15 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

2203
การเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

การเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองเป็นสิ่งที่ทำให้การท่องเที่ยวสะดวกสบายมากขึ้นโดยเฉพาะถ้าไปกันเป็นกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนฝูงหรือครอบครัวหรือจะจัดทริปแบบขับรถเบาๆ ผสมผสานกับการนั่งรถไฟก็ได้ ทว่าการขับรถในต่างประเทศย่อมมีข้อควรระวังและกฎระเบียบที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแน่นอนว่าแตกต่างกับกับประเทศไทยไม่มากก็น้อย ดังนั้นเพื่อนๆ ที่อยากลองขับรถเที่ยวประเทศญี่ปุ่น จึงควรศึกษากฎจราจรและมารยาทในการขับขี้เอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดบนท้องถนน

ข้อควรรู้ในกับการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่น

1. คาดเข็มขัดนิรภัย

โดยทั่วไปผู้ขับขี่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่แล้ว แต่ที่ประเทศญี่ปุ่นจะเข้มงวดมากกว่า ซึ่งกำหนดว่าทุกที่นั่งต้องคาดเข็มขัดนิรภัย ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารที่นั่งด้านหน้าและผู้โดยสารที่นั่งด้านหลัง ซึ่งข้อนี้รวมไปถึงตอนที่พวกเรานั่งแทกซี่ด้วยนะคะ เมื่อเพื่อนๆ ใช้บริการแท็กซี่ที่ญี่ปุ่น ต้องคาดเข็มขัดทุกคนค่ะ

2. ที่นั่งสำหรับเด็ก

ประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเด็กเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงมีกฎหมายบังคับเรื่องที่นั่งสำหรับเด็กโดยเฉพาะ โดยกำหนดให้แบ่งประเภทที่นั่งสำหรับเด็กดังนี้  Baby Car Seat เป็นที่สำหรับเด็กอายุ 1-4 ปี และ Junior Car Seat สำหรับเด็กอายุ 4-10 ปี ซึ่งสามารถเลือกใช้บริการเสริมได้ตอนที่เช่ารถหรือตอนที่ทำการจองรถ แน่นอนว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ

3. การใช้บัตร ETC

บัตร ETC คือบัตรชำระค่าทางด่วนคล้ายกับ Easy Pass ประเทศไทย เรียกได้ว่าบัตร ETC เป็นบัตรที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ได้มากทีเดียว ซึ่งสามารถเลือกใช้หรือไม่ก็ได้ โดยสามารถเลือกได้ตอนที่ทำการจองรถเช่า ในกรณีของ ETC ของรถเช่าจะเป็นแบบเก็บข้อมูลการค่าทางด่วน และเรียกเก็บเงินตามที่ใช้จริงในตอนที่คืนรถ โดยที่ไม่ต้องเติมเงินด้วยตนเองให้ยุ่งยากค่ะ อีกทั้งบัตรนี้ยังลดความยุ่งยากและลดอุปสรรคการสื่อสารกับคนญี่ปุ่นที่ไม่ค่อยคุ้นเคยกับการใช้ภาษาอังกฤษอีกด้วยค่ะ

4. ยางฤดูหนาวและโซ่หิมะ

ประเทศญี่ปุ่นนั้นมี 4 ฤดูกาล แต่ฤดูกาลที่ขับรถยากที่สุดคือช่วงฤดูหนาวที่มีสภาพอากาศหนาว อีกทั้งยังมีหิมะตกในบางพื้นที่ ทำให้การขับขี่ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ดังนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเช่ารถพร้อมกับยางฤดูหนาวและโซ่หิมะได้ในช่วงฤดูหนาวเพื่อเพิ่มการยึดเกาะพื้นถนนค่ะ นอกจากนี้การขับรถในช่วงที่มีหิมะตกต้องระวังเป็นพิเศษเพราะถนนลื่นอีกทั้งทัศวิสัยอาจไม่ดีอีกด้วย ควรขับด้วยความเร็วต่ำ เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ เพราะรถอาจลื่นไถลได้ง่ายแม้จะใช้ยางสำหรับวิ่งบนหิมะแล้วก็ตาม

5. การแสดงความขอบคุณ

การขับรถก็มีมารยาทเช่นเดียวกับการปฏิบัติตัวในสังคม เพียงแต่เราจะส่งเป็นสัญญาณแทนการพูดคุย เช่น การกดไฟฉุกเฉินให้กะพริบ 1-2 วินาที เมื่อมีคนให้ช่องทางเดินรถมักจะเจอในกรณีที่เป็นเส้นทางแคบ หรือเส้นทางที่ไหล่ทางทรุดจนต้องเหลือทางผ่านแค่ฝั่งเดียว หรือใช้แทนคำขอโทษเมื่อต้องการแทรกช่องทางก็สามารถทำได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามการดูสัญญาณต่างๆ ขึ้นอยู่กับสภาพถนนด้วย

