เคล็ดลับจัดกระเป๋าไปญี่ปุ่นด้วยวิธีการหาร 2! เที่ยวญี่ปุ่นเตรียมอะไรไปดี?

64302
จัดกระเป๋าไปญี่ปุ่น

สำหรับคนที่เพิ่งไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกหรือได้ไปเที่ยวในฤดูหนาว มักมีคำถามว่าควร “จัดกระเป๋าไปญี่ปุ่นอย่างไรดี?” หรือไม่ก็ “ไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องเอาอะไรไปบ้าง?” “ไปเที่ยวหน้าหนาวควรเตรียมอะไรไปด้วย?” ประมาณนี้ บางคนเก็บเสื้อผ้าจัดกระเป๋ากระเดินทาง จัดไปจัดมาก็ปาไปเกือบ 20 กิโล แทบไม่เหลือน้ำหนักให้ขนของฝากอะไรกลับมาแล้ว ฮา~

เมื่อครั้งกระโน้นนน ตอนที่เริ่มหัดเที่ยวใหม่ๆ ตัวเราเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกันค่ะ แต่ในวันนี้เรามีความเชี่ยวชาญแล้ว 555 หลังจากลองผิดลองถูกมา เราก็เลยอยากจะมาแนะนำเคล็ดลับจัดกระเป๋าไปญี่ปุ่นด้วยวิธีการหาร 2 ที่จะช่วยลดน้ำหนักกระเป๋าไปได้ค่ะ มาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าเราต้องจัดเสื้อหากันแบบไหน ต้องขนอุปกรณ์สัมภาระที่จำเป็นอะไรไปบ้าง?

จัดกระเป๋าไปญี่ปุ่น

เชื่อหรือไม่! ทั้งหมดนี้คือเสื้อผ้าสำหรับการเที่ยวญี่ปุ่น 7-8 วันเชียวนะคะ!!!
เป็นไปไม่ได้ ก็เป็นไปแล้วด้วย “เคล็ดลับวิธีการหาร 2” ของเรานั่นเองค่ะ

กาาจัดกระเป๋าไปญี่ปุ่นด้วยวิธีการหาร 2 คืออะไร?

“วิธีการหาร 2” นั้นหมายถึงการนำจำนวนวันที่เราท่องเที่ยวมาหาร 2 และจัดเสื้อผ้าตามจำนวนวันที่หารได้ค่ะ อาทิ ในรูปตัวอย่างคือใช้เวลา 7-8 วันในการเที่ยว เมื่อหาร 2 แล้วคือ 4 วัน ดังนั้นเสื้อผ้าที่เราจะจัดสำหรับการไปเที่ยวครั้งนี้คือ 4 ชุด (รวมชุดที่ใส่วันเดินทางด้วย)

อย่าพึ่งกังวลไปว่าเราจะใส่ซ้ำนะคะ เนื่องด้วยการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นนั้นสะดวกม๊ากมาก โรงแรมส่วนใหญ่จะมีเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าแบบหยอดเหรียญไว้ให้บริการ ค่าบริการเครื่องซักผ้า 200 เยน และเครื่องอบผ้า 30 นาที ราคา 100 เยนเท่านั้นค่ะ เมื่อถึงช่วงกลางทริปเราก็ทำการซักและอบให้เรียบร้อย หลังจากนั้นแค่ผึ่งในห้องไม่ต้องทำอะไรเลย ตื่นเช้ามาก็ได้ผ้าหอมๆ ใหม่เอี่ยม จากเสื้อผ้า 4 วันจะกลายเป็น 8 วันได้ในทันที!

มาดูตัวอย่างกันค่ะ ในที่นี้เราจัดแบบไม่รวมชุดที่ใส่ในวันเดินทางนะคะ โดยส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมักจะเลือกมาเที่ยวญี่ปุ่นในฤดูที่มีอากาศเย็นอย่างฤดูใบไม้เปลี่ยนผลิ ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีหรือฤดูหนาว ดังนั้นเราจะขอยกตัวอย่างการจัดกระเป๋าไปญี่ปุ่นแบบเซ็ตสำหรับอากาศหนาวๆ นะคะ ส่วนหน้าร้อนหลายท่านคงพอทราบกันอยู่บ้างเพราะเมืองไทยนั้นร้อนตับไหม้เลย และหน้าร้อนญี่ปุ่นก็ร้อนพอๆ กันเลย เอิ๊ก! ดังนั้นเสื้อผ้าที่จะขนมาในหน้าร้อนก็จะไม่ต่างการแต่งตัวที่เมืองไทยเท่าไหร่ค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม: 10 ไอเทมที่ควรพกพาเมื่อไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นช่วงหน้าร้อน!

