เที่ยวญี่ปุ่น 2022 ญี่ปุ่นเปิดประเทศหรือยัง? มีเงื่อนไขและขั้นตอนอย่างไร?

697
เที่ยวญี่ปุ่น 2022

ในที่สุดวันที่ญี่ปุ่นประกาศเปิดประเทศอีกครั้งก็มาถึง เรียกได้ว่าปี 2022 (พ.ศ. 2565) นี้ถือเป็นฤกษ์งามยามดีที่นักท่องเที่ยวอย่างเราจะได้กลับไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้ว หลายคนก็แลกเงินรอ จองตั๋วเครื่องบินรอ เหลือแค่ประกาศเปิดประเทศอย่างเดียว เรียกได้ว่ารอมานานแสนนานตั้งแต่ที่มีการปิดประเทศเพราะโควิด-19 ระบาด

แต่ช้าก่อน…! เพราะว่าญี่ปุ่นเปิดประเทศให้ท่องเที่ยวแบบมีเงื่อนไขนะคะ ซึ่งในบทความนี้เราจะมาบอกกล่าวรายละเอียดข้อกำหนดและขั้นตอนต่างๆ ในการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นกันค่ะ เอาไว้แนวทางในการเตรียมตัวสำหรับคนที่อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่อยากรออีกต่อไปแล้วจ้า

ญี่ปุ่นเปิดประเทศให้ท่องเที่ยวได้เมื่อไหร่?

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2022 รัฐบาลญี่ปุ่นได้เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง หลังจากปิดประเทศไปนานกว่า 2 ปี ก่อนหน้านี้มีการอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่ถือวีซ่าแบบต่างๆ เข้าประเทศญี่ปุ่นได้แล้ว คราวนี้ก็มาถึงคิวนักท่องเที่ยวแล้วค่ะ ทั้งนี้ยังคงมีเงื่อนไขบางประการที่นักท่องเที่ยวยังคงต้องปฎิบัติตาม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเราจะขอแจกแจงแบบละเอียดในหัวข้อถัดไปนะคะ

ไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องฉีดวัคซีนอะไร ต้องกักตัวหรือไม่?

นับเป็นข่าวดีที่นักท่องเที่ยวชาวไทยไม่ต้องกังวลเรื่องวัคซีนใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเคยฉีดวัคซีนหรือไม่ ฉีดยี่ห้ออะไร หรือฉีดมาแล้วกี่เข็ม เนื่องจากประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำ หรือ “กลุ่มสีน้ำเงิน” จึงไม่ต้องใช้เอกสารรับรองการฉีดวัคซีน และไม่ต้องตรวจหาเชื่อโควิดที่สนามบินในญี่ปุ่นอีกด้วย รวมทั้งไม่จำเป็นต้องกักตัวเมื่อเดินทางเข้าญี่ปุ่นแล้วด้วยจ้า ซึ่งมาตรการของแต่ละกลุ่มก็มีดังนี้

กลุ่มประเทศเอกสารการได้รับวัคซีนการตรวจโควิดที่สนามบินมาตรการการกักตัวหลังเข้าญี่ปุ่น
สีแดงไม่มีจำเป็นกักตัวในสถานที่ที่จัดไว้ให้ 3 วัน + ผลการทดสอบ PCR เป็นลบ (ทดสอบ PCR ณ สถานที่กักตัว)
 มีจำเป็นเลือกได้ระหว่าง
· กักตัวที่บ้าน 3 วัน + เข้ารับการตรวจโดยสมัครใจ
· กักตัวที่บ้านโดยไม่ต้องตรวจเป็นเวลา 7 วัน
สีเหลืองไม่มีจำเป็นเลือกได้ระหว่าง
· กักตัวที่บ้าน 3 วัน + เข้ารับการตรวจโดยสมัครใจ
· กักตัวที่บ้านโดยไม่ต้องตรวจเป็นเวลา 7 วัน
   มีไม่จำเป็นไม่จำเป็นต้องกักตัวที่บ้านหรือใช้มาตรการอื่นๆ
สีน้ำเงินไม่มีไม่จำเป็นไม่จำเป็นต้องกักตัวที่บ้านหรือใช้มาตรการอื่นๆ
 มีไม่จำเป็นไม่จำเป็นต้องกักตัวที่บ้านหรือใช้มาตรการอื่นๆ
(ข้อมูล ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2565)

ทางรัฐบาลของญี่ปุ่นได้มีการจัดเรียงลำดับความเสี่ยงของนักท่องเที่ยวไว้ 3 กลุ่ม สีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน [ดูข้อมูลรายชื่อประเทศต่างๆ ในแต่ละกลุ่มได้ที่นี่] เพื่อกำหนดความเข้มข้นในมารตรการการรับนักท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม ดังนั้นคนที่อยู่ในประเทศไทยที่จะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น ห้ามเดินทางไปประเทศนอกกลุ่มสีน้ำเงินก่อนออกเดินทางมาญี่ปุ่น 14 วัน ไม่เช่นนั้นก็จะต้องใช้มาตรการตามตารางด้านบนนี้ นอกจากนี้หากมีชาวต่างชาติร่วมเดินทาง ก็ต้องตรวจสอบประเทศของผู้เดินทางด้วยเช่นกันค่ะ

หมายเหตุ: หากมีการจัดกลุ่มของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลง มาตรการต่างๆ ได้แก่ การกักตัว การตรวจโควิดเมื่อเดินทางมาถึงสนามบิน และแสดงเอกสารรับรองการได้รับวัคซีน อาจมีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน

จะเดินทางไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น 2022 ต้องทำอย่างไร?

แม้ว่าญี่ปุ่นจะเปิดประเทศให้ท่องเที่ยวกันแล้วในปี 2022 (พ.ศ. 2565) แต่ก็มีเงื่อนไขต่างๆ ที่เราต้องทราบไว้ก่อนนะคะ เนื่องจากว่าเรายังไม่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวด้วยตัวเองได้แบบอิสระตามปกติเหมือนช่วงก่อนโควิดนั่นเอง

เงื่อนไขในการเดินทางมาท่องเที่ยวญี่ปุ่นปี 2022

  • ต้องเดินทางมาเป็นแบบกรุ๊ปทัวร์กับบริษัทที่ได้รับรองตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น
  • ต้องยื่นขอวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว (ไม่มีการยกเว้นวีซ่า)
  • ต้องมีเอกสารรับรองการตรวจโควิดภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง และมีผลเป็นลบ
  • ต้องซื้อประกันสุขภาพหรือประกันภัยเดินทางที่ครอบคลุมการรักษาโควิด-19 ในกรณีฉุกเฉินที่ต้องแอดมิดเข้าโรงพยาบาล

(ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2565)

ขั้นตอนการซื้อทัวร์และขอวีซ่าท่องเที่ยวญี่ปุ่น

1. ซื้อทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายของญี่ปุ่น

ผู้เดินทางต้องซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจท่องเที่ยวของญี่ปุ่น โดยรูปแบบการท่องเที่ยวต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศญี่ปุ่น อาทิ ต้องมีทัวร์ลีดเดอร์เดินทางมาด้วยกัน ต้องมีบริษัทนำเที่ยวหรือแลนด์โอเปอเรเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้รับรอง และต้องปฏิบัติตามไกด์ไลน์อย่างเคร่งครัด

หมายเหตุ: ควรซื้อประกันสุขภาพหรือประกันภัยเดินทางตามคำแนะนำของบริษัททัวร์

2. เตรียมข้อมูลในการสมัครระบบ ERFS

ผู้เดินทางต้องส่งข้อมูลให้กับบริษัททัวร์ อาทิ ชื่อ-นามสกุล, เพศ, หมายเลขพาสปอร์ต, วันเดินทาง, ที่พัก เป็นต้น เพื่อให้บริษัทผู้รับรองที่ญี่ปุ่น (เช่น แลนด์โอเปอเรเตอร์ เป็นต้น) ลงทะเบียนข้อมูลในระบบสําหรับผู้ที่จะเดินทางเข้าญี่ปุ่น (Entrants, Returnees Follow-Up System (ERFS)) และจะได้รับเป็น “หนังสือรับรองการลงทะเบียนระบบ ERFS (Certificate for Completion of Registration to the ERFS system)”

หมายเหตุ: ต้องเป็นบริษัททัวร์หรือแลนด์โอเปอเรเตอร์ที่ได้การรับรองตามกฎหมายของญี่ปุ่นเท่านั้น จึงจะสามารถออกหนังสือรับรองที่ระบุวัตถุประสงค์ว่าเป็น “観光” (เพื่อการท่องเที่ยว) ซึ่งสามารถนำไปยื่นทำวีซ่าท่องเที่ยวได้

3. เตรียมเอกสารยื่นขอวีซ่า

ผู้เดินทางต้องเตรียมเอกสารต่างๆ ในการยื่นขอวีซ่าใหม่สำหรับการพำนักระยะสั้น เพื่อการท่องเที่ยว ได้แก่

  • หนังสือรับรองการลงทะเบียนระบบ ERFS (Certificate for Completion of Registration to the ERFS system) ที่ได้รับจากบริษัททัวร์
  • แผนการเดินทางในแต่ละวันซึ่งจัดทำโดยผู้รับรองที่อยู่ในญี่ปุ่น (กรอกข้อมูลต่างๆ เช่น สรุปภาพรวมเกี่ยวกับทัวร์ รายชื่อผู้ร่วมทัวร์ ช่องทางติดต่อบริษัทนำเที่ยวฝ่ายญี่ปุ่น ชื่อนามสกุลและข้อมูลติดต่อทัวร์ลีดเดอร์ เป็นต้น)
  • เอกสารอื่นๆ ประกอบการขอวีซ่า เช่น หนังสือเดินทาง ใบคำร้องขอวีซ่า รูปถ่าย ทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองการทำงาน เป็นต้น [ดูรายละเอียดเอกสารที่นี่]

หมายเหตุ: หากหนังสือรับรองการลงทะเบียนระบบ ERFS ระบุว่าเป็น “観光以外” (นอกเหนือจากการท่องเที่ยว) จะไม่สามารถยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวได้ จึงควรตรวจสอบความน่าเชื่อถื่อของบริษัทก่อนซื้อแพ็คเกจทัวร์

4. ยื่นขอวีซ่าที่ศูนย์ JVAC

ผู้เดินทางต้องยื่นขอวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยวที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น (JVAC) [ดูรายชื่อศูนย์ที่นี่] หรือมอบหมายให้ผู้อื่นยื่นขอวีซ่าแทนได้ [ดูรายละเอียดที่นี่ *ตรงข้อ 6]

หมายเหตุ:

  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า 870 บาท + ค่าดำเนินการของศูนย์ 705 บาท รวมเป็น 1,575 บาท (บางแพ็คเกจทัวร์อาจรวมการยื่นขอวีซ่าไว้ให้ด้วย)
  • สามารถยื่นขอวีซ่าได้ที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น (JVAC) เท่านั้น

อ้างอิงข้อมูลจาก JNTO (ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2565) [ดูรายละเอียดฉบับเต็มที่นี่]

การเตรียมตัวก่อนออกเดินทางมาญี่ปุ่น

ก่อนเดินทาง 72 ชั่วโมง

ผู้เดินทางต้องไปตรวจ PCR หาเชื้อโควิด-19 และมีผลตรวจเป็นลบ โดยใช้แบบฟอร์มที่ทางญี่ปุ่นกำหนดให้ [ดูตัวอย่างแบบฟอร์มที่นี่]

ก่อนเดินทาง 12- 6 ชั่วโมง

  1. ติดตั้งแอปฯ MySOS ในโทรศัพท์มือถือ [ดูลิงก์ดาวน์โหลดที่นี่]
  2. ลงทะเบียนในแอปฯ MySOS ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนที่เครื่องบินจะลงจอดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ซึ่งจะสามารถใช้ Fast Track เพื่อความรวดเร็วในการผ่านกระบวนการกักกันโรคที่สนามบินในญี่ปุ่น [ดูขั้นตอนการลงทะเบียนที่นี่]
    หมายเหตุ:
    *Fast Track มีเฉพาะที่สนามบินนาริตะ, สนามบินฮาเนดะ, สนามบินชูบุเซ็นแทรร์, สนามบินคันไซ และสนามบินฟุกุโอกะเท่านั้น
    *ควรละทะเบียนในแอปฯ MySOS หลังจากได้ใบรับรองผลการตรวจโควิดแล้ว
    *เอกสารที่ต้องใช้ในการลงทะเบียน คือ เอกสารรับรองผลตรวจโควิดเป็นลบ โดยมีแบบสอบถามให้กรอกเล็กน้อย และคำสัญญาว่าจะทำตามกฎของรัฐบาลญี่ปุ่น
    *หากเดินทางมาจากไทย ไม่จำเป็นต้องใช้วัคซีนพาสปอร์ตหรือเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน
    *หลังจากผ่านการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว หน้าจอแอปฯ จะเปลี่ยนจากสีแดง เป็นสีน้ำเงินหรือสีเขียว
    *สามารถใช้หน้าจอแอปฯ ที่เป็นสีน้ำเงินหรือสีเขียวได้ตั้งแต่ตอนเช็คอินที่สนามบินในไทย และใช้ตอนเดินทางถึงสนามบินในญี่ปุ่น)
    *หากไม่ได้ส่งเอกสารรับรองผลตรวจโควิดเป็นลบ หน้าจอเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ต้องแสดงเอกสารเมื่อเดินทางถึงญี่ปุ่น
    *หากหน้าจอเป็นสีแดง จะไม่สามารถใช้ Fast Track ได้
  3. ลงทะเบียนข้อมูลประวัติการเข้าประเทศญี่ปุ่น แบบฟอร์มศุลกากร และอื่นๆ ที่เว็บไซต์ Visit Japan Web [ดูคู่มือการลงทะเบียนที่นี่]
    หมายเหตุ: ในการกรอกข้อมูลมีตัวเลือกผลการตรวจโควิดเป็นลบ ว่าจะยื่นแบบ Fast Track หรือยื่นเป็นเอกสารจริง และสามารถกดถัดไปโดยไม่ต้องอัพโหลดข้อมูล
  4. ซื้อประกันสุขภาพหรือประกันเดินทางตามคำแนะนำของบริษัททัวร์ โดยต้องครอบคลุมการรักษาโควิด-19 ในกรณีฉุกเฉินที่ต้องแอดมิดเข้าโรงพยาบาล
    หมายเหตุ: บางบริษัทให้ซื้อล่วงหน้าก่อนเดินทางอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

