แช่ออนเซ็นอย่างไรให้ถูกวิธี แช่ออนเซ็นที่ญี่ปุ่นให้เนียนต้องทำยังไง?

1582
แช่ออนเซ็นที่ญี่ปุ่น

สวัสดีแฟนคลับคนรักญี่ปุ่นกันค่า วันนี้แอดมินมีสาระน่ารู้ดีๆ มาฝากกันอีกแล้วจ้า นั่นก็คือเรื่อง “วิธีการแช่ออนเซ็นที่ญี่ปุ่น” นั่นเอง บอกเลยว่าได้สามารถนำไปใช้งานได้แน่นอน ทั้งนักท่องเที่ยวและคนที่ต้องไปทำงานที่ญี่ปุ่น หรือแม้แต่จะมาประยุกต์ใช้กับออนเซ็นที่ไทยก็ยังได้นะคะ

ว่าแต่ทำไมเรามาคุยกันเรื่องนี้กันได้ล่ะ ก็เนื่องจากว่าแอดมินเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการแช่น้ำพุร้อนมากๆ ถึงกับเคยไปทัวร์ออนเซ็นที่ญี่ปุ่นโดยเฉพาะเลยค่ะ เลยคิดว่าคงมีคนที่ชอบหรือสนใจเรื่องนี้เหมือนกัน รวมถึงคนที่อยากลองแช่ออนเซ็นสักครั้ง ก็เป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่น่าจะให้ความรู้กับเพื่อนๆ ได้ค่ะ

ออนเซ็นคืออะไร?

เบปปุ ออนเซ็น (Beppu Onsen)
เมืองออนเซ็นเบปปุ (Beppu Onsen) จังหวัดโออิตะ

ออนเซ็น (Onsen / 温泉) คือ น้ำพุร้อน ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นน้ำพุร้อนที่เกิดจากธรรมชาติ โดยเกิดจากความร้อนใต้พิภพหรือเป็นน้ำที่ดันขึ้นสู่พื้นดิน ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในบริเวณที่ที่มีภูเขาไฟอยู่มาก หรือบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยๆ นั่นเป็นที่มาว่าทำไมออนเซ็นชั้นเยี่ยมจึงมักจะอยู่ในแถบที่มีแผ่นดินไหวบ่อยๆ นั่นเองค่ะ

การแช่น้ำร้อนเป็นวัฒนธรรมอยู่คู่กับชาวญี่ปุ่นมาช้านาน เรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่โดดเด่นก็ว่าได้ รวมทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามปัจจุบันออนเซ็นมีปริมาณลดลงเมื่อเทียบกับสมัยก่อน และกระจุกตัวเป็นบางพื้นที่เท่านั้น เช่น เมืองเบปปุในจังหวัดโออิตะของภูมิภาคคิวชู ที่มีกิจกรรมท่องเที่ยวขึ้นชื่ออย่าง “ทัวร์บ่อนรกทั้งแปด” รวมทั้งยังมีร้านอาหารที่ปรุงอาหารด้วยความร้อนจากใต้พิภพ หรือแม้แต่ท่อระบายน้ำยังเป็นน้ำที่มาจากน้ำพุร้อนอีกด้วย

นอกจากนี้แหล่งออนเซ็นที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นยังสามารถพบได้ในโซนต่างๆ เช่น จังหวัดอาคิตะและยามากาตะในภูมิภาคโทโฮคุ จังหวัดกุนมะและคานากาว่าในภูมิภาคคันโต จังหวัดเฮียวโงะในภูมิภาคคันไซ ซึ่งล้วนเป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำแร่ซึ่งมีแร่ธาตุต่างๆ ที่ส่งเสริมสุขภาพและความงาม อีกทั้งยังได้ชมทิวทัศน์สวยงามจนติดอันดับออนเซ็นชั้นยอดเลยค่ะ

แช่ออนเซ็นในญี่ปุ่นได้ที่ไหนบ้าง?