6. การบีบแตรดังๆ หลายครั้ง

หากคุณได้ยินเสียงแตรดังๆ หลายครั้ง หมายความว่าอาจทำให้ผู้ขับรถคันอื่นไม่พอใจ เนื่องจากคนญี่ปุ่นไม่ค่อยบีบแตรรถนัก(ยกเว้นนิสัยส่วนบุคคล) ดังนั้นจึงควรขับรถอย่างมีมารยาท และให้เกียรติผู้อื่นอยู่เสมอ แต่ถ้าเจอคนบีบแตรใส่ก็ต้องใจเย็นๆนะคะ

7. สังเกตไฟของรถที่สวนทางหากจะเลี้ยวรถ

อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือการสังเกตรถรอบๆ ตัวเราค่ะ โดยเฉพาะรถที่สวนทางมา หากเจอรถที่สวนทางชะลอ แล้วรถกะพริบไฟสูง หมายความว่าให้ทางกับเรา สามารถเลี้ยวรถได้เลย แต่ควรระวังกรณีที่กะพริบไฟสูงแต่ไม่ชะลอรถอาจแปลว่าขอทางไปก่อน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นกรณีไหนเราไม่ควรขับขี่ด้วยความเร็ว ขับช้าๆ เพื่อการตัดสินใจที่รอบคอบและปลอดภัยค่ะ

8. สังเกตสติ๊กเกอร์ติดรถ

เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุทางถนน ญี่ปุ่นจึงมีการระบุหลังใบขับขี่สำหรับผู้ขับขี่สูงวัยและผุ้ขับขี่มือใหม่ว่าต้องติดสติ๊กเกอร์ที่รถเพื่อแสดงตนและบอกผู้ร่วมใช้ถนนว่าให้ระมัดระวังตามโดยใช้สัญลักษณ์ดังนี้

  • Shoshinsha Mark (初心者マーク) มีรูปร่างเป็นรูปตัว V สีเขียวและสีเหลือง สำหรับมือใหม่ที่ขับรถได้ไม่เกิน 1 ปี โดยต้องติดสัญลักษณ์นี้ไว้ด้านหน้าหรือด้านหลังรถ
  • Koreisha Mark (高齢者マーク) มีรูปร่างเป็นรูปใบไม้ 4 สี สำหรับผู้ขับขี่ที่มีอายุ 70-75 ปี ติดไว้บริเวณด้านหน้าหรือด้านหลังรถ

9. รถยนต์ต้องให้ทางคนก่อนเสมอ

ไม่ว่าจะจักรยาน มอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์ต้องให้คนผ่านไปก่อนเสมอ โดยเฉพาะตรงสี่แยกที่สัญญาณไฟจราจร หรือบริเวณที่มีทางม้าลาย กรณีที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร ตรงถนนมักมีสัญลักษณ์รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน เพื่อให้คนขับชะลอรถก่อนถึงทางม้าลาย

หมายเหตุ: หากมีคนรอข้ามถนนบนทางเท้าในจุดที่มีทางม้าลาย แม้จะไม่มีสัญญาณไฟจราจร แต่รถที่วิ่งอยู่บนถนนต้องชะลอและจอดให้คนเดินข้ามถนน โดยไม่ต้องรอให้คนข้ามขอสัญญาณข้ามถนน

10. ให้ระวังเมื่อเจอป้ายหรือสัญลักษณ์

ป้ายสามเหลี่ยมสีแดง หรือตัวหนังสือสีขาวที่อยู่บนพื้นถนนซึ่งเขียนว่า とまれ หรือ “止まれ (อ่านว่า Tomare) นั้นแปลว่า “จงหยุด” เมื่อเจอคำนี้จะต้องหยุดเท่านั้นเพื่อดูซ้ายขวาก่อนว่ามีรถมาหรือไม่ ห้ามชะลอ เพราะเป็นจุดที่อาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย นอกจากป้ายหยุดแล้ว ยังมีป้ายอื่นๆ ที่ควรสังกตและระมัดระวังเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ เช่น สัญลักษณ์ทางข้ามทางรถไฟ ช่องลม ระวังสัตว์ป่า เป็นต้น

11. ห้ามจอดรถซ้อนคัน

ที่ประเทศไทยเราอาจจะสามารถจอดซ้อนคันได้ แต่ที่ญี่ปุ่นจะเคร่งครัดมาก และห้ามจอดซ้อนคันอย่างเด็ดขาด สถานที่จอดรถต่างๆ จะไม่มีช่องสำหรับการจอดซ้อนคันอีกด้วย นอกจากการห้ามจอดซ้อนคันแล้วก็ยังมีเรื่องความเคร่งครัดของการจอดในพื้นที่ห้ามจอดอีกด้วย เคร่งครัดเอาไว้ก่อนดีที่สุดค่ะ

12. จอดรถริมถนนแบบชั่วคราวห้ามติดเครื่องยนต์

แน่นอนว่าสถานที่คับแคบบางจุดไม่สามารถจอดรถได้ แต่ยังสามารถจอดแบบชั่วคราวได้ โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามติดเครื่องยนต์ขณะจอด อีกทั้งยังต้องมีคนอยู่ในรถยนต์เสมอ เพื่อที่จะสามารถเคลื่อนย้ายรถได้ทันทีหากกีดขวางทางจราจร ดังนั้นหากไม่มีคนอยู่ในรถก็ไม่สามารถจอดได้ด้วยเงื่อนไขตามที่กล่าวมาข้างต้นค่ะ

13. ห้ามใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ

เรื่องการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถถือเป็นเรื่องธรรมดาขณะขับรถ แต่ที่ญี่ปุ่นเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย ซึ่งมีการบังคับใช้ตั้งแต่ห้ามใช้โทรศัพท์ สมาร์ทโฟน ไอแพด หรือเครื่องมือสื่อสารที่เข้าข่าย ในขณะขับขี่รถหรือม้กระทั่งช่วงติดไฟแดงก็ไม่สามารถใช้ได้ค่ะ กรณีใช้ GPS รถญี่ปุ่นมี GPS ที่ตรงมากๆ อยู่แล้ว จึงไม่สามารถใช้เหตุผลนี้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใช้งานได้ค่ะ ใช้งาน GPS ที่ติดตั้งในรถสะดวกที่สุดและไม่ผิดกฏหมาย (แต่ห้ามดูนานเกิน 2 วินาที) แล้วให้คนข้างๆ เป็นคนจับโทรศัพท์ให้ดีที่สุดค่ะ

14. ชะลอรถระหว่างข้ามทางรถไฟ

ญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อว่ามีรถไฟเยอะมากๆ ดังนั้นการขับรถผ่านทางข้ามทางรถไฟจะเจอค่อนข้างบ่อย ดังนั้นจะต้องชะลอรถก่อนถึงเขตรางรถไฟมองซ้ายและขวาให้ดี รวมทั้งดูสัญญาณรถไฟด้วย ส่วนใหญ่สถานีรถไฟในเมือง เขตชุมชนจะมีไม้กั้นและสัญญาณไฟอยู่แล้ว แต่บางสถานที่ที่ไม่มีไม้กั้นควรเปิดกระจกเพื่อฟังเสียงรถไฟ

15. เมาไม่ขับเด็ดขาด

ว่าด้วยเรื่องเมาไม่ขับนั้นเป็นเรื่องที่หลายคนคุ้นเคยดี แต่ที่ประเทศญี่ปุ่นมีความเข้มวงดเป็นอย่างมาก อีกทั้งโทษยังหนักมากด้วย เรียกว่าเป็นประเทศที่มีกฎหมายเมาแล้วขับค่อนข้างรุนแรง หากดื่มแอลกอฮอล์แม้เพียงเล็กน้อยก็ต้องใช้บริการขับรถแทนหรือนั่งแท็กซี่ ดังนั้นจึงเป็นที่รู้กันว่าใครขับรถจะไม่ดื่มแอลกอฮอลล์เลย ไม่ใช่เพียงแต่รถยนต์ แต่รวมไปถึงมอเตอร์ไซค์และจักรยานก็ห้ามขับขี่ค่ะ (จักรยานต้องจูงกลับบ้านเหมือนในการ์ตูนหรือซีรีส์ค่ะ^^)

ส่งท้าย

ในการเช่ารถขับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ควรขับรถอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุในต่างประเทศจะยุ่งยากมากหลายขั้นตอน ทั้งการชดใช้ค่าเสียหาย การรักษาพยาบาลต่างๆ นั่นเอง นอกจากเรื่องกฎจราจรที่เข้มงวดแล้ว ยังมีมารยาทการขับขี่ที่ควรศึกษาให้ดีก่อนขับรถที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com