แยกเหรียญญี่ปุ่น 6 แบบ ไม่ยาก! พร้อมเทคนิคการใช้เหรียญให้รวดเร็ว

5353
ธนบัตรและเหรียญญี่ปุ่น
ธนบัตรและเหรียญญี่ปุ่น

สวัสดีค่า วันนี้เราจะมาแนะนำความรู้เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ กันค่ะ โดยเป็นเรื่องของ “เหรียญญี่ปุ่น” จะบอกว่าเป็นเรื่องที่ไม่ไกลตัวเลย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ที่อาจพบเจอปัญหาเกี่ยวการใช้เหรียญในการจับจ่ายใช้สอยที่ประเทศญี่ปุ่น อย่างแรกเลยเราก็มาทำความรู้จักกับชนิดของเหรียญญี่ปุ่นก่อนนะคะ

ชนิดของเหรียญญี่ปุ่น

เหรียญเงินเยนของญี่ปุ่นมี 6 ชนิด ได้แก่

  • เหรียญ 1 เยน (ประมาณ 30 สตางค์)
  • เหรียญ 5 เยน (ประมาณ 1.5 บาท)
  • เหรียญ 10 เยน (ประมาณ 3 บาท)
  • เหรียญ 50 เยน (ประมาณ 15 บาท)
  • เหรียญ 100 เยน (ประมาณ 30 บาท)
  • เหรียญ 500 เยน (ประมาณ 150 บาท)

*คำนวนจากอัตราแลกเปลี่ยน 100 เยน = 30 บาท

ปัญหาของนักท่องเที่ยวกับการใช้เหรียญญี่ปุ่น

จ่ายเงินตู้ขายสินค้าหยอดเหรียญในญี่ปุ่น
ตู้กดน้ำอัตโนมัติ

เหรียญอะไรหว่า…?

เชื่อว่าคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นแรกๆ จะต้องเจอปัญหาแยกเหรียญไม่ออก จำเหรียญผิด เหรียญนี้มันเหรียญอะไร กว่าจะนึกออกก็กลัวช้า สุดท้ายก็ต้องจ่ายแบงค์ พอมาวันสุดท้าย เหรียญเต็มกระเป๋าจ้า – -“

หยิบอยู่ไหน…?

ปัญหานี้แอดมินเองก็เคยเจอ เพราะเอากระเป๋าสตางค์ใส่กระเป๋าเป้ซะมิดชิด เนื่องจากกลัวหาย จนหาเหรียญไม่เจอ กว่าจะล้วงเจอก็กลัวช้า สุดท้ายก็ต้องจ่ายแบงค์ พอมาวันสุดท้าย เหรียญเต็มกระเป๋าจ้า – -“

ทำไมกระเป๋าหนัก…?

พอเปิดกระเป๋าดูวันสุดท้ายก่อนกลับไทย เจอกองเหรียญอันหนักอึ้ง ทีงี้จะเอาไงดี แลกคืนก็ไม่ได้ จะไปจ่ายที่ร้านขายของฝากก็ไม่กล้า กลัวพนักงานเสียเวลานับ สุดท้ายก็แบกกลับมาด้วย เก็บในกระเป๋าไว้เป็นของที่ระลึก หรือไม่ก็ไว้ใช้ตอนมาเที่ยวครั้งหน้า 555+

ใครเจอปัญหาเหล่านี้ก็ไม่ต้องกังวลนะคะ เราจะมีเทคนิคการใช้เหรียญให้เป็นและใช้ได้เร็วมาฝาก หมดห่วงเรื่องเหรียญเหลือจนหนักกระเป๋า สามารถอ่านได้ในหัวข้อต่อไปเลยจ้า~

วิธีการแก้ปัญหาเกี่ยวกับการใช้เหรียญญี่ปุ่น

1. แยกเหรียญให้เป็นและใช้ให้เป็น

ถ้าจำเหรียญได้และใช้จ่ายได้ถูกต้อง รับรองไม่มีเรื่องเหรียญล้นกระเป๋า ซึ่งเราจะมีเทคนิคการดูเหรียญของญี่ปุ่น รับรองมองแวบเดียวไม่ต้องส่อง ไม่ต้องเท ทำให้จ่ายได้ไวขึ้น เหรียญไม่เหลือจนหนักกระเป๋าแน่นอน

เหรียญญี่ปุ่น

สิ่งที่เราจะนำเสนอต่อไปนี้ก็เป็นเรื่องที่เราควรจะทำความรู้จักเอาไว้ นั่นก็คือ “การแยกเหรียญญี่ปุ่นทั้ง 6 แบบ” ซึ่งแอดมินก็มีเคล็ดลับจำง่ายๆ มาเล่าสู่กันฟังจ้าา

  • แยกจากลักษณะ: หน่วยเหรียญเลข 5 จะมีรูตรงกลาง ในที่นี้คือ เหรียญ 5 เยน กับเหรียญ 50 เยน ส่วน 500 เยนขนาดใหญ่สุดอยู่แล้วดูง่าย
  • แยกสีเหรียญ: เหรียญที่ใช้สีแยกง่ายที่สุดคือ 10 เยน เพราะเป็นเหรียญสีทองแดงเพียงเหรียญเดียวในบรรดาทั้งหมด นอกจากนี้ก็มี เหรียญ 500 เยนที่มีเหมือนเหรียญ 2 บาทไทย และเหรียญ 5 เยนที่มีสีทองเหลือง
  • แยกจากขนาด: ขนาดเล็กที่สุด เบาที่สุด = 1 เยน, ขนาดใหญ่สุด หนักที่สุด = 500 เยน

หมายเหตุ:

  • ควรระวังการใช้เหรียญ 50 และ 100 เยน เนื่องจากสีเหมือนกัน ขนาดใกล้เคียงกัน ถ้าไม่เห็นรูตรงกลางอาจจะจ่ายผิดได้ ดังนั้นแนะนำให้เก็บเหรียญ 2 ราคานี้เอาไว้คนละช่อง หรือไม่ก็ต้องดูให้เต็มเหรียญว่ามีรูตรงกลางหรือไม่
  • ควรระวังเรื่องการรับเงินทอนที่เป็นเหรียญ 500 เยน (มูลค่าประมาณ 150 บาท) เพราะมีลักษณะคล้ายกับเหรียญ 500 วอนของเกาหลี (มูลค่าประมาณ 15 บาท) หากได้ทอนมาผิดควรรีบแจ้งพนักงานหรือคนขาย
  • ในเดือนพฤศจิกายน 2021 จะมีการออกเหรียญ 500 เยนแบบใหม่ โดยมีสีเงินตรงกลางคล้ายกับเหรียญ 10 บาทของไทย ทั้งนี้เหรียญแบบเดิมก็ยังสามารถใช้ได้เช่นกัน

เหรียญ 500 เยนแบบใหม่
เหรียญ 500 เยนแบบใหม่
(ฺmof.go.jp)

2. แยกกระเป๋าเหรียญกับกระเป๋าธนบัตร

การแยกกระเป๋าเป็น 2 ใบอาจจะดูเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่จะสามารถช่วยเรื่องการหยิบเหรียญ และการหาเหรียญได้มาทีเดียวค่ะ หากสังเกตดีๆ จะพบว่าเงินญี่ปุ่นกับเงินไทยนั้นมีข้อแตกต่างกันในเรื่องหน่วยของการใช้งาน เพราะธนบัตรญี่ปุ่นมีเพียง 4 รูปแบบเท่านั้น ได้แก่

  • ธนบัตร 1,000 เยน
  • ธนบัตร 2,000 เยน (ไม่ค่อยเจอเท่าไหร่)
  • ธนบัตร 5,000 เยน
  • ธนบัตร 10,000 เยน

เมื่อมองถึงเรื่องการใช้จ่ายเงินของนักท่องเที่ยวแล้ว เราจะใช้ธนบัตร 10,000 เยนในช่วงแรกซึ่งได้มากจากการแลกเงิน โดยใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าเดินทาง เช่น ค่ารถไฟเข้าเมืองจากสนามบิน ซึ่งในตอนนี้เราจะได้ธนบัตรย่อยๆ อย่าง 5,000 เยน และ 1,000 เยน กับเหรียญมาแล้ว การจัดการเหรียญของเราก็จะเริ่มต้นตรงนี้ค่ะ ซึ่งถ้าไม่ได้ซื้อของชิ้นใหญ่ๆ แพงๆ เราก็จะจ่ายด้วยธนบัตร 1,000 เยน และเหรียญเป็นส่วนใหญ่ แต่หากหยิบเหรียญไม่ได้เราก็เลือกที่จะจ่ายแต่ธนบัตรอยู่ร่ำไป ทำให้มีเหรียญเยอะมาก

ยกตัวอย่าง เช่น หากจ่ายค่าน้ำ 120 เยน และเราให้ธนบัตร 1,000 เยน เราจะได้เงินทอนเป็นเหรียญมาทั้งหมด 8 เหรียญ (500 เยน 1 เหรียญ, 100 เยน 3 เหรียญ 50 เยน 1 เหรียญ และ 10 เยน 3 เหรียญ) ดังนั้นหากเราใช้จ่ายแต่ธนบัตรในแบบเดียวกันเพียง 3 ครั้ง เราจะมีเงินเหรียญในกระเป๋าถึง 24 เหรียญ พอจะมองเห็นมั้ยคะว่าการเที่ยว 7 วันจะมีเหรียญมากขนาดไหนหากไม่ได้ใช้เลย

วิธีการจ่ายเงินแบบญี่ปุ่นให้เหรียญน้อยลงก็คือ ให้จ่ายเหรียญที่เป็นเศษก่อน (จากกระเป๋าเหรียญ) เอาวางไว้บนที่ใส่เงิน (ถาดสีฟ้าๆ) → แล้วจึงจ่ายด้วยธนบัตร (จากกระเป๋าธนบัตร) เช่น ราคา 1,034 เยน → หาเหรียญ 34 เยนให้ได้ก่อน ถ้าไม่มีก็ควรจ่ายเป็น 35 เยน → แล้วค่อยหยิบธนบัตร 1,000 เยน เพื่อหลีกเลี่ยงเงินทอนที่เป็นเหรียญอันมหาศาลนะจ๊ะ

ตู้หมุน Gachapon
ตู้หมุน Gachapon

3. มองหาที่ใช้เหรียญก่อนกลับไทย

หลายๆ คนมีปัญหาเรื่องการจัดการเหรียญที่เหรียญเหลือเยอะมากก่อนกลับไทย เนื่องจากไม่สามารถแลกกลับเป็นเงินไทยได้ อีกทั้งหากซื้อสินค้าที่มีราคาเกