สวัสดีค่า วันนี้เรามีทริปน่าสนใจที่จะพาเพื่อนๆ ไปสนุกกันอีกแล้ว จากประสบการณ์อันโชกโชน (เวอร์มาก) เราคิดว่านักท่องเที่ยวร้อยทั้งร้อยก็อยากเห็น “ฟูจิ” สัญลักษณ์ของประเทศนี้กันอยู่แล้วใช่มั้ยคะ? และเมื่อไม่นานมานี้ เราก็ได้มีโอกาสได้เข้าร่วมทริปท่องเที่ยวรอบๆ ภูเขาไฟฟูจิ ที่จังหวัด “ยามานาชิ (Yamanashi)” ไปกับทริป “1 Day Monitor Tour” by FujiKyuko Co.,Ltd โดยมีไกด์พิเศษเป็นพี่บุญจังค่ะ

ทริปนี้เป็นทริปพิเศษที่เราจะไปเที่ยวกันกับเหล่าบล็อกเกอร์นะคะ เราไม่เคยเจอหน้าสมาชิกที่จะไปด้วยกันมาก่อนเลย ทำให้ค่อนข้างตื่นเต้นอย่างมาก พลางคิดว่าการเที่ยวภายใน 1 วัน จะสามารถดึงความน่าสนใจของการท่องเที่ยวรอบฟูจิออกมาได้อย่างไรบ้างนะ? ซึ่งในวันนี้เราจึงอยากจะมาแชร์การท่องเที่ยว “การเที่ยวรอบฟูจิได้ภายใน 1 วัน” ที่จะไม่ทำให้เพื่อนๆ ผิดหวังอย่างแน่นอนค่า

เราขอเริ่มต้นการเดินทางที่สถานี Shinjuku ในโตเกียวเวลา 09:00 น. สมาชิกมารวมตัวกันเพื่อเดินทางด้วยรถบัส และแน่นอนว่า…เป็นช่วงเช้าที่คนแน่นไม่แพ้รถติดของกทม. ก็ทำให้เราไม่ได้ทานข้าวเช้ามาด้วย (ฮา) แม้จะเผื่อเวลาออกเดินทางแล้วแต่ก็เกือบสาย ดังนั้นอาหารเช้าและเครื่องดื่ม เราจึงแวะซื้อระหว่างทางที่พักรถ จึงได้ลองน้ำลูกพีชผลไม้ชื่อดังของจังหวัดยามานาชิอีกด้วย

*ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการเดินทางมายังสถานี Kawaguchiko ด้วยตัวเอง เพื่อนๆ สามารถดูได้จากบทความนี้นะคะ » วางแผน 1 วัน! เดินทางไปชิลๆ ที่คาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) กันเถอะ!

รีวิวชมดอกชิบะซากุระที่ Fuji Shibazakura Festival

สถานที่เที่ยวที่แรกที่แวะก็คือที่แห่งนี้ “Fuji Shibasakura Festival” ซึ่งจัดที่ Fuji Motosuko Resort ถ้าหากเดินทางมาจากสถานี Kawaguchiko ก็ใช้เวลาประมาณ 30 นาที (ถ้ารถไม่ติด)

ก่อนหน้านี้มีแอดมินของทางเราได้รีวิวการเดินทางไปสวนนี้จากสถานี Kawaguchiko เอาไว้แล้ว สามารถติดตามได้ที่ » [รีวิว] เที่ยวงาน Fuji Shibazakura Festival (Pink Moss) ที่ Kawaguchiko

ข้อมูลเกี่ยวกับ Fuji Shibazakura Festival

งานเทศกาลชิบะซากุระ (Fuji Shibazakura Festival) จะจัดขึ้นทุกปีในช่วงปลายเมษาเยน- ปลายพฤษภาคม ซึ่งในปี 2017 ได้มีการจัดงานในระหว่างวันที่ 15 เมษายน – 28 พฤษภาคม ในสวนฟูจิแห่งนี้ประกอบไปด้วยดอกไม้กว่า 800,000 ต้น ชิบะซากุระกว่า 7 สายพันธุ์และดอกไม้ชนิดอื่นประกอบร่วมด้วย ภายในงานประกอบด้วยโซนรับประทานอาการ ร้านคาเฟ่ โซนพาโนราม่า โฟโต้เซอร์วิส และจุด Diamond Fuji ที่จะเห็นพระอาทิตย์ตกบนยอดฟูจิอีกด้วยค่ะ

ค่าธรรมเนียมในการเข้าชมสวน:

  • ผู้ใหญ่ 600 เยน
  • เด็ก 250 เยน

ช่วงที่เรามาเป็นช่วงที่ดอกชิบะซากุระหรือที่เรียกกันว่าพิงค์มอสกำลังจะเข้าสู่ช่วงบาน 100% จึงได้เห็นวิวทุ่งชิบะซากุระสีชมพูบานสะพรั่งและฟูจิขี้อายในสายหมอก ได้ความงามไปอีกแบบ