ขั้นตอนการจัดกระเป๋าไปญี่ปุ่นช่วงหน้าหนาว

เริ่มจากท่อนบนกันก่อนนะคะ ในฤดูที่มีอากาศหนาวเย็นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคม – ปลายเดือนเมษายน (ฤดูใบไม้ร่วง-ใบไม้ผลิ) เราจะสวมท่อนบนประมาณ 3 Step ค่ะ และท่อนล่างอีก 1 Step ค่ะ

เสื้อลำลอง

Step 1: เสื้อลำลอง 3 ตัว

หมายถึงเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ในอาคารที่มีฮีตเตอร์ทำงานอยู่แล้ว จึงสามารถใช้เสื้อผ้าที่มีขายทั่วไปตามท้องตลาดบ้านเราค่ะ ส่วนตัวเราจะใส่เสื้อเชิ้ตหรือโปโลง่ายๆ มีทั้งแขนสั้น แขนยาว ตามแต่สะดวกค่ะ และแน่นอนว่าเมื่อหาร 2 แล้ว เราก็จัดลงแค่ 3 ตัวเท่านั้น (เฉพาะชุดที่จะเอาใส่กระเป๋าเดินทาง ไม่รวมชุดที่ใส่วันเดินทาง)

เสื้อสำหรับสวมทับ

Step 2: เสื้อถักหรือเสื้อสำหรับสวมทับ 3 ตัว

คือเสื้อที่เราสวมทับเสื้อผ้าลำลอง ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อพวก นิตแวร์ คือ พวกเสื้อถัก สเวตเตอร์ คาดิแกน หรือเสื้อถักที่ทำจากขนสัตว์ทั้งหลาย เหตุที่เราต้องใส่เสื้อธรรมดาไว้ด้านในนั้น เนื่องจากหากใส่พวกเสื้อถักอย่างเดียวเวลาอยู่ในอาคารจะถอดออกก็ไม่ได้ อีกทั้งใต้วงแขนแต่ละท่านอาจจะเปียกกันได้นะคะ ประกอบกับถ้าเป็นในช่วงเที่ยงวัน อากาศอาจจะอุ่นขึ้นกว่าตอนเช้าและตอนเย็น ทำให้เราสามารถถอดเสื้อโค้ทหรือเสื้อนอกเดินได้แบบสบายๆ เลยค่ะ

เสื้อตัวนอก

Step 3: เสื้อตัวนอกหรือเสื้อโค้ท 2-3 ตัว

ส่วนตัวเราจะเตรียมเพียงแค่ 2 ตัว โดยเลือกจากการใช้ประโยชน์ค่ะ วันที่เดินในเมืองต้องแฟชั่นหน่อยก็เลือกสวมโค้ทยาว วันไหนออกต่างจังหวัด ลมแรง หรือต้องเดินมากๆ ก็เลือกสวมเสื้อที่มีนำหนักเบาและกันลมได้ เราเอาไปแค่ 2 ตัว แต่สามารถออกท่องเที่ยวไปทุกสถานการณ์เลยค่ะ เพื่อนๆ ที่เที่ยวอยู่ในเมืองเป็นส่วนใหญ่ก็สวมพวกโค้ทติดตัวในวันเดินทาง จะถือขึ้นเครื่องก็ได้นะคะ ^^

กางเกง

Step 4: กางเกงผ้าเนื้อหนา 2-3 ตัว

สาวๆ ท่านใดที่อยากแต่งแฟชั่นกระโปรงสั้นๆ แบบสาวญี่ปุ่น แนะนำให้เป็นกางเกงยีนส์หนึ่งตัว กระโปรงหนึ่งตัว และกางเกงแฟชั่น 1 ตัว (ถ้าเป็นช่วงอากาศหนาวๆ ให้เลือกเนื้อผ้าหนานิดหนึ่งจะดีมาก) การจัดแบบนี้สามารถเดินเที่ยวได้ทั้งในเมือง เข้าป่า และสะดวกอีกด้วย ในภาพตัวอย่างของเราไม่มีกระโปรง มีกางเกงแฟชั่น 1 ตัว และกางเกงที่เอาไว้เดินเที่ยวได้ทั้งป่าและในเมืองค่ะ อีก 1 ตัวที่สวมวันเดินทางก็เป็นยีนส์สีดำค่ะ