หลังจากเดินทางถึงสนามบินที่ญี่ปุ่น

เมื่อถึงสนามบินปลายทางแล้วเราจะต้องเตรียมหน้าจอที่แสดงการลงทะเบียนแล้วประมาณ 4 จอ ดังต่อไปนี้

MySOS Screen
  1. แสดงหน้าลงทะเบียนสำเร็จในแอปฯ MySOS (หน้าจอสีน้ำเงินหรือสีเขียว) โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยเช็คเป็นระยะๆ
  2. เมื่อมาถึงตรง Fast Track ให้กดปุ่มซ้ายล่างที่เขียนว่า Pre-registration for Quarantine Procedures เพื่อแสดง QR Code ในแอปฯ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
QR Code สีเหลือง
  1. แสดง QR Code สีเหลืองจากเว็บ Visit Japan ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Immigration)
QR Code สีฟ้า
  1. แสดง QR Code สีฟ้าจากเว็บ Visit Japan ที่ด่านศุลกากร (Customs)

สรุปขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น

ใครที่อ่านแล้วอาจจะงงหรือสับสน เราขอสรุปขั้นตอนการเข้าประเทศญี่ปุ่นสำหรับนักท่องเที่ยวแบบสั้นๆ ดังนี้

  1. ซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ได้รับการรับรองถูกต้องตามกฎหมายของญี่ปุ่น
  2. ทำวีซ่าท่องเที่ยวโดยใช้หนังสือรับรองจากญี่ปุ่นและแผนการเดินทางที่ได้จากบริษัททัวร์
  3. ตรวจ PCR 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง โดยใช้แบบฟอร์มที่ทางญี่ปุ่นกำหนด
  4. ลงทะเบียนในแอปฯ MySOS ให้เสร็จก่อนเดินทางถึงญี่ปุ่นอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพื่อให้หน้าจอเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหรือสีเขียว
  5. ลงทะเบียนในเว็บไซต์ Visit Japan เพื่อกรอกประวัติการเข้าประเทศและเอกสารแสดงของต้องสำแดง (ที่เคยกรอกบนเครื่องบิน)
  6. ซื้อประกันสุขภาพหรือประกันภัยเดินทาง (ควรซื้อล่วงหน้าก่อนเดินทางอย่างน้อย 2 ชั่วโมง)
  7. หลังถึงสนามบินปลายทางที่ญี่ปุ่น ให้แสดงหน้าจอแอปฯ และ QR Code ต่างๆ ที่ได้รับหลังจากลงทะเบียนเพื่อแสกนในจุดต่างๆ ตามขั้นตอนการเข้าสู่ประเทศ

ส่งท้าย

ตอนนี้การท่องเที่ยวญีปุ่นในปี 2022 (พ.ศ. 2565) จะต้องเดินทางไปกับทัวร์เท่านั้น รวมทั้งจะต้องมีการขอวีซ่าอีกด้วย สำหรับคนที่อยากไปท่องเที่ยวด้วยเอง อาจจะต้องรอไปก่อนนะคะ ส่วนใครที่เคยจองตั๋วโปรฯ ไว้แล้วหรืออยากจองตั๋วลดราคาไว้ก่อน ก็ต้องรอลุ้นกันสักหน่อยว่ามาตรการหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร จะสามารถไปเที่ยวเองได้หรือไม่

บทความนี้แอดมินเขียนจากข้อมูลที่มีการประกาศไว้จากหน่วยงานต่างๆ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย หากในความเป็นจริงแล้ว มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างใด สามารถแจ้งแอดมินตามช่องทางต่างๆ ทั้ง Facebook และ LINE ให้ปรับปรุงข้อมูลได้เลยนะคะ สวัสดีค่า

บทความเตรียมตัวไปญี่ปุ่น ดูทั้งหมด »

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com