เมืองออนเซ็นอาริมะ (Arima Onsen)
เมืองออนเซ็นอาริมะ (Arima Onsen) จังหวัดเฮียวโงะ

หากเป็นนักท่องเที่ยวก็สามารถใช้บริการออนเซ็นได้ตามโรงแรมแบบญี่ปุ่นหรือ ที่เราเรียกว่า “เรียวกัง (Ryokan)” นั่นเองค่ะ และควรเป็นเรียวกังที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติด้วยนะคะ จึงจะได้บรรยากาศของการแช่ออนเซ็นแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่น และหากเป็นกลางแจ้งด้วย ก็จะยิ่งฟินค่ะ

ในกรณีที่ไม่สามารถปลีกตัวไปออนเซ็นจริงๆ ได้ ก็แนะนำให้ลองใช้โรงอาบน้ำสาธารณะที่เรียกว่า “เซ็นโต (Sento)” ก็ได้เช่นกันค่ะ ส่วนใหญ่มักจะเจอในเมือง เป็นห้องอาบน้ำสารธารณะที่ให้บริการบ่อแช่น้ำร้อน โดยการนำน้ำมาต้มให้ร้อน แต่ไม่ได้มาจารธรรมชาติเหมือนออนเซ็นจริงๆ นะคะ แม้ปัจจุบันจะมีการเติมแร่ธาตุเข้าไปด้วยก็ตาม แต่ทั้งคุณสมบัติและความฟินก็อาจจะสู้เรียวกังในเมืองออนเซ็นไม่ได้ค่ะ

ขั้นตอนการแช่ออนเซ็นอย่างมีวิธีการอย่างไร?

การแช่ออนเซ็นที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็นการใช้บริการในโรงแรมที่พักหรือเรียวกัง วิธีการใช้บริการจึงไม่ค่อยยากเท่าไหร่ค่ะ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

Hotel Front
เคาท์เตอร์แผนกต้อนรับของโรงแรม

1. แจ้งพนักงานที่เคาท์เตอร์เพื่อใช้บริการ

ขั้นตอนนี้เรียกว่าเป็นขั้นตอนที่จะทำให้เรารู้สเต็ปทุกอย่างในการใช้บริการเลยก็ว่าได้ค่ะ

  • สำหรับโรงแรมที่ให้เป็นคูปอง เราจะต้องยื่นคูปองให้พนักงานเคาท์เตอร์ แล้วพนักงานจะให้กุญแจล็อคเกอร์กับเราค่ะ จากนั้นก็ถอดรองเท้าเอาไว้ช่องถอดรองเท้าด้านนอก (ไม่มีกุญแจล็อค)
  • สำหรับโรงแรมที่ไม่ต้องใช้คูปอง เราก็ถอดรองเท้าในล็อคเกอร์แล้วก็สามารถเดินเข้าไปด้านในห้องแต่งตัวได้เลยค่ะ
ชั้นวางเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัว
ชั้นวางเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัว

2. เก็บสัมภาระ แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า

เนื่องจากห้องเปลี่ยนเสื้อจะเป็นโซนที่เราเก็บของทุกอย่างไว้ที่ห้องนี้ จึงต้องทำทุกอย่างให้สะดวกต่อการใช้งาน ดังนี้ค่ะ

  1. ปิดโทรศัพท์ นำเครื่องประดับ สร้อย แหวน นาฬิกา ทุกอย่างรวบรวมใส่ถุงพกของตัวเองแล้วเก็บให้เรียบร้อย (ถอดไว้ที่ห้องพักเลยจะดีกว่า)
  2. ล้างเครื่องสำอางค์ (มีโซนหน้ากระจกให้) คนที่ผมยาวก็รวบผมหรือมัดผมให้เรียบร้อ
  3. ถอดเสื้อผ้าออกให้หมด โดยพับเสื้อผ้าที่ใช้แล้วเอาไว้ล่างสุด ใส่ถุงมิดชิดก็สะดวกต่อการเก็บค่ะ ทับด้วยเสื้อผ้าใหม่ที่จะเปลี่ยน และบนสุดให้เป็นผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ 1 ผืน และผืนเล็ก 1 ผืน และพกผ้าขนหนู 1 ผืนสำหรับพกเข้าไปด้านในบ่อแช่
  4. ล็อคกุญแจล็อคเกอร์ให้เรียบร้อย แล้วคล้องแขนไว้ (กุญแจจะมีสายให้คล้อง) จากนั้นก็เดินเข้าห้องอาบน้ำได้เลยค่ะ
ที่อาบน้ำก่อนลงแช่ออนเซ็น
ที่อาบน้ำก่อนลงแช่ออนเซ็น

3. อาบน้ำให้สะอาดก่อนลงแช่บ่อน้ำแร่

เมื่อเข้าสู่บริเวณห้องแช่แล้วจะมีโซนให้อาบน้ำเป็นล็อคๆ มีสบู่ แชมพู คอดิชันเนอร์ โฟมล้างหน้า แล้วแต่โรงแรมค่ะ เราก็อาบน้ำถูสบู่ให้สะอาดสะอาด ควรวอร์มด้วยการอาบน้ำอุ่นให้ร่างกายชินก่อนค่อยลงบ่อแช่นะคะ

บ่อกลางแจ้งแบบแช่คนเดียว
บ่อออนเซ็นกลางแจ้งแบบแช่คนเดียว

4. ลงบ่อออนเซ็น โดยค่อยๆ แช่ทีละส่วน

เนื่องจากบ่อแช่พุร้อนจะร้อนกว่าน้ำจากเครื่องทำน้ำอุ่นมาก จึงควรลงแช่ทีละส่วน ตั้งแต่ล่างขึ้นบน อาจจะร้อนจนร้องจ๊าก แต่ซักพักก็จะชินกับความร้อน จนในที่สุดเราก็จะสามารถลงได้ทั้งตัว ให้ลงถึงแค่เลยไหล่หรือประมาณคอ ส่วนผ้าขนหนูผืนเล็กก็วางไว้บนศีรษะ เอาไว้ซับเหงื่อค่ะ เพราะว่าน้ำร้อนจริงจัง หรือจะเอาผ้าขนหนูไปชุบน้ำเย็นมาก่อนเพื่อช่วยคลายความร้อนก็ได้ค่ะ

5. ลองอบซาวน่าสลับกับแช่ออนเซ็น

ปกติแล้วบ่อออนเซ็นจะมีห้องซาวน่าไว้ให้บริการด้วย ซึ่งจะมี 2-3 แบบ เช่น ซาวน่าแห้งที่ใช้ความร้อนสูง หรือซาวน่าเกลือที่ใช้ความร้อนไม่สูงมาก แต่ให้ทาผิวด้วยเกลือ จะทำให้ผิวดีมากๆ เป็นต้น ซึ่งการเข้าซาวน่าสลับกับลงบ่อน้ำพุร้อนควรมีระยะเวลาให้ร่างกายปรับอุณหภูมิด้วยนะคะ

บ่อออนเซ็นแบบจากุชซี่
บ่อออนเซ็นกลางแจ้งแบบจากุชซี่

6. นั่งชมจันทร์ให้น้ำแร่ซึมเข้าผิว

บางโรงแรมที่มีบ่อออนเซ็นกลางแจ้งมักจะมีที่นั่งพักให้ชมจันทร์ค่ะ หากแช่น้ำแล้วร้อนมาก ก็แนะนำให้มานั่งพักชมจันทร์ รับลมอ่อนๆ น้ำแร่จะค่อยๆ ซึมเข้าผิวเราค่ะ

7. ไม่ควรอาบน้ำทันทีหลังแช่น้ำแร่

สำหรับคนที่ไม่อยากนั่งชมจันทร์ก็อย่าอาบน้ำทันที แนะนำให้พักให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุให้เรียบร้อยก่อน จึงค่อยอาบน้ำเบาๆ เพื่อล้างกลิ่นกำมะถันค่ะ ก่อนออกจากห้องอาบน้ำ พยายามทำให้สะเด็ดน้ำให้มากที่สุด หรือเช็ดด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเล็กก็ได้ (แม้จะเปียกก็ตาม)

ของใช้
ของใช้ในห้องแต่งตัว

8. แต่งตัวให้เรียบร้อย

เมื่อออกจากห้องแช่ออนเซ็นแล้ว ให้ไขกุญแจล็อคเกอร์หยิบผ้าเช็ดตัว เช็ดตัวและผมให้แห้งเรียบร้อย แล้วจะแต่งตัวเลยก็ได้ หรือจะนุ่งกระโจมอกแต่งหน้าแต่งตัวก็ได้ตามอัธยาศัย ภายในห้องแต่งตัวจะมีไดร์เป่าผม ที่เช็ดเครื่องสำอางค์ ครีมทาตัว ทาหน้า (แล้วแต่โรงแรม) จากนั้นก็แต่งตัวให้เรียบร้อยค่ะ

9. คืนกุญแจล็อคเกอร์

หลังจากเก็บข้าวของในห้องแต่งตัวแล้ว ก็เสียบกุญแจคาไว้เลย (สำหรับโรงแรมที่ไม่มีพนักงานเคาท์เตอร์) ส่วนคนที่ได้รับกุญแจจากพนักงาน ก็เอากุญแจไปคืนที่เดิมตรงเคาท์เตอร์

นมเย็นๆ
นมเย็นชื่นใจ

10. ดื่มน้ำเกลือแร่ หรือนมเย็นๆ ทำให้สดชื่น

หลังจากแช่น้ำร้อนเสร็จแล้ว ให้ลองดื่มเครื่องดื่มที่ทำให้ร่างกายสดชื่นอย่างน้ำเกลือแร่ หรือนมเย็นๆ ดูค่ะ สดชื่นน ฟินมาก ขอบอก

อยากแช่ออนเซ็นที่ญี่ปุ่นแบบเนียนๆ ต้องทำยังไง?

หลังจากที่ได้เรียนรู้ขั้นตอนวิธีการแช่น้ำพุร้อนอย่างถูกต้องกันไปแล้ว หัวข้อนี้ก็จะเป็นทริครวมถึงมารยาทต่างๆ ที่จะช่วยให้เราใช้บริการออนเซ็นที่ญี่ปุ่นได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้นค่ะ

Onsen Ticket
บัตรแช่ออนเซ็นและผ้าขนหนูผืนเล็ก

1. ต้องนิ่งเข้าไว้

สิ่งแรกที่จำเป็นอยากมากคือ เมื่อถอดเสื้อผ้าหมดแล้ว เราต้องไม่เลิกลั่กนะคะ ฮ่าๆ ทำใจให้นิ่งๆ ให้เหมือนเป็นเรื่องปกติ ไม่เขินอายใดๆ ทั้งสิ้น เราจะผ่านมันไปได้อย่างแน่นอนค่ะ แอดมินเคยลองแล้วได้ผลดีมาก

2. เตรียมอุปกรณ์ส่วนตัวไปให้พร้อม

ไม่ควรถือกระเป๋าใบใหญ่ๆ ไป นำของมีค่าไปเท่าที่จำเป็น เนื่องจากว่าล็อคเกอร์ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก และอย่าลืมนำผ้าเช็ดตัวที่ห้องไปด้วนนะคะ (ปกติโรงแรมจะมีชุดและผ้าเช็ดตัวสำหรับแช่ออนเซ็นเตรียมไว้ให้)

เมื่อมาถึงก็ให้ถอดเสื้อผ้าออกให้หมดแล้วนำใส่ตระกร้าไว้พร้อมกับผ้าเช็ดตัว ส่วนของมีค่าก็ให้เก็บไว้ในล็อคเกอร์ โดยเราสามารถนำผ้าขนหนูผืนเล็กเข้าไปได้ ไว้สำหรับปิดร่างกายเวลาอยู่นอกบ่อ แต่เมื่อลงแช่แล้วก็ให้เอาไว้บนศีรษะ ห้ามผ้าโดนน้ำในบ่อนะคะ

3. พกเหรียญ 100 เยนไปด้วย

ควรพกเหรียญ 100 เยนไปอย่างน้อย 5 – 6 เหรียญ เผื่อเอาไว้กดน้ำดื่มเย็นฉ่ำๆ หรือนมเย็นๆ ดื่มค่ะ ซึ่งการดื่มน้ำเย็นๆ นั้นนอกจากจะฟินแล้ว ยังเป็นการเติมน้ำให้กับร่างกายที่สูญเสียไปขณะแช่น้ำร้อนด้วยค่ะ

ออนเซ็น
ออนเซ็นแบบแบ่งชายหญิง

4. ศึกษาข้อควรระวังในการใช้ออนเซ็น

หลักๆ มีไม่กี่ข้อค่ะ โดยเป็นเรื่องที่ผู้ต้องการใช้บริการต้องดูก่อนว่าตนเองอยู่ใหนในเกณฑ์ที่สามารถแช่ออนเซ็นได้หรือไม่

  1. ผู้ที่มีรอยสักไม่สามารถใช้บริการแช่ออนเซ็นได้ค่ะ (เว้นแต่ได้รับอนุญาต)
  2. ผู้ที่ป่วยหรือมีไข้ไม่ควรลงออนเซ็น เนื่องจากจะทำให้อุณหภูมิสูงเกินไป
  3. ผู้หญิงมีประจำเดือนไม่สามารถลงออนเซ็นได้ค่ะ (เรื่องเลือดลมก็ต้องระวัง)
  4. ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หลอดเลือดในสมอง ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ หรือไม่ควรแช่น้ำร้อนเลย
  5. ผู้ที่เพิ่งรับประทานอาหาร ควรรอประมาณ 30 – 60 นาที จึงค่อยมาแช่ออนเซ็นได้
บ่อออนเซนภายในอาคาร
บ่อออนเซ็นภายในอาคาร