หมายเหตุ: สำหรับชุดชั้นในก็ขนมาแล้วแต่สะดวกเลยค่าาา (ไม่ขอลงรูป เขิลลล)

พร็อพกันหนาว

Step 5: พร็อพกันหนาว

สุดท้ายของเสื้อผ้า คือ พวกพร็อพทั้งหลายที่เราคงอยากสวมใส่กัน ทั้งผ้าพันคอ ถุงมือ ถุงเท้า บลาๆ ในรูปตัวอย่างเราจัดตามการใช้งานจริงค่ะ ได้แก่ ผ้าพันคอ 1 ผืน ถุงเท้ายาว 3 คู่ ถุงมือ 1 คู่ และฮีทเทค 3 ชุด (ประกอบด้วยเสื้อและกางเกง) ผ้าพันคอนี้ไม่จำเป็นต้องจัดไปหลายผืน ให้เลือกผืนที่ชอบที่สุด เพราะเมื่อถึงเวลาใช้จริงเราก็เลือกที่เราชอบอยู่ดี ==”

หมายเหตุ: ในรูปเราจัดผ้าเช็ดตัวหรือผ้าเช็ดหัวผืนเล็กไปด้วย เผื่อสำหรับคนที่เดินทางด้วย Night Bus หรือต้องนั่งรถข้ามจังหวัดนานๆ หรือเพื่อนๆ ที่ขึ้นเครื่องบินข้ามคืน เอาไว้ใช้ติดตัวนะคะ มีประโยชน์มากๆ

ยาสามัญ

Step 6: ยาสามัญ

เพิ่มเติมสำหรับการจัดยาสามัญที่จำเป็น ※จัดตามความจำเป็นของแต่ละบุคคลก็พอค่ะ

  1. ยาแก้แพ้
  2. ยาสำหรับท้องไส้ (ท้องร่วง, ท้องอืด, บิด, ยาโรคกระเพาะ)
  3. ยาแก้หวัด-ลดไข้ (พกไทลินอลก็เพียงพอ) + ยาแก้อักเสบ
  4. ยาคลายกล้ามเนื้อ (จำเป็นอย่างมากถ้าเดินเยอะๆ)
  5. เซ็ตยานวดและผ้าพันแก้ปวด
  6. ยาใส่แผลสด/แอลกอฮอลล์/น้ำเกลือ (ขวดเล็กๆ) เนื่องจากไม่มีวางขายในร้านขายยาทั่วไป

หมายเหตุ: ยาในข้อ 4-5 นั้นสำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่ชินกับการเดินแบบคนญี่ปุ่น เพราะอาจจะเดี้ยงได้ภายในไม่กี่วันนะคะ อิ อิ

ในส่วนของยานี้ส่วนตัวเราอยากให้จัดมาให้เรียบร้อย เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นนั้น การจำหน่ายยาหลายๆ ประเภทต้องใช้ใบสั่งจากแพทย์กำกับ ดังนั้นยาสามัญประจำบ้านทั่วไปของไทยอาจจะต้องใช้ใบสั่งแพทย์หากมาหาซื้อในประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยาบางประเภทก็ใช้ไม่ค่อยได้ผลกับร่างกายที่เคยเจอยาแรงๆ แบบบ้านเรา (เราเคยซื้อยาแก้ไอมากินหมดเป็นขวดก็ไม่หาย T^T คิดถึงพี่เสือน้ำดำมาก)

หมายเหตุ: สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว กรุณาขอใบสั่งยาจากแพทย์ติดตัวมาด้วยในกรณีที่จำเป็นต้องใช้ยาและใบสั่งสำหรับยาประจำตัว (ในกรณีนี้เกี่ยวเนื่องถึงการอนุญาตนำเข้ายาบางชนิดด้วยค่ะ)

