วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปชิมอาหารแปลกๆ ของญี่ปุ่นกันบ้างค่ะ นั่นก็คือ Tottori Yamanote Story Hana Kifujin Pink Curry (แกงกะหรี่สีชมพูฮานะคิฟุจินแห่งทตโตริ) ชื่อเมนูยาวมาเลยใช่มั้ยคะ แต่ที่น่าสนใจกว่าชื่อยาวๆ นี่คือแกงสีชมพูนี้รสชาติเป็นยังไง? เราเองก็สงสัยเหมือนกันค่ะ ถ้ามาถึงจังหวัดทตโตริ (Tottori) แล้วไม่มาชิมของขึ้นชื่อของที่นี่ก็ดูจะน่าเสียดาย วันนี้จึงฝากท้องไว้กับร้าน Oenokian (โอเอะโนะคิอัน) ผู้จัดจำหน่ายแกงกะหรี่สีชมพูนี่แหละค่ะ ให้มันเป็นสีชมพูกันนะคะ อิ อิ

เกี่ยวกับร้าน Oenokian

Oenokian (大榎庵) เป็นคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นตั้งอยู่ในจังหวัดทตโตริ (Tottori) ทางร้านได้คิดค้นและขายแกงกะหรี่สีชมพู (Pink Curry) ซึ่งมีชื่อว่า “Tottori Yamanote Story Hana Kifujin Pink Curry (とっとり山の手物語華貴婦人)” โดยนำความเป็นการ์ตูนของเด็กผู้หญิงเข้ามาเป็นแรงบันดาลใจในการผลิต และสรรสร้างอาหารที่เหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยายอย่างชื่อของแกงกะหรี่

ที่มาของสีชมพูในแกงกะหรี่นี้คือบีทรูทของทตโตริ ซึ่งต้องทดลองอยู่นานกว่าจะได้สีออกมาสวยขนาดนี้ นอกจากแกงกะหรี่สีชมพูแล้ว ทางร้านยังมีเมนูอื่นๆ อีกมากมายที่อร่อยไม่แพ้กัน และที่พิเศษคือที่นี่ยังจำหน่าย โชยุสีชมพู วาซาบิสีชมพู และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เป็นสีชมพู ซึ่งสามารถหาซื้อได้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น

  • ที่อยู่:
    • 3ー3 Oenokicho, Tottori, 680-0043, JAPAN
  • เวลาทำการ:
    • 11:00 – 20:00 น. (เวลาอาหารกลางวันเปิดถึง 15:00 น.)
  • เบอร์โทรศัพท์:
    • (+81)85 -730-4891
      *เนื่องจากที่ร้านมีโต๊ะรองรับได้ไม่มาก จึงควรโทรจองก่อน
  • วิธีการเดินทาง:
    • เดินจากจากสถานีรถไฟ Tottori ใช้เวลาประมาณ 15 นาที (ประมาณ 1.6 กม.)
    • นั่งแท็กซี่สถานีรถไฟ Tottori ค่าโดยสารประมาณ 1,000 – 1,200 เยน

รีวิวร้าน Oenokian

หลังจากตะลอนๆ ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัด เราก็กลับสู่ตัวเมืองทตโตริกันบ้างค่ะ เราเคยได้ยินว่าทางการท่องเที่ยวญี่ปุ่นอยากให้ทตโตริเป็นเมืองที่มีสัญลักษณ์เป็นสีชมพู วันนี้เราก็ขอเริ่มที่การชิมอาหารสีชมพูกันค่ะ โดยจะไปทานแกงกะหรี่สีชมพูที่ร้าน Oenokian ซึ่งห่างจากสถานีรถไฟ Tottori ประมาณกิโลกว่าๆ

หากใครไปตอนเที่ยงก็เดินชิลๆ ชมเมืองได้ค่ะ ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 15 นาที แต่หากไปช้าสักบ่ายสองแนะนำให้นั่งแท็กซี่นะคะ เพราะว่า Last order จะรับก่อนปิดร้านช่วงบ่ายประมาณ 30 นาที ส่วนเรานั้นนั่งแท็กซี่ไปค่ะ ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย เที่ยง ก็ไม่เดินค่ะ ฮ่าๆ

พอเดินมาถึงบ้านหลังหนึ่งตามที่เราดูแผนที่แล้ว จะเห็นป้ายประมาณนี้ติดเต็มรั้วเลยค่ะ หน้าบ้านคือประตูที่ปิดเรียบร้อยเหมือนไม่มีคนอยู่ จริงๆ แล้วทางเข้าร้านอยู่หลังบ้านนั่นเอง! ส่วนทางเดินจะเลียบไปตามริมรั้วที่มีป้ายติดอยู่นี่แหละค่ะ เดินไปจนถึงหลังบ้าน พอเปิดประตูเข้าร้านไป จะมีเจ้าของร้านออกมาต้อนรับและเลือกที่นั่งให้เหมาะกับจำนวนคนค่ะ

ด้านในเป็นห้องทาทามิ เวลาเข้าบ้านต้องถอดรองเท้าก่อนค่ะ ในโซนที่เรานั่งมีห้องญี่ปุ่น 2 ห้องติดกัน ที่นั่งไม่มากนักตามสไตล์ Homemade แต่การนำผลงานศิลปะหรือเครื่องเรือนเก่าแก่มาประดับร้านทำให้ร้านดูมีเสน่ห์แตกต่างจากร้านอาหารทั่วไปค่ะ เรามากันหลายคน สั่งไปคนละอย่างสองอย่างแล้วก็รออาหารมาเสิร์ฟค่ะ

ระหว่างนั้นก็ขอเวลาชื่นชมการตกแต่งร้านสักนิด จากที่เห็นเป็นการผสมผสานของความเก่าแก่และความเทพนิยายนิดๆ คนที่นำน้ำมาเสิร์ฟเขาอธิบายว่า แก้วแต่ละแก้วจะมีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกัน เราจะรู้สึกว่าได้ใช้แก้วที่มีความพิเศษไม่เหมือนใคร และผลงานศิลปะเหล่านี้เราสามารถชมได้ด้วยนะคะ เราชอบเป็นพิเศษโดยเฉพาะแก้วที่เคลือบสีทอง อิ อิ

ส่วนอีกมุมหนึ่งที่มีความเป็นเทพนิยายไม่น้อยเลยคือ มุมการแต่งตัวแบบตะวันตกโบราณ คล้ายๆ การ์ตูนเจ้าหญิงตาหวานที่เราเคยอ่านค่ะ จริงๆ มีบริการถ่ายรูปกับชุดพวกนี้ด้วยนะคะ แต่ว่าเราขอผ่าน ไม่สามารถเป็นเจ้าหญิงแบบใครเขาได้ ฮ่าๆ

รอประมาณ 10-15 นาที อาหารเริ่มทยอยมาเสิร์ฟค่ะ อาหารชุดกลางวันเรียบง่ายที่ประกอบไปด้วย แกงกะหรี่สีชมพู (1,350 เยน) ทานกับสลัดและซุปมิโซะ แล้วตัดเลี่ยนด้วยขิงดอง

ที่น่าตกใจคือความพาสเทลของเนื้อแกงมากกว่า แบบว่าเนียนละเอียดเหมือนเนื้อซอสครีมอีกต่างหาก แค่เห็นก็รู้สึกหวานเลี่ยนไปถึงตับไตใส้พุง แล้วจะทานได้มั้ยนะ… ต้องลองดูกันค่ะ!

หลังจากทานไปหลายคำ บอกเลยว่าอร่อยมากกก! เหมาะกับคนที่ไม่ชอบกลิ่นแกงกะหรี่แรงๆ รสชาติเหมือนแกงกะหรี่ที่เราทานกันทั่วไป แถมยังมมีรสเผ็ดนิดๆ นุ่มลิ้น กลมกล่อมมากอีกด้วย ถึงแม้ว่าตอนทานจะรู้สึกเหมือนทานไอศกรีมกับข้าวก็เถอะ (สีมันให้) แต่ว่ารสชาติถือว่าดีเลยค่ะ เพราะการจะทำให้ได้แกงกะหรี่เนื้อเนียนขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แถมยังกลบกลิ่นเครื่องเทศได้มาก ทำให้ทานง่าย และยังไม่มีกลิ่นของบีทรูท (ปกติมีกลิ่นแรง) อีกต่างหาก ทานแป๊บเดียวก็หมดแล้ว อยากทานต่ออีกจานเลยล่ะ

ส่งท้าย

หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วก็มาย่อยอาหารด้วยการช้อปปิ้งผลิตภัณฑ์สีชมพูกันหน่อยค่ะ คือเป็นสีชมพูทุกๆ ชิ้นเลยอ่ะ อารมณ์เดียวกับตอนที่บ้านเราฮิตสีม่วงค่ะ อะไรๆ ก็ทำเป็นสีม่วงหมดเลย ร้านนี้ก็ไม่ยอมแพ้ค่ะ มีตั้งแต่ วาซาบิ โชยุ น้ำมันพริก อุด้ง และอื่นๆ อีก คือมีให้เลือกเยอะดีค่ะ น่านำไปเป็นของฝากมากมาย หวังว่าร้าน Oenokian แห่งนี้จะเป็นอีกร้านหนึ่งที่จะเป็นจุดหมายในการท่องเที่ยวจังหวัดทตโตริของเพื่อนๆ นะคะ

อ่านตอนต่อไป » [รีวิว] เที่ยว Tottori Hanakairo Flower Park สวนดอกไม้ขนาดใหญ่ในจังหวัดทตโตริ

บทความเที่ยวทตโทริ (Tottori)

สถานที่ท่องเที่ยว
ร้านอาหาร

+ ดูบทความเที่ยวทตโตริทั้งหมด

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com