5. รักษามารยาทในการใช้ออนเซ็น

แอดมินได้รวบรวมมารยาทในการใช้บริการออนเซ็นในญี่ปุ่นที่ควรรู้เอาไว้ดังนี้ค่ะ

  1. ไม่สวมเสื้อผ้าหรือชุดว่ายน้ำลงบ่อออนเซ็น (เว้นแต่ได้รับอนุญาต)
  2. ควรอาบน้ำถูสบู่และล้างตัวให้สะอาดสะอ้านก่อนลงแช่น้ำร้อน
  3. ควรรวบผมให้เรียบร้อยสำหรับคนที่มีผมยาว ไม่ควรปล่อยผมสยายในบ่อแช่ออนเซ็น เพื่อรักษาความสะอาด
  4. ไม่นำอาหาร เครื่องดื่ม หรือของมึนเมาเข้าไปทานในขณะแช่ออนเซ็น
  5. ไม่ควรนำโทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารเข้าไปในบ่อแช่ออนเซ็น รวมทั้งถ่ายภาพ (เว้นแต่ได้รับอนุญาต) เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการ (สำหรับสายโซเชี่ยลที่อยากถ่ายรูป แนะนำให้ใช้บริการแบบบ่อออนเซ็นส่วนตัว)
  6. ควรปิดเสียงเครื่องมือสื่อสารให้เรียบร้อย เพราะอาจมีเสียงเรียกเข้าหรือเสียงแจ้งเตือนดังออกจากล็อกเกอร์จนต้องวิ่งออกมาปิดเสียง
  7. ไม่ดื่มน้ำหรือบ้วนบปากโดยใช้น้ำแร่ในบ่อออนเซ็น หรือแม้แต่ซักผ้าขนหนูในบ่อ เพราะเป็นเรื่องของสุขอนามัยและมารยาทที่สำคัญมาก
  8. ไม่ว่ายน้ำหรือกระทำกิริยาเหมือนกับการเล่นน้ำในสระ ทั้งการกระโดดน้ำ ว่ายน้ำ หรือเล่นสาดน้ำกัน รวมทั้งไม่ควรส่งเสียงดังขณะแช่อยู่ในบ่อ
  9. ไม่ควรนำสิ่งของจากบ่อออนเซ็นออกไปข้างนอกส่วนให้บริการ และควรเช็ดตัวให้แห้งก่อนออกจากห้องแช่ออนเซ็น
  10. ไม่ควรจ้องมองผู้อื่นที่มาใช้บริการร่วมกัน หากต้องเดินผ่านสวนกัน ก็ให้มองบริเวณหัวไหล่แทน (คนญี่ปุ่นไม่มีปัญหาตรงนี้ แต่ต่างชาติอย่างเราอาจจะยังไม่ชิน แอดมินจึงแนะนำข้อนี้เพิ่มเติม)

ส่งท้าย

ออนเซ็นส่วนตัว
ห้องแช่ออนเซ็นแบบส่วนตัว

จริงๆ แล้วการใช้บริการออนเซ็นเป็นที่ที่เราจะเจอคนหลากหลายทั้งต่างชาติ (ที่ใจกล้าหน่อย) และคนญี่ปุ่น ซึ่งจะได้บรรยากาศอันน่าประทับใจแบบตื่นเต้นหน่อยๆ แต่ว่าจากการสัมภาษณ์เพื่อนผู้ชายดูแล้ว ฝั่งผู้ชายก็มีเรื่องที่น่าตื่นเต้นไม่แพ้กันค่ะ ฝั่งผู้ชายจะเปิดเผยมากกว่าฝ่ายหญิง บางคนมีส่งยิ้มให้กันด้วย คริ คริ ฝ่ายหญิงจะอายๆหน่อยค่ะ

พอได้กลั้นใจลองแช่ออนเซ็นครั้งแรกสำเร็จแล้ว จากนั้นความเขินอายจะหายไปและชินไปเองแบบแอดมินค่ะ แต่คนที่เขินมากจริงๆ ไม่ไหวกับการแช่บ่อรวม ก็สามารถสอบถามโรงแรมเพื่อใช้บริการห้องส่วนตัวได้นะคะ ค่าใช้จ่ายก็แพงพอสมควรค่ะ แต่ก็ฟินไปอีกแบบแถมชิลมากด้วยค่ะ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อนนะคะ ขอไปแช่ออนเซ็นทิพย์ที่บ้านก่อน สวัสดีค่า

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com