สวัสดีค่าาาาา สตรอเบอร์รี่น้อยฯ เจ้าเก่า แอดมินสายเหนือแถบฮอกไกโดคนเดิมคนนี้เองจ้า หลังจากที่ไปเที่ยวฮาโกดาเตะได้สักพัก ก็ได้ฤกษ์รีวิวการเดินทางสู่ฮาโกดาเตะกันแล้วนะคะ ทริปนี้เจอแต่คนใจดี ประทับใจมากๆ ว่าแล้วก็มาดูข้อมูลเบื้องต้นของที่นี่กันจั๊กหน่อย

เกี่ยวกับเมืองฮาโกดาเตะ (Hakodate)

ฮาโกดาเตะ (Hakodate / 函館) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะฮอกไกโด เป็นเมืองท่าที่มีการค้ากับต่างประเทศมาตั้งแต่ในอดีต มีธรรมชาติที่สมบูรณ์มากมาย อีกทั้งยังมีจุดชมวิวยอดฮิต อย่างเช่น ยอดเขาฮาโกดาเตะ หรือ ป้อมดาวโกเรียวกากุ ให้ได้เที่ยวชม

การเดินทางมาฮาโกดาเตะ (Hakodate)

การเดินทางมาที่เมืองนี้มีอยู่หลายวิธี โดยเราจะขอแนะนำเส้นทางยอดฮิตดังต่อไปนี้ค่ะ

เครื่องบิน

Sapporo – Hakodate ใช้เวลา ประมาณ 35 นาที
สายการบินที่ให้บริการ ได้แก่ ANA, JAL, AirDo
ในส่วนของราคานั้นผกผันตามฤดูกาลท่องเที่ยวเช่นกันค่ะ (ราคาประมาณ 3,000-4,000 บาท)

・ Tokyo – Hakodate ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที
สายการบินที่ให้บริการ ได้แก่ ANA, JAL, AirDo
ในส่วนของราคานั้นผกผันตามฤดูกาลท่องเที่ยวค่ะ (ราคาประมาณ 4,000-5,000 บาท)

รถไฟ

Sapporo – Hakodate ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 20 นาที
สามารถเดินทางได้ทั้งจากสถานี JR Sapporo หรือ New Chitose Airport
ราคาต่อเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 8,000 กว่าเยน (2,000 กว่าบาท)

・ Tokyo – Hakodate ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ – 3 ชั่วโมง
ขึ้นชินคันเซ็นจากสถานี Tokyo และต่อรถไฟมาลงสถานี Hakodate ราคารวมตลอดสายอยู่ที่ประมาณ 23,000 กว่าเยน (7,000 กว่าบาท)
(JR East-South Hokkaido Rail Pass ราคา 26,000 เยน ใช้ขึ้นได้ไม่จำกัดเที่ยวและสามารถใช้เดินทางได้หลายเมือง)

รีวิวเดินทางมาฮาโกดาเตะ (Hakodate)

ในส่วนของสตรอเบอร์รี่น้อยฯ เอง เราบินแบบทรานสิทจากกรุงเทพมาลงที่โตเกียว แล้วเปลี่ยนเครื่องมาลงที่ New Chitose Airport ในซัปโปโร จากนั้นเราก็เดินทางต่อมายังฮาโกดาเตะด้วยรถไฟค่ะ ที่ไม่นั่งมาลงโตเกียวแล้วต่อเครื่องบินมาฮาโกดาเตะเลยเพราะมีเที่ยวบินน้อยและราคาแพงด้วยค่ะ มาต่อรถไฟแบบนี้สะดวกกว่า และเวลาขากลับจากซัปโปโรก็ดีกว่าด้วยค่ะ

พอเราลงเครื่องที่สนามบิน New Chitose Airport แล้ว ก็เดินตามทางออกเพื่อไปซื้อตั๋ว มีป้ายบอกทางตลอด ไม่ยากค่ะ โดยตั๋วรถไฟไปฮาโกดาเตะมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบ Reserved (แบบจองที่นั่ง) และ Non-reserved (แบบไม่จองที่นั่ง) ต่างกันที่ราคาและความลุ้นค่ะ 555 แต่เราเอาความสะดวกเลือกแบบ Reserved ไป โดยเที่ยวรถไฟที่จะไปฮาโกดาเตะมี 5 เที่ยวต่อวันนะคะ

ทริคน้อยๆ: เมื่อเราไปถึงสถานีฮาโกดาเตะแล้วให้เราซื้อตั๋วกลับเอาไว้เลย ไม่แนะนำให้ซื้อในวันที่เราจะกลับ เพราะมีความเสี่ยงสูงที่ที่นั่งจะเต็มค่ะ

ขาไป

 ราคาตั๋วแบบ Reserved (ขาไป) คือ 8,630 เยน (ประมาณ 2,675 บาท)

ราคาตั๋วแบบ Non-Reserved (ขาไป) คือ 7,590 เยน (ประมาณ 2,353 บาท)

ขากลับ

เที่ยวรถไฟที่จะไปซัปโปโรมี 5 เที่ยวต่อวันเช่นกันค่ะ นั่งตรงไปถึงสถานี Sapporo เลย ไม่ต้องแวะลงเพื่อเปลี่ยนขบวนเหมือนขาไปค่ะ

ราคาตั๋วแบบ Reserved (ขากลับ) คือ 8,830 เยน (ประมาณ 2,737 บาท)

ราคาตั๋วแบบ Non-Reserved (ขากลับ) คือ 8,310 เยน (ประมาณ 2,576 บาท)
ที่ราคาแพงกว่าไปขาไป เพราะว่าระยะทางไกลกว่าค่ะ

**ส่วนตัวแนะนำว่าซื้อแบบ Reserved ไปดีกว่าค่ะ จะได้ไม่ต้องลุ้นว่าเราต้องยืนไปตลอดจนถึงฮาโกดาเตะมั้ย ยังไงจองก็ได้นั่งชัวร์ค่ะ ที่สำคัญราคาห่างกันนิดเดียวเอง (*^▽^*)

กรณีที่มาจากสนามบิน New Chitose Airport : พอซื้อตั๋วเสร็จแล้วก็นั่งรถไฟที่จะเข้าซัปโปโร มาลงที่สถานี Minami-Chitose เพื่อมารอรถไฟต่อไปทีฮาโกดาเตะค่ะ

New Chitose Airport - Hakodate Ticketอันนี้เป็นหน้าตาตั๋วรถไฟจากสนามบินเข้าฮาโกดาเตะ เค้าจะให้เรามา 2 ใบ
ใบบนจะเขียนว่า Minami-Chitose → Hakodate ใช้สำหรับเข้าสถานี Minami-Chitose และออกที่สถานี Hakodate ด้านขวามือจะมีบอกเลขที่นั่งและเลขขบวนรถของเราค่ะ ของสตรอเบอร์รี่น้อยฯ คือ รถขบวนที่ 1 ทีนั่ง 12-B เพราะเราซื้อแบบที่จองที่นั่งไว้ ให้ไปขึ้นขบวนที่เขียนว่า Reserved
ส่วนใบล่างเขียนว่า New Chitose Airport → Hakodate ใช้สำหรับข้าสถานี New Chitose Airport ค่ะ

ในชานชาลาจะมีป้ายบอกว่ารถขบวนที่เราจะนั่งควรไปรอตรงไหน มีตู้ให้รอรถด้วยค่ะ ไม่ต้องกลัวจะหนาว

ระหว่างรอรถไฟ อาจจะซื้อข้าวเตรียมไว้กินก็ได้ค่ะ แต่ในรถไฟก็มีขายนะ แล้วแต่สะดวกเลย คุณป้าคนที่ขายข้าวใจดีมากๆ เห็นเรายืนรออยู่ก็มาขอดูตั๋ว แล้วก็บอกว่า เราต้องไปรอตรงไหน เราคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าเค้าจะห่วง เราไม่ได้ถามเค้านะ ด้วยความไม่รู้ ยืนรอตรงที่คนเค้ารอกัน ที่ไหนได้รอผิดขบวน 555 เราต้องเดินย้อนหลังไปอีก ขอบคุณคุณป้าจริงๆ ที่เอะใจแล้วเดินมาถาม ไม่งั้นเดินหาที่นั่งพัลวันแน่ ใครจะไปฮาโกดาเตะอย่าลืมอุดหนุนคุณป้านะคะ

สถานี Minami-Chitoseบรรยากาศโดยรอบค่ะ เส้นรถไฟนี้ถ้ามุ่งหน้าตรงไป จะเข้าซัปโปโรค่ะ ส่วนไปฮาโกดาเตะนั้นคนละทางกัน

รถไฟไปฮาโกดาเตะในที่สุดรถก็มา เตรียมออกเดินทางค่า แอบเห็นป้ายข้างบนมั้ยตรงเลข 1 ใครกลัวว่ามาถูกขบวนมั้ย ก็ดูเลขตรงนี้ได้เลยค่ะ

EkibenEkibenหน้าตาเอกิเบน (ข้าวกล่องรถไฟ) ที่ร้านคุณป้าใจดี น่ากินมั้ยค้าาา อร่อยอยู่นะ เสียอย่างเดียวข้าวเย็น 555 อากาศมันเย็นอะเนาะ

ดูวิวข้างทางสวยๆ แบบนี้วนไปค่ะ หลับๆ ตื่นๆ ในที่สุดก็ว้าบมาถึงที่หมายล้าว

รถขบวนนี้เองจ้า ที่พาเรามาส่ง

ตรงสถานี Hakodate มีโรงแรมใกล้ๆ มากมาย แถมยังใกล้กับตลาดเช้าฮาโกดาเตะ (Hakodate Morning Market) ด้วยค่ะ แบบเดินข้ามถนนไปก็ถึงแล้ว

หน้าสถานี Hakodateวันนี้ก็ขอลาไปกับแลนมาร์คยอดฮิตของสถานี Hakodate นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า ว่าเราจะไปร่าเริงที่ไหนกันต่อ บะบาย ♡

อ่านตอนต่อไป > [รีวิว] เที่ยวฮาโกดาเตะ #2: ชมวิวสวยๆ บนภูเขาฮาโกดาเตะ (Mt. Hakodate)


รีวิวเที่ยวฮาโกดาเตะ

[รีวิว] 1: เดินทางจากสนามบินสู่ฮาโกดาเตะ (Sapporo-Hakodate) ด้วยรถไฟ
[รีวิว] 2: ชมวิวสวยๆ บนภูเขาฮาโกดาเตะ (Mt. Hakodate)
[รีวิว] 3: ดูลิงแช่ออนเซ็นที่ Hakodate Tropical Botanical Garden
[รีวิว] 4: ชมวิวที่ป้อมดาวโงเรียวกาคุ (Fort Goryokaku Tower)
[รีวิว] 5: ส่งท้ายด้วยของกินขึ้นชื่อ Hakodate Morning Market & Lucky Pierrot

รีวิวเที่ยวฮอกไกโด *เพราะคิดถึงจึงมาหา♥

[รีวิว] 1: นั่ง ALL NIPPON AIRWAYS (ANA) จากกรุงเทพไปซัปโปโร
[รีวิว] 2: พิพิธภัณฑ์โดราเอมอน DORAEMON WAKU WAKU SKY PARK
[รีวิว] 3: เดินทางจากสนามบินเข้าเมืองซัปโปโรด้วยรถไฟ JR
[รีวิว] 4: เล่น Snow Tubing ที่ Takino Suzuran Hillside Park
[รีวิว] 5: เดินเที่ยวบนดินและใต้ดินใจกลางเมืองซัปโปโร (Susukino – Odori)
[รีวิว] 6: ออกจากซัปโปโรไปเที่ยวเมืองโรแมนติก โอตารุ (Otaru)
[รีวิว] Otaru Kitaichi Hall ร้านอาหารและคาเฟ่สุดโรแมนติกในโอตารุ

บทความที่เกี่ยวข้องกับฮอกไกโด

คู่มือเที่ยวฮอกไกโด (Hokkaido) ซัปโปโร (Sapporo) โอตารุ (Otaru)
เตรียมตัวไปเที่ยวฮอกไกโดในฤดูหนาวแบบติดลบ

Comments

comments

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com