สวัสดีค่า กลับมากันอีกครั้งสำหรับทริป “1 Day Monitor Tour” By Fujikyuko Co.,Ltd กับพี่บุญจัง ซึ่งในบทความเที่ยวรอบฟูจิตอนที่แล้ว เราได้พูดถึงการเที่ยวชมงาน Fuji Shibazakura Festival กับการเล่นเครื่องเล่น Fuji Airways ที่ Fuji Q Highland กันไปเรียบร้อยแล้ว วันนี้เราจะเดินทางไปต่อกันที่ หมู่บ้านนินจา (Ninja Village) “Oshino Shinobi no Sato” โลดดด

เกี่ยวกับหมู่บ้านนินจา Oshino Shinobi no Sato

Oshino Shinobi no Sato (忍野 しのびの里) หรือ หมู่บ้านนินจา (Ninja Village) แห่งนี้เป็นสวนสนุกที่พึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2015 ที่ผ่านมา โดยอยู่ในเครือของ Fuji Q ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ค่อนข้างใหม่ นอกจากนี้หมู่บ้านนินจายังตั้งอยู่ในจังหวัดยามานาชิ (Yamanashi) ใกล้ๆ กับหมู่บ้านน้ำใส “Oshino Hakkai” ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในแถบนี้ จึงเหมาะกับคนที่มาเที่ยวแถบฟูจิเป็นอย่างมาก

ค่าธรรมเนียมเข้าชม

  • ค่าเข้าสำหรับบุคคลทั่วไป
    ผู้ใหญ่ (มัธยมต้นขึ้นไป) 800 เยน
    เด็ก (3 ขวบขึ้นไป) 500 เยน
  • ค่าเข้าสำหรับแบบกลุ่ม (15 คนขึ้นไป)
    ผู้ใหญ่ 700 เยน
    เด็ก (3 ขวบขึ้นไป) 400 เยน
  • หมายเหตุ:
    *สิ่งที่จะได้รับ คือ ตั๋วเข้าชม + บัตรกิจกรรมภายในหมู่บ้านนินจา 1 ใบ
    *ในกรณีที่จองแบบกลุ่มกรุณาติดต่อ Fujikyu Sale Department

ค่าธรรมเนียมกิจกรรม

ประเภทกิจกรรม ผู้ใหญ่
(มัธยมต้นขึ้นไป)
เด็ก
(3ขวบขึ้นไป)
Ninja karakuri House500 เยน 400 เยน
Oshino Shuriken Dojo500 เยน 400 เยน
Ninjutsu Shinshin Road500 เยน400 เยน
Ninjutsu Experience Event1,000 เยน1,000 เยน
Costume Rental500 เยน500 เยน

วิธีการเดินทาง

การเดินทางจากสถานี Kawaguchiko มายังมายัง Oshino Shinobi no Sato นั้นใช้เวลาโดยรวมประมาณ 20 นาทีโดยรถบัส ซึ่งจะมีรถบัสทุกๆ 1 ชั่วโมง ดังนั้นเพื่อนๆ ที่มาจากทะเลสาบคาวากุจิโกะ ควรคำนวนเวลาทั้งไปและกลับให้แม่นยำ รถบัสทั้งขาไปและกลับจะเริ่มวิ่งประมาณ 9 โมงเช้าและรอบสุดท้ายประมาณบ่าย 4 โมงเย็นเท่านั้นค่ะ

ในส่วนของการเดินทางประเภทอื่นๆ อาทิ การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางจากโยโกฮาม่า และการเดินทางมาจากฝั่งนาโง่ย่า สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ Access

รีวิวหมู่บ้านนินจา Oshino Shinobi no Sato

จากป้ายรถบัส เดินเข้ามาด้านในไม่เกิน 5 นาทีจะเจอกับประตูหน้าหมู่บ้านซึ่งเป็นประตูทางเข้าที่ตกแต่งในสไตล์หมู่บ้านนินจาโบราณที่เคยเห็นในการ์ตูนแบบนี้ค่ะ

เมื่อผ่านประตูธรณีเข้ามาแล้ว ซ้ายมือจะเจอกับอาคารขายของฝากเลยค่ะ ด้านในมีของฝากเกี่ยวกับนินจา และของฝากสไตล์ญี่ปุ่นให้เลือกมากมาย รวมถึงบริการเช่าชุดนินจาอีกด้วย สำหรับคนที่เข้ามาเที่ยวหมู่บ้านนินจา เราแนะนำให้แวะมาลองเช่าดูนะคะ ราคา 500 เยนเท่านั้น!

ด้านขวามือเป็นสวนญี่ปุ่นค่ะ มีซากุระที่ยังคงบานอยู่ในสวนหิน และด้านหลังเป็นร้านอาหารที่เพื่อนๆ สามารถทานอาหารในบรรยากาศของบ้านแบบญี่ปุ่น รวมทั้งจุดการแสดงนินจาที่เป็นไฮไลท์ของที่แห่งนี้อีกด้วยค่า

Ninja Performance Group (Rai Hu Jin Performance) นั้นจะมีการแสดงตามตารางที่กำหนด ซึ่งส่วนใหญ่จะจัดในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมการแสดงได้โดยมีค่าบัตรเข้าชม ผู้ใหญ่ราคา 1,000 เยน เด็กราคา 800 เยน

หลังจากเดินผ่านสวนหินด้านหน้ามาแล้ว จะสามารถมองเป็นสวนญี่ปุ่นที่อยู่ด้านใน โดยมีร้านน้ำชาเป็นจุดพักค่ะ จากลานนั่งพักผ่อนของร้านน้ำชา สามารถมองเห็นนวิวของสวนญี่ปุ่นที่มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิได้ สวยงามมากจริงๆ ค่ะ

โรงน้ำชานั้นตกแต่งให้ดูเรียบง่าย ไม่ได้เน้นความหรูหราให้ดูเป็นญี่ปุ่นมากเกินไป ทำให้รู้สึกว่าเป็นหมู่บ้านนินจาจริงๆ ประกอบกับบรรยากาศด้านในก็ทำให้เรารู้สึกถึงวิถีการใช้ชีวิตของนินจาในสมัยก่อนอีกด้วยค่ะ

ด้านหน้าและด้านในโรงน้ำชานั้นมีสินค้าที่ระลึกและขนมอันเป็นจุดเด่นของหมู่บ้านนินจาแห่งนี้จำหน่ายอยู่ด้วย อาทิ ขนมดังโงะสีดำที่ใช้ไฟจากถ่านไม้ย่างให้หอมกรุ่นแล้วโรยด้วยผงคิโนโกะ ซึ่งบนขนมนั้นจะประทับตราคำว่า “忍 (นิน)” จากคำว่า “忍者 (นินจา)” ลงไปด้วยค่ะ

ในส่วนของสินค้าอื่นๆ นั้นประกอบด้วย ไอศกรีม ขนมของฝากบรรจุภัณฑ์สไตล์นินจา ของที่ระลึก และมีน้ำแร่จากแบรนด์ฟูจิที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์น้ำแร่ชนิดขวดแรกๆ ของญี่ปุ่นซึ่งจะหาซื้อได้ตามโรงแรมและร้านค้าบางร้านเท่านั้น ไม่มีจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อแต่อย่างใด (น้ำไฮโซววว)

เมื่อพักทานขนมนมเนยกันเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินเข้ามาด้านในสวนที่เราได้พูดถึงไปเมื่อสักครู่ โดยมีจุดหมายคือ บ้านนินจา (Ninja Karakuri House) ที่อยู่ด้านในสุดของสวนนี้ค่ะ

ระหว่างทางก็เจอกับจุดซ้อมปาชูริเคนหรือดาวกระจาย (Shuriken Dojo) จุดนี้มีการสอนวิธีปาและเป้าเอาไว้ให้ซ้อมกันค่ะ ส่วนใหญ่เป็นจุดที่เด็กเล็กๆ ชอบมาก เนื่องจากเป็นลานปาชูริเคนที่ไม่มีที่กั้น เราจะอยู่ในระยะไหนก็ได้ ในส่วนของชูริเคนนั้นมีค่าธรรมเนียม 500 เยน/ชูริเคน 5 ชิ้น ค่ะ

เมื่อเดินเข้ามาด้านในอีก ในที่สุดก็เจอกับบ้านนินจา (Ninja Karakuri House) อยู่ตรงหน้าเราแล้วค่ะ ด้านหน้าของบ้านนั้นเป็นบึงน้ำพุที่สามารถเดินตามหินทางเดินลงไปถ่ายรูปกลางบ่อได้ บึงน้ำยังล้อมรอบดด้วยดอกไอริสที่กำลังบานสวยงามทีเดียว แต่เนื่องจากว่าที่แห่งนี้คือหมู่บ้านนินจา แล้วหินในน้ำนั้นจะมีกับดักอยู่มั้ยนะ ก็เริ่มกว่าไม่กล้าเสี่ยงกันแล้วล่ะค่ะ หุหุ

หน้าบ้านนินจาก็มีคุณนินจา 3 ท่านโพสต์ท่าถ่ายรูปให้เราค่ะ เท่ห์มากๆ มีความกรี๊ดกร๊าด คนที่ถือดาบก็ควงดาบให้ดูด้วย มีนินจาผู้หญิงด้วยนะคะ สวยน่ารัก แต่ก็ดูคล่องแคล่วสมเป็นนินจาจริงๆ