เมื่อมองดูแบบใกล้ชิด คิดว่าเป็นพันธุ์ Scarlet Frame ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่สีชมพูและกลีบดอกรูปหัวใจสีชมพู นอกจากพันธุ์นี้แล้วยังมีอีกหลายสายพันธุ์สันสีหลากหลายแบ่งเป็นโซนๆ กันไปค่ะ

ในส่วนของโซนทานอาหารนั้นก็เป็นโรงอาหารชั่วคราว ทำเป็นสไตล์ฟู้ดคอทบ้านเรา คือซื้ออาหารจากร้านแล้วจะมีโซนให้นั่งทานอาหาร ทานเสร็จแล้วก็ทิ้งขยะโดยการแยกขยะสดและภาชนะใส่อาหาร

อาหารในงานเป็นเมนูง่ายๆ อย่าง โซบะ อุด้ง ข้าวหน้าเนื้อ และอาหารท้องถิ่น มีหลายร้านมาออกร้านค่ะ ส่วนตัวเราเลือกโซบะมาทาน ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กมาก รสชาติก็ตามมารตฐานงานนอกสถานที่ แต่ที่ชอบก็คือเส้นโซบะที่เขาขายนั้นเป็นโซบะเส้นสีชมพู ทำให้เข้ากับบรรยากาศพิงค์มอสเป็นอย่างมาก เทมปุระก็อร่อยดีค่ะ

ขนม
Photo by: พี่บุญจังแห่งต้มยำวาซาบิ

ข้างๆ กันนั้นก็มีกระโจมคาเฟ่ของหวานที่สามารถทานไปชมทุ่งชิบะซากุระไปด้วยกันได้ เป็นอะไรที่ฟินสุดๆ ได้ยินมาจากพี่ๆ ที่มาทริปเดียวกันบอกว่า อร่อยมากก บรรยากาศก็ดีมากเสียด้วย

นอกจากชิบะซากุระหรือพิงค์มอสแล้ว ก็ยังมีดอกไม้ชนิดอื่นๆ ที่มาค่อยสร้างสรรค์ความงามหลากสีสันเอาไว้ดวยค่ะ เช่น ดอกมิสคารี่ (Muscari) สีม่วงแกมน้ำเงิน หรือในภาษาไทยเรียกว่า ดอกหงส์ฟู่

ทำการชักภาพเป็นที่ระทึก เอ้ย! เป็นที่ระลึกเสียหน่อยถึงความชมพูพิงคุๆ ของชิบะซากุระกว่า 800,000 ต้นเชียวนะ!

และเมื่อถึงเวลาต้องจากไปก็หันมาดูมุมสวยๆ อีกมุมหนึ่งของการชมชิบะซากุระ ณ ที่แห่งนี้ ก่อนที่เราจะไปชมความยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟฟูจิในสถานที่ท่องเที่ยวถัดไปค่ะ

รีวิวเครื่องเล่น Fuji Airways ณ Fuji Q Highland

เดินทางจากสวนดอกชิบะซากุระไม่กี่นาที ย้อนกลับมาที่สวนสนุกฟูจิคิว ไฮน์แลนด์ (Fuji Q Highland) กันค่ะ ซึ่งเป้าหมายของเราในวันนี้ ไกด์พิเศษพี่บุญจังบอกว่าจะพามาเล่นอะไรสนุกๆ แบบ 4D คล้ายกับเรื่องเล่นที่ USJ ในโซนแฮรี่พอตเตอร์ ได้ฟังแค่นี้ก็ตื่นเต้นแล้วล่ะค่ะ

ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “ฟูจิฮิโคฉะ” หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Fuji Airways ซึ่งด้านหน้าจะเป็นประตูสีแดงที่มีสัญลักษณ์ทางเข้าพิมพ์บนผ้าสีน้ำเงินดังในรูปค่ะ ด้านหน้าจะมีป้ายบอกเวลาโดยประมาณในการเข้าคิวไว้ให้เราดูตลอดค่ะ

เข้ามาด้านในก็ตกแต่งโทนสีแดง ตอนแรกดูออกแนวไปทางด้านจีน แต่ว่าเมื่อดูในรายละเอียดแล้วทั้งลวดลายและการตกแต่งจะเป็นแนวญี่ปุ่นออกแนวโบราณหน่อยๆ ค่ะ ทางขึ้นทำเป็นทางลาดค่อยๆ เดินขึ้นไป เหมือนกับเราเดินขึ้นเครื่องค่ะ ป้ายต่างๆ จะมีคำศัพท์และศัญลักษณ์คล้ายๆ กับในสนามบิน ทำให้รู้สึกว่ากำลังจะไปขึ้นเครื่องบินจริงๆ

