Home ท่องเที่ยวญี่ปุ่น ตั้งงบเที่ยวญี่ปุ่นง่ายๆ โดยกลยุทธ์คำนวณค่าใช้จ่ายด้วยเลข ‘0’

ตั้งงบเที่ยวญี่ปุ่นง่ายๆ โดยกลยุทธ์คำนวณค่าใช้จ่ายด้วยเลข ‘0’

1890
ตั้งงบเที่ยวญี่ปุ่น
Photo by Sorasak on Unsplash

[Advertorial]

ปัจจุบันการท่องเที่ยวญี่ปุ่นนั้นง่ายแสนง่าย ทั้งตั๋วเครื่องบินที่ราคาถูกลง การยกเว้นวีซ่าสำหรับการท่องเที่ยวไม่เกิน 15 วัน อีกทั้งญี่ปุ่นยังเป็นประเทศที่ปลอดภัย มีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุม จนเรียกได้ว่าใครๆ ก็สามารถเที่ยวญี่ปุ่นได้ ถึงแม้ว่าจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมารองรับมากมาย แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ผู้เดินทางจำเป็นต้องเตรียมตัวด้วยตนเองซึ่งก็คือเรื่อง เงิน นั่นเอง หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี เราก็มี…วิธีการตั้งงบเที่ยวญี่ปุ่นง่ายๆ โดยกลยุทธ์คำนวณค่าใช้จ่ายด้วยเลข ‘0’ …มาฝากค่ะ

 

วิธีการคำนวณค่าใช้จ่ายเพื่อตั้งงบเที่ยวญี่ปุ่น

ขั้นที่ 1 : วางแผนการท่องเที่ยว

อย่างแรกเลยเราควรวางแผนการท่องเที่ยวคร่าวๆ ก่อนค่ะ เพื่อที่จะได้เริ่มคำนวณค่าใช้จ่ายได้ถูก โดยมีหัวข้อที่ต้องคำนึงถึงดังต่อไปนี้

1. กำหนดช่วงเวลาในการท่องเที่ยว

เพื่อให้ทราบว่ามีสถานที่ใดที่ควรจะไปเยือนบ้าง เพราะในแต่ละฤดูก็มีไฮไลท์ที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ ช่วง High Season อย่าง ซากุระ ใบไม้ร่วง หรือปีใหม่ ค่าตั๋วเครื่องบินและโรงแรมที่พักก็จะแพงกว่าปกติค่ะ

2. กำหนดระยะเวลาในการท่องเที่ยว

เพื่อให้สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายรายวัน อย่างพวกค่าอาหาร ค่าโรงแรมที่พัก รวมถึงค่าใช้จ่ายโดยรวมทั้งทริป

3. กำหนดเมืองที่ต้องการเดินทางไป

เพื่อกำหนดค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งตั๋วเครื่องบินจากไทย การเดินทางภายในประเทศญี่ปุ่น ตลอดจนค่าโรงแรมที่พัก และค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ

ขั้นที่ 2 : คำนวณค่าใช้จ่ายตัวเลขด้วย ‘0’

การคำนวณงบประมาณเป็นอีกเรื่องที่หลายคนถกเถียงกันว่าควรตั้งเป็นเงินบาทหรือเงินเยน ที่จริงแล้วก็มีข้อดีแตกต่างกันไปค่ะ หากคำนวณด้วยเงินบาท เราจะประเมินได้ว่าถูกหรือแพงและรู้ตัวเลขเงินบาทในทุกรายละเอียด แต่การคำนวณด้วยเงินเยนจะสะดวกกว่า เนื่องจากว่าไม่ต้องนั่งคำนวณเป็นเงินบาททุกอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่เราจะก็ใช้เงินกันในญี่ปุ่น ค่าใช้จ่ายเกือบทั้งหมดจึงมาในรูปแบบเงินเยน

ในการคำนวณนั้น เราเพียงแค่รวบรวมค่าใช้จ่ายในญี่ปุ่นทั้งหมดแล้วคำนวณเป็นเงินบาทภายในครั้งเดียวแล้วมาบวกกับค่าตั๋วเครื่องบินค่ะ (เราใช้วิธีนี้ตลอดค่ะ) รวมถึงการนำหลักการคำนวณด้วยเลข ‘0’ มาใช้ ซึ่งจะปัดเศษให้สูงขึ้นเป็นเลขกลมๆ เพื่อสะดวกต่อการคำนวณและเป็นการเผื่องบไม่ให้ขาดด้วยค่ะ โดยจะปัดเศษที่หลักร้อยหรือหลักพันก็ขึ้นอยู่กับความพอใจของเพื่อนๆ เลยค่ะ ซึ่งเราจะขอแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 6 ส่วนดังนี้

หมายเหตุ : เรทค่าเงิน 100 เยน = 30 บาท

1. ตั๋วเครื่องบิน (ไป–กลับ)

  • สายการบิน Low Cost 10,000 (±2,000) บาท ราคานี้รวมค่าโหลดกระเป๋าและประกันการเดินทาง แต่ไม่รวมค่าอาหาร (บินกลางคืนจะได้หลับสนิท)
  • สายการบิน Full Service (Economy) 20,000 บาท ปัจจุบันโปรโมชั่นอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 18,000 บาท (ราคาเกิน 20,000 บาท ถือว่าค่อนข้างแพงค่ะ นอกจากว่าจะเป็นช่วงเทศกาลหยุดยาวของคนไทย เช่น สงกรานต์ ปีใหม่ เป็นต้น)

※สายการบินจากไทยไปญี่ปุ่นนั้นมีให้เลือกหลายสายการบิน นอกจากนี้สายการบิน Full Service ก็ยังแบ่งได้ว่าเป็นบินตรงและแบบแวะพัก ซึ่งสามารถดูรายชื่อสายการบินและเส้นทางคร่าวๆ ได้ที่ » แนะนำเส้นทางบินไปญี่ปุ่น & สายการบินไปญี่ปุ่น

 2. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางในประเทศ

คำนวณค่าโดยสารรถไฟรวมถึงพาส (บัตรเหมา) หรือรถบัสสำหรับการเดินทางภายในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเราจะรู้ได้ว่าควรจะใช้พาสไหน ก็ต้องวางแผนการท่องเที่ยวคร่าวๆ มาก่อนนะคะ เบื้องต้นขอยกตัวอย่างค่าใช้จ่ายในการเดินทางดังนี้

  • JR Rail Pass (7 Days) 29,110 เยน (ตีเป็น 30,000 เยน) ⇒ 9,000 บาท/คน
  • Tokyo Wide Pass (3 Days) 10,000 เยน ⇒ 3,000 บาท/คน
  • Tokyo Subway Ticket (24 Hours) 800 เยน (ตีเป็น 1,000 เยน) ⇒ 300 บาท/คน
  • Osaka Amazing Pass (1 Day) 2,500 เยน (ตีเป็น 3,000 เยน) ⇒ 900 บาท/คน
  • วันที่ไม่ใช้พาส/ไปนอกเหนือเส้นทางพาส 1,000 – 2,000 เยน ⇒ 300 – 600 บาท/วัน/คน
  • ขับรถเที่ยว ค่าเช่ารถ+ประกันภัย (รถนั่ง 4 คน) เริ่มต้นวันละ 12,000 เยน ⇒ 3,000 บาท/คัน

※สามารถใช้เว็บไซต์ Hyperdia.com เพื่อตรวจสอบค่าโดยสารรถไฟ หรือ Google Map เพื่อตรวจสอบค่าโดยสารในเส้นทางได้ค่ะ

3. ค่าโรงแรมที่พัก

โรงแรมและที่พักในญี่ปุ่นมีหลายราคาหลายระดับ คนที่เน้นประหยัดก็แนะนำให้พักที่โฮสเทลหรือโรงแรมแคปซูล ส่วนคนที่อยากได้ความเป็นส่วนตัวและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบก็แนะนำเป็นโรงแรมธุรกิจแบบตะวันตกค่ะ

  • โฮสเทล (ห้องรวม)/โรงแรมแคปซูล 3,000 เยน ⇒ 900 บาท/คืน/คน
  • โรงแรมธุรกิจแบบตะวันตก (3 ดาว) ห้อง 2 คน 3,000 – 5,000 เยน ⇒ 900 – 1,500 บาท/คืน/คน
  • โรงแรมห้องญี่ปุ่น (เรียวกัง) 10,000 เยน ⇒ 3,000 บาท/คืน/คน
  • โรงแรม/รีสอร์ทขนาดใหญ่ 10,000 – 15,000 เยน ⇒ 3,000 – 4,500 บาท/คืน/คน

※สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ » รูปแบบโรงแรมที่พักในญี่ปุ่น

4. ค่าอาหารรายวัน

  • อาหารทั่วไป/จานด่วน+เครื่องดื่ม มื้อละ 1,000 เยน ⇒ 300 บาท/มื้อ
  • อาหารทะเล/เป็นเซ็ต+เครื่องดื่ม มื้อละ 1,500 เยน ⇒ 450 บาท/มื้อ
  • น้ำเปล่า/ชาเขียว/น้ำผลไม้/น้ำอัดลม ขวดละ 100 – 200 เยน ⇒ 30 – 60 บาท/ขวด
  • ขนม/ของว่าง ราคามีหลากหลาย อาจจะเผื่อไว้ 1,000 เยน ⇒ 300 บาท/วัน

※กรณีที่จะรับประทานมื้อใหญ่ หรือจัดเลี้ยงในกลุ่ม อาทิ ร้านเนื้อย่าง ร้านซูชิอย่างดี อิซากายะ (ร้านเหล้า) บุฟเฟ่ต์ที่ราคาสูงควรเตรียมเงินไว้ต่างหาก โดยสามารถดูราคาอาหารโดยเฉลี่ยของแต่ละประเภทได้ที่ » ค่าครองชีพด้านอาหารการกินในประเทศญี่ปุ่นแบบละเอียดสำหรับตั้งงบเที่ยว โดยเฉลี่ยราคาประมาณ 5,000 – 6,000 เยน ⇒ 1,500 – 2,000 บาท/มื้อ/คน

5. ค่าเข้าชมสถานที่

ค่าเข้าชมหลักๆ จะไปหนักอยู่ที่ค่าเข้าสวนสนุกค่ะ รองลงมาก็เป็นพวกพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่สามารถเที่ยวได้ทั้งวัน รวมถึงจุดชมวิวบนหอคอยหรือตึกสูง ส่วนค่าเข้าชมวัด ศาลเจ้าและปราสาทก็จะอยู่ที่ละไม่เกิน 1,000 เยน ⇒ 300 บาทค่ะ 

  • Universal Studios Japan (USJ) 7,900 เยน (ตีเป็น 8,000 เยน) ⇒ 2,400 บาท
  • Tokyo Disneyland/Tokyo DisneySea 7,400 เยน (ตีเป็น 8,000 เยน) ⇒ 2,400 บาท
  • Tokyo Skytree (TEMBO DECK) 2,060 เยน (ตีเป็น 3,000 เยน) ⇒ 900 บาท
  • Osaka Aquarium KAIYUKAN 2,300 เยน (ตีเป็น 3,000 เยน) ⇒ 900 บาท
  • Osaka Castle 600 เยน (ตีเป็น 1,000 เยน) ⇒ 300 บาท
  • Kiyomizu Temple 400 เยน (ตีเป็น 500 เยน) ⇒ 150 บาท

6. ค่าช้อปปิ้ง

ค่าใช้จ่ายสำหรับการช้อปปิ้งนั้นขึ้นอยู่กับกิเลสของแต่ละคนเลยค่ะ ในที่นี้เราจะขอยกราคาคร่าวๆ ของสินค้าที่นักท่องเที่ยวชอบซื้อเพื่อประกอบการตัดสินใจนะคะ

  • ขนมของฝากในสนามบิน ประมาณ 1,000 – 2,000 เยน ⇒ 300 – 600 บาท/กล่อง
  • ขนมทั่วไป เช่น ช็อคโกแลต ประมาณ 100 – 500 เยน ⇒ 30 – 150 บาท/กล่อง,ถุง
  • กระเป๋าเป้ทรงยอดฮิต ประมาณ 5,000 – 6,000 เยน ⇒ 1,500 – 1,800 บาท/ใบ
  • รองเท้าผ้าใบลำลอง ประมาณ 10,000 – 15,000 เยน ⇒ 3,000 – 4,500 บาท/คู่
  • เครื่องสำอางในร้านขายยา ประมาณ 1,000 – 3,000 เยน ⇒ 300 – 900 บาท/ชิ้น

※ร้าน Duty Free (หลังจากที่ผ่านต.ม.แล้ว) จะไม่มีภาษี แต่ร้านที่อยู่ด้านนอกในสนามบินจะมีภาษี 8% นะคะ แนะนำว่าให้อดใจเข้าไปช็อปด้านในจะดีกว่า นอกจากว่าจะเป็นร้านที่มีสิทธิ์ Tax Free ซึ่งซื้อครบ 5,000 เยน ⇒ 1,500 บาท ก็จะได้รับการยกเว้นภาษีค่ะ

※สำหรับห้างสรรพสินและร้านค้าในเมือง ก็มีร้านที่เป็น Tax Free เช่นกันค่ะ โดยจะมีแปะป้ายไว้หน้าร้านเลย

Don Quijote Shinjuku Higashiguchi Honten
Don Quijote

 

การเตรียมเงินสำหรับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น

เราควรเตรียมเงินเอาไว้ 3 ส่วน ซึ่งมีทั้งจ่ายก่อนเดินทาง หรือไปจ่ายตอนที่อยู่ญี่ปุ่นแล้วค่ะ