ด้วยความที่เราชอบดาบญี่ปุ่นเป็นพิเศษก็แอบขอจับดาบดูค่ะ ถึงแม้จะไม่ใช่ของจริง แต่ก็ได้ความรู้สึกคล้ายดูเหมือนกัน (เราเคยจับดาบจริงมากวัดแกว่งบ้าง) ดาบญี่ปุ่นของจริงจะขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบากว่าเล็กน้อย ด้ามจับกับความแน่นด้านในของโกร่งดาบก็ต่างกัน (นี่ก็เยอะแล้ว) แต่ว่าสนุดกนานดีค่ะ ได้คุยกับพี่เขาด้วยเล็กน้อย เขาสอนท่าดาบเราด้วย

ในส่วนของข้างบ้านนั้นเป็นลานฝึกค่ะ มีฝึกปาชูริเคน เป้ามีเยอะมาก สูงต่ำ ใกล้ไกล แต่เรานั้นปาร่วงทุกดอกค่ะ 555 เพราะแรงไม่พอ หลังจากเราขายหน้ากับการปาชูริเคนแล้ว ก็มีลองยิงธนูกับคุณพี่นินจาแทน แต่ดันถนัดซ้าย เลยกลายเป็นว่ายิงคนละด้านกับพี่เขา

การยิงไม่ยากแต่ใช้แรงเยอะเหมือนกันนะคะ เราไม่เคยยิงธนูมาก่อนเลยอยากลอง ส่วนการเล็งเป้านั้นพี่เขาไม่ได้บอกวิธีการเล็งค่ะ แต่เราลองเล็งเป้าแบบยิงปืนก็ถือว่าใกล้เคียงพอสำควรนะคะในความแม่นยำ ชอบมากก ถูกใจมาก ณ จุดนี้

นอกจากโซนฝึกอาวุธนินจาแล้วก็มีโซนฝึกวิชานินจาด้วยค่ะ มีทั้งการปีนป่าย กิจกรรมวิบากน้อยๆ สำหรับผู้ใหญ่อาจจะเหมือนสนามเด็กเล่น แต่สำหรับเด็กมันคือสนามฝึกที่ยิ่งใหญ่มาก ยิ่งเช่าชุดนินจาแล้วไปเล่นนะคะ ฟินมากก ผู้ใหญ่เล่นเอาบรรยากาศก็ได้นะคะ

หลังจากเล่นอยู่ด้านนอกเพลิดเพลินกันไปพักใหญ่ ในที่สุดเราก็เข้ามาในบ้านนินจา (Ninja Karakuri House) เสียที เดินเข้าด้านในแล้วจะเจอกับพี่นินจาคนสวยเมื่อตะกี้มาเป็นพนักงานในบ้านด้วย ด้านในตกแต่งแบบบ้านญี่ปุ่นสมัยก่อน และมีการแนะนำเรื่องที่ควรระวังก่อนเข้าไปด้านในด้วยค่ะ

ด้านในบ้านจะมีค่ายกลแบบนินจาที่เราต้องผ่านไปให้ได้ ถ้าไปเป็นกลุ่มเป็นอะไรที่สนุกมาก เพราะต้องช่วยกันหาทางออกให้ได้ ด้านในระหว่างทางห้ามถ่ายรูปหรือวิดิโอเด็ดขาด (ยกเว้นห้องใหญ่ห้องสุดท้ายก่อนออก) รวมถึงอย่าบอกสิ่งที่เห็นด้านในกับคนภายนอกด้วยค่ะ

ภาพวาดสามมิติ

และใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะตะลุมบอนช่วยกันหาทางออกมาได้ และในห้องใหญ่ห้องสุดท้ายนี้เราก็เจอภาพวาดสามมิติก็ต้องเล่นเสียหน่อย ปีนเข้าไปค่ะ แต่จริงๆ แล้ว มีที่ให้เกาะด้านบนยื่นออกมาประมาณ 1 ข้อนิ้ว แต่ความซนส่วนตัวอยากเล่น งานนี้ก็เกร็งแขนกันไปค่ะ เอาให้สุด อิ อิ

เมื่อออกจากบ้านนินจา ภารกิจของเราที่หมู่บ้านนินจา Oshino Shinobi no Sato นี้ก็สำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว ตอนต่อไปจะขอเข้าสู่สถานที่ท่องเที่ยวรอบๆ ฟูจิที่ได้ไปมาในทริปนี้ที่ทะเลสาบยามานากะโกะ (Lake Yamanakako) กันค่ะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่าาา

อ่านตอนจบ » [รีวิว] เที่ยวรอบฟูจิ 1 วัน: ลุยทะเลสาบ Yamanakako กับรถฮิปโป KABA BUS

รีวิวเที่ยวรอบฟูจิ 1 วัน

+ ดูรีวิวเที่ยวรอบฟูจิทั้งหมด

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com