวช่วงปิดเทอมฤดูหนาว (แอดมินไปช่วงกุมภาพันธ์) เราก็จะได้บรรยากาศการเดินทางที่แตกต่างออกไปอีกด้วย ส่วนตัวเราก็แวะหาอะไรทานรองท้องก่อนขึ้นเครื่องกับแฮมเบอเกอร์สดๆ ร้อนๆ ราคา 600 เยนเท่านั้นเอง

Vanilla AIr - Narita Airport Terminal 3เมื่อใกล้เวลาเช็คอินแล้ว เราก็ไปที่สายการบินที่เราจะเดินทางกันค่ะ ครั้งนี้คือสายการบิน Vanilla Air การเช็คอินนั้นไม่ยากอย่างที่เราคิดค่ะ กรอกชื่อหรือ Booking Number ข้อมูลจะเด้งขึ้นมา แล้วก็ปริ้น Boarding Pass ออกมาให้เราทันที โดยไม่ต้องไปต่อสู้กับการใช้ภาษาอังกฤษของพนักงานที่เคาท์เตอร์แต่อย่างใด ที่เครื่องปริ้นอัตโนมัติมีภาษาอังฤษค่ะ ชาวต่างชาติอย่างเราก็หายห่วงได้

อาคาร Terminal 3 นี้เป็นอาคารสนามบินที่เล็กมาก ย้ำว่าเล็กมากจริงๆ ถัดจากเครื่องปริ้นจะมีที่แสกนกระเป๋าอยู่ค่ะ อันนี้แล้วแต่กรณี แอดมินไม่ได้โหลดระเป๋าฉะนั้นก็ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องนี้

Narita Airport Terminal 3ความเก๋ไก๋ของทางเดินไปยังเส้นทางต่างๆ ซ้ายเป็นเส้นทางภายในประเทศ ขวามือเป็นการเดินทางไปยังเส้นทางบินระหว่างประเทศ เอาล่ะค่ะ เข้าไปข้างในกันเลยดีกว่า

Narita Airport Terminal 3เมื่อเข้าไปตรงส่วนที่ตรวจกระเป๋าถือขึ้นเครื่องก็ไม่มีอะไรยุ่งยาค่ะ เนื่องจากว่าเป็นการเดินทางภายในประเทศ ก็แค่ตรวจกระเป๋ากับ Boarding Pass เท่านั้น ไม่ต้องยื่นพาสปอร์ตหรือบัตรใดๆ ทั้งสิ้น (คนญี่ปุ่นไม่มีบัตรประชาชน) ดังนั้นแค่มี Boarding Pass ใบเดียวก็สามารถขึ้นเครื่องได้เลย และด้วยความกระทัดรัดของสนามบิน ด้านหลังของบริเวณตรวจกระเป๋าก็จะเป็นที่นั่งเพื่อรอขึ้นเครื่องค่ะ

ยังค่ะ ความประหยัดของอาคารนี้ไม่ได้จบเพียงเท่านี้ บริเวณที่คุณแอร์ฯ ยืนอยู่นี้คือที่ตรวจ Boarding Pass ก่อนที่เราจะลงบันไดไปยังด้านล่าง เพื่อต่อรถบัสไปยังเครื่องบินของเราค่ะ จะสังเกตเห็นว่าอาคารนี้ดูมืดกว่าสนามบินอาคาร Terminal 1 และ 2 และเพดานก็ไม่ได้มีการปูทับแต่อย่างใด หรือนี่คือการบินอย่างประหยัดโดยแท้จริง 555 แต่โดยรวมแล้วเราคิดว่าไม่มีอะไรที่ไม่สะดวกเลยนะคะ เพียงแต่อาจจะแปลกตาไปจากสนามบินที่เคยเจอมา

บริการบนเครื่องบินของสายการบิน Vanilla Air

เราต้องนั่งรถบัสของสนามบินมาขึ้นเครื่องคล้ายๆ กับการนั่งเครื่องภายในประเทศของเมืองไทย แต่บรรยากาศบนเครื่องบินจะแตกต่างกับการขึ้นเครื่องในประเทศไทย ด้วยความที่เป็นการเดินทางของคนญี่ปุ่นเกือบหมด ทำให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเงียบ คนที่ขึ้นมาก่อนเมื่อจัดของเรียบร้อยแล้วก็จะนั่งรออย่างเงียบสงบเลยค่ะ

สำหรับการขับเครื่องบินก็นิ่มดีค่ะ ไม่ดีเลย์ มีประกาศภาษาอังกฤษ ที่นั่งเท่ากับที่นั่งของเครื่องบินแบบชั้นประหยัดโดยทั่วไป บนเครื่องบินไม่มีอาหารแจก ไม่มีการเดินขายของแต่อย่างใด ซึ่งจะทดแทนด้วยการใส่เมนูที่ต้องการเอาไว้ในที่สอดเอกสารหน้าที่นั่ง สามารถเรียกได้เมื่อต้องการ

โดยทั่วไปการเดินทางไม่เกิน 2 ชั่วโมงถือว่าเป็นการเดินทางระยะสั้นและไม่มีวัฒนธรรมการทานอาหารระหว่างการเดินทางสั้นๆ เช่นนี้ จึงไม่มีของว่างหรืออาหารไว้บริการ (หากไม่ได้สั่งเอาไว้) ใครหิวก็ซื้อข้าวกล่องในสนามบิน แล้วหิ้วไปกินข้างบนได้อยู่แล้ว (สามารถซื้อจากมินิมาร์ทข้างนอกเอาเดินผ่านเข้าเกทได้ด้วย)

นอกจากนี้ก็มีการดูแลความเรียบร้อยของผู้โดยสารระหว่างเครื่องขึ้นลง ให้การบริการหลายๆ อย่างตามที่จำเป็น และไม่ค่อยมีการเสนอขายของบนเครื่องบิน แต่มีความพิเศษคือ คนที่นั่งเครื่องบินสามารถซื้อบัตรรถไฟต่างๆ ในเมืองปลายทางได้จากบนเครื่องได้ในราคาพิเศษ เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและให้สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ใช้บริการสายการบินนั่นเองค่ะ คิดดีมั้ยล่ะคะ อิ อิ  บรรยากาศในการเดินทางของแอดมินจึงเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อยไร้ปัญหาค่ะ โดยรวมประทับใจเพราะสายการบินไม่มีความเยอะกับผู้โดยสาร แต่บริการครบถ้วนตามมาตรฐานค่ะ

ส่วนการเดินทางจากสนามบินนิวชิโตเสะ (New Chitose Airport) เข้าเมืองนั้น สามารถดูได้ที่รีวิวของคุณพี่แอดมิน สตอเบอรี่น้อยฯ ได้เลยนะคะ »เดินทางจากสนามบิน New Chitose เข้าเมืองซัปโปโรด้วยรถไฟ JR

สำหรับวันนี้เราขอลากันไปเพียงเท่านี้ แล้วเราจะพบกันใหม่ในตอนหน้าเมื่อถึงที่พักที่ซัปโปโรนะคะ บะบายยย


บทความเที่ยวฮอกไกโด (Hokkaido) ดูทั้งหมด »

· คู่มือท่องเที่ยวฮอกไกโด (Hokkaido)
· รีวิวเที่ยวซัปโปโร (Sapporo)
· รีวิวเที่ยวโอตารุ (Otaru)
· รีวิวเที่ยวฮาโกดาเตะ (Hakodate)
· ไปฮอกไกโดพักที่ไหนดี? แนะนำที่เที่ยวและที่พักฮอกไกโดตามฤดูกาล
· เตรียมตัวไปเที่ยวฮอกไกโดในฤดูหนาวแบบติดลบ

Comments

comments

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com