1. ส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายแน่นอน

ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เป็นส่วนที่ต้องใช้ล่วงหน้าก่อนเดินทาง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะใช้การจองทางออนไลน์ และชำระผ่านบัตรเครดิตซึ่งจะเรียกเก็บเป็นเงินบาทเป็นหลักค่ะ

1.1 ตั๋วเครื่องบินและโรงแรมที่พัก

เป็นรายจ่ายก้อนใหญ่ที่สุดที่ต้องชำระล่วงหน้า สำหรับโรงแรมที่พักบางแห่งนั้นก็สามารถจ่ายตอนเข้าพักได้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละคนเลยว่าจะเลือกชำระแบบไหน แต่ปกติแล้วชำระก่อนมักจะได้ราคาถูกกว่าค่ะ

1.2 พาสสำหรับการเดินทาง

พาสของรถไฟส่วนใหญ่แล้วสามารถซื้อได้ล่วงหน้าก่อนเดินทาง นอกจากบางพาสที่จะจำหน่ายในญี่ปุ่นเท่านั้น ส่วนนี้ก็เป็นเงินก้อนใหญ่เช่นกันที่ต้องวางแผนท่องเที่ยวกันให้ดีก่อนซื้อเพื่อความคุ้มค่าค่ะ

1.3 ค่าเข้าชมสถานที่

ตั๋วเข้าชมสวนสนุกดังๆ ในญี่ปุ่นนั้นสามารถซื้อล่วงหน้าได้เช่นกันค่ะ สำหรับค่าเข้าชมสถานที่ย่อยๆ อย่าง ปราสาท วัดและศาลเจ้า พิพิธภัณฑ์ หรือจุดชมวิวต่างๆ นั้น ให้กันไว้ต่างหากค่ะ

2. ส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายรายวัน

ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ควรเตรียมเป็นเงินสด แม้ว่าการใช้จ่ายแต่ครั้งจะมีจำนวนเงินไม่มาก แต่ก็พอไปรวมเป็นก้อนใหญ่แล้วก็เป็นเงินที่เยอะพอสมควร

2.1 ค่าอาหาร

ประกอบด้วย อาหารมื้อหลัก เครื่องดื่มและขนมของว่างระหว่างวัน อาจจะวางงบไว้เลยว่าเป็นวันละ 5,000 เยน ⇒ 1,500 บาท เที่ยว 7 วัน ก็ใช้ 10,500 บาท เป็นต้น หรือถ้าต้องการทานแบบแพงๆ ก็จัดงบเผื่อไปเลยค่ะ

2.2 ค่าโดยสารที่ไม่ได้รวมในพาส

ถ้าจะให้ละเอียด ควรตรวจสอบราคาล่วงหน้าก่อนตามเส้นทางการเดินทาง เพื่อที่เราจะได้วางงบได้แม่นยำค่ะ สำหรับในเมืองไม่ค่อยมีปัญหา ค่ารถไฟบนดินในโตเกียวเริ่มต้นที่ประมาณ 140 เยน ⇒ 40 บาท/เที่ยวค่ะ หรือจะตีคร่าวๆ เป็น 1,000 เยน ⇒ 300 บาท/วันก็ได้ค่ะ

3. ส่วนที่เป็นค่าช้อปปิ้ง

การเตรียมเงินในการช้อปปิ้งสำหรับซื้อหาของฝากต่างๆ สามารถแบ่งได้เป็น เงินสด (แลกเป็นเงินเยน) และบัตรเครดิตหรือเดบิต แน่นอนว่าการจ่ายด้วยเงินสดนั้นสามารถจ่ายได้ทุกที่ แต่บัตรเครดิตหรือเดบิตนั้นร้านเล็กๆ หรือร้านของฝากตามต่างจังหวัดอาจจะไม่รับ และการใช้บัตรเครดิตหรือเดบิตก็ยังโดนชาร์จเรื่องความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 2% อีกด้วย

ส่วนตัวแล้วจะกันค่าช้อปปิ้งเป็นเงินสดประมาณ 30,000 เยน ⇒ 9,000 บาท คิดว่าเป็นจำนวนเงินที่กำลังพอดีค่ะ ซื้อเสื้อผ้า ของฝาก เครื่องสำอางก็เพียงพอค่ะ ส่วนบัตรเครดิตจะไว้ใช้กับการซื้อของในห้างร้านใหญ่ๆ ที่เชื่อถือได้และราคาสินค้าค่อนข้างสูง การพกเงินสดบางครั้งก็ไม่สะดวก รวมถึงร้านที่ให้ส่วนลดสำหรับการชำระด้วยบัตรเครดิตค่ะ อาจจะ 5% หรือ 8% แล้วแต่บัตรแล้วแต่ร้านค่ะ

Shinjuku Kabukicho
Shinjuku, Tokyo

ตัวอย่างการตั้งงบเที่ยวญี่ปุ่น 5 วัน

หลังจากที่เราทราบค่าใช้จ่ายเบื้องต้นกันไปแล้ว เราก็ลองมาตั้งงบกันดูค่ะ ในตัวอย่างที่ยกมานี้เป็นทริปท่องเที่ยวโตเกียวและรอบๆ 5 วัน 4 คืน

  1. ค่าตั๋วเครื่องบิน (ไปกลับ) แบบ Low Cost = 12,000 บาท
  2. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางในประเทศ = 20,800 เยน 6,240 บาท
  • Tokyo Wide Pass 10,000 เยน ⇒ 3,000 บาท
  • Keisei Skyliner (One-way) + Tokyo Subway Ticket (24 Hours) 2,800 เยน (ตีเป็น 3,000 เยน) ⇒ 900 บาท
  • Tokyo Subway Ticket (24 Hours) 800 เยน (ตีเป็น 1,000 เยน) ⇒ 300 บาท
  • Kawaguchiko Sightseeing Bus 1,800 เยน (ตีเป็น 2,000 เยน) ⇒ 600 บาท
  • เผื่อค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้อยู่ในพาส 5,000 เยน ⇒ 1,500 บาท
  1. ค่าโรงแรมที่พัก 4 คืน = 25,000 เยน 7,500 บาท
  • โรงแรมธุรกิจแบบตะวันตก ในโตเกียว 3 คืน 15,000 เยน ⇒ 4,500 บาท
  • โรงแรมห้องญี่ปุ่น (เรียวกัง) ในคาวากุจิโกะ 1 คืน 10,000 เยน ⇒ 3,000 บาท
  1. ค่าอาหาร 5 วัน = 7,500 เยน (ตีเป็น 8,000 เยน) 2,400 บาท
  2. ค่าเข้าชมสถานที่ = 15,000 เยน 4,500 บาท
  • Tokyo Disneyland 7,400 เยน (ตีเป็น 8,000 เยน) ⇒ 2,400 บาท
  • GALA Yuzawa (Gondola + Gloves) 3,000 เยน ⇒ 900 บาท
  • Tokyo Skytree (TEMBO DECK) 2,060 เยน (ตีเป็น 3,000 เยน) ⇒ 900 บาท
  • Kawaguchiko Mt. Fuji Panorama Ropeway 800 เยน (ตีเป็น 1,000 เยน) ⇒ 300 บาท
  1. ค่าช้อปปิ้ง = 30,000 เยน 9,000 บาท

⇒ ค่าใช้จ่ายรวมทั้งทริป = 41,640 บาท

ตัวเลขค่าใช้จ่ายด้านบนนี้เป็นตัวเลขโดยเฉลี่ยของค่าใช้จ่ายที่เราใช้วางแผนจริง โดยจะกำหนดให้เกินราคาจริงไปบ้างเพื่อให้เหมาะสมกับกลยุทธ์เลข ‘ 0 ’ และรองรับการผันผวนของค่าเงินและเพื่อความสบายใจว่าเงินที่เอาไปไม่ขาดแน่นอน อีกทั้งอัตราค่าใช้จ่ายของการเดินทาง ค่าครองชีพ ค่าที่พัก ที่ยกมานั้นเป็นอัตราการใช้จ่ายพื้นฐานของโตเกียวซึ่งเป็นเมืองหลวงซึ่งอาจจะแพงกว่าเมืองอื่นๆ ค่ะ

สำหรับคนที่กำหนดทริปท่องเที่ยวแล้ว แต่เก็บเงินไม่ทัน หรือมีเงินสดไม่พอแลกเป็นเงินเยนก่อนเดินทาง ก็มีอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ นั่นก็คือ การใช้บัตรกดเงินสดอย่าง บัตรกดเงินสดยูเมะพลัส ที่ให้ดอกเบี้ย 0% 30 วัน เช็ควงเงินอนุมัติคุณสมบัติ แล้วสมัครบัตรกดเงินสดผ่านทางออนไลน์ ได้สะดวกและไม่ต้องใช้ผู้ค้ำประกัน เมื่อบัตรอนุมัติและเปิดใช้บัตร ก็สามารถกดเงินสดได้ทันทีค่ะ ใครที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและสมัครได้ที่ » https://www.umayplus.com/CashCard

Comments

comments

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com