เมื่อผ่านประตูเข้ามาแล้วเราจะเจอห้อง(เกือบ)มืด เป็นห้องสำหรับเตรียมความพร้อมสำหรับคนที่เข้ามาเล่นค่ะ บนพื้นภายในห้องนี้จะมีหมายเลขตั้งแต่หนึ่งเรียงเป็นแถวๆ ไป ซึ่งเป็นการกำหนดหมายเลขที่นั่งด้านในนั่นเองค่ะ

เมื่อประจำที่เรียบร้อยแล้ว ทางจอโทรทัศน์ด้านบนจะมีการประกาศวิธีการปฎิบัติตัวเมื่ออยู่ด้านในอย่างละเอียด เป็นคุณลุงฟูจิมาประกาศให้ชมกัน ตลกมากๆ ชอบลุงแกมาก ในจุดนี้ยังสามารถถ่ายรูปได้แต่ว่าเมื่อเข้าเครื่องเล่นแล้วจะไม่สามารถถ่ายภาพใดๆ ได้ทั้งสิ้นค่ะ

และแล้วก็ถึงเวลาเข้าสู่การชมฟูจิในแบบ 4D กันแล้วค่ะ เมื่อเข้าไปด้านในแล้วจะมีสองชั้นค่ะ ซึ่งชั้นบนนั้นจะฟินกว่าชั้นล่าง เหมือนเราเป็นเครื่องที่บินสูงกว่าอะไรแบบนั้น และการกำหนดที่นั่งรวมทั้งชั้นบนหรือล่างนั้นจะกำหนดตั้งแต่ลำดับการยืนเมื่อสักครู่นั่นเองค่ะ

ด้านในนั้นก่อนถึงเครื่องเล่นจะมีล็อคเกอร์ให้ฝากของสำหรับคนที่อยากฝากเอาไว้ แล้วก็คล้องกุญแจล็อคเกอร์เอาไว้ที่ข้อมือ สำหรับคนที่ข้าวของไม่เยอะหรือไม่อยากฝากล็อคเกอร์ให้เสียเวลา ก็สามารถนำไปวางไว้ใต้เบาะของตนเองได้ค่ะ

เมื่อประจำที่นั่งเรียบร้อยแล้วก็ล็อคเข็มขัดเอาไว้ให้แน่น โดยจะมีพนักงานเช็คความเรียบร้อยให้อีกทีก่อนเครื่องจะออก แล้วจู่ๆ ผนังเหล็กด้านหน้าเราก็เปิดออกเหมือนยานอวกาศ เก้าอี้ของเราก็เลื่อนออกไปนิดหน่อย แล้วเราก็ได้มุ่งสู่ภูเขาไฟฟูจิโดยเครื่องบินกันแล้วค่ะ

เมื่อเข้าสู่หมวดการบินท่องเที่ยวในพื้นที่และฤดูกาลต่างๆ ของฟูจิแล้ว เราจะได้สัมผัสทั้งรูปแบบที่สมจริงของภาพ ได้กลิ่นของทุ่งดอกไม้ สัมผัสละอองฝน และได้ความรู้สึกของการล่องลอยอยู่บนอากาศอย่างอิสระเสรี เป็นเครื่องเล่นที่เราสามารถเที่ยวชมฟูจิได้หลายมุมมองและสวยสุดๆ ไปเลยค่ะ ประทับใจกับเครื่องเล่นนี้มาก อยากให้ได้มาลองเล่นกันดูนะคะ

เมื่อออกจากความสวยงามสมจริงแบบ 4D กันมาแล้ว ก็มาเจอกับการเหาะควงสว่านสามรอบตลบของเครื่องเล่นตรงหน้า กำลังกรี๊ดกันสนุกสนาน(?) เหมาะเจาะกับมองเห็นฟูจิในรางเครื่องเล่นพอดี ช่างเป็นสวนสนุกที่สามารถชมฟูจิได้ทุกที่จริงๆ แอบกระซิบหน่อยว่าจุดที่ฟินที่สุดคือ เครื่องเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์ตอนเข้าจอด แม้จะกรี๊ดไปสามบ้านแปดบ้าน จบด้วยการชมฟูจิสวยๆ กลัวแค่ไหนใจมันก็ชื้นขึ้นมาทันที

สำหรับวันนี้ขอจบรีวิวเที่ยวรอบฟูจิไว้แต่เพียงเท่านี้ก่อน ในส่วนที่เหลือเราจะรีวิวกันในบทความต่อไป รอติดตามกันด้วยนะคะ สวัสดีค่า

อ่านตอนต่อไป » [รีวิว] เที่ยวรอบฟูจิ 1 วัน: บุกหมู่บ้านนินจา Oshino Shinobi no Sato Ninja Village

รีวิวเที่ยวรอบฟูจิ 1 วัน

+ ดูรีวิวเที่ยวรอบฟูจิทั้งหมด

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com