หากเป็นการท่องเที่ยวในช่วงที่มีโรคระบาด อย่างเช่น ไข้หวัดใหญ่ ไวรัสโควิค-19 หรือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ควรพกอุปกรณ์ป้องกันมาด้วย เช่น หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ แอลกอฮอล์ และควรเพิ่มความระมัดระวังในการท่องเที่ยวเป็นพิเศษ

อุปกรณ์เสริม

Step 7: อุปกรณ์เสริม

สุดท้ายขอแนะนำอุปกรณ์ที่ควรพกพามาประเทศญี่ปุ่นด้วย คือพวกเครื่องมืออิเล็กทรอนิคทั้งหลายอย่าง พาวเวอร์แบงค์ (ให้ถือไปกับสัมภาระขึ้นเครื่อง) นอกจากนี้ก็ยังมีหัวแปลงปลั๊กเพราะที่ญี่ปุ่นใช้ปลั๊กแบบหัวแบน 2 ขา หรือใครจะพกมาเป็นปลั๊กพ่วงก็ได้ค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม: ปลั๊กไฟญี่ปุ่น กระแสไฟฟ้าที่ญี่ปุ่น เขาใช้แบบไหนกันนะ?

Step 8: สิ่งที่อาจไม่จำเป็นต้องพกมา

  • โดยทั่วไปแล้ว แปรงฟัน ยาสีฟัน ยาสระผม ครีมนวด สบู่อาบน้ำ โฟมล้างหน้า จะมีให้เตรียมไว้ให้ แต่ถ้ากลัวแพ้หรือไม่ชอบ ก็พกมาเองเป็นไซส์เดินทางก็ได้ค่ะ
  • ไดร์เป่าผม (บางโรงแรมอาจไม่มีในห้อง แต่สามารถไปยืมที่เคาท์เตอร์ได้) แต่ถ้าเป็นพวกที่หนีบผม ม้วนผม อาจจะต้องพกมาเอง (ถ้าเป็นไฟเมืองไทย มาใช้ที่นี่จะร้อนช้าหน่อย ต้องใจเย็นๆ)
  • ถ้าปกติที่ไทยไม่ได้ใช้ครีมทาตัวสำหรับผิวแห้งจริงๆ แนะนำให้มาซื้อที่ญี่ปุ่นดีกว่าค่ะ เนื่องจากครีมไทยส่วนใหญ่เอาไม่อยู่ ทาแล้วผิวยังแห้งอยู่เลย…และเป็นการถือโอกาสใช้ของญี่ปุ่นด้วย อิ อิ

ข้อมูลเพิ่มเติม: 7 ไอเทมที่ควรพกพาเมื่อไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นช่วงหน้าหนาว!

กระเป๋าเดินทาง

นี่คือสภาพเราเมื่อเดินทางมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่นครั้งแรก จำนวน 13 วัน
ทั้งหมดคือสัมภาระของคน 1 คน!!! (เยอะไปไหน ฮาาา)

จัดกระเป๋าเที่ยวญี่ปุ่น

ปัจจุบัน หากไม่เกิน 10 วันเราก็ใช้เพียงเท่านี้ เดินไปไหนมาไหนสะดวก ไม่พะรุงพะรัง ไม่ต้องกังวลว่าจะฝากของไว้ที่ไหน ไม่ต้องเสียค่าล็อคเกอร์แพงๆ ไม่ต้องเสียค่าส่งกระเป๋าข้ามเมือง สวรรค์ของกระเป๋าน้อยๆ นี่มันดีจริงๆ~

เพื่อนๆ คนไหนที่อยากท่องเที่ยวแบบสบายๆ ไม่อยากแบกกระเป๋าน้ำหนักเยอะๆ ทั้งเน้นความสะดวก ลองใช้วิธีจัดกระเป๋าไปญี่ปุ่นแบบหาร 2 อย่างเรานะคะ อยู่รอด ปลอดภัย แฮปปี้ แฟชั่นก็ได้ สบายๆ ก็ได้ สำหรับวันนี้สวัสดีค่า

เขียนเมื่อ Apr 12, 2016
อัพเดทล่าสุด Feb 23, 2020

บทความเตรียมตัวเที่ยวญี่ปุ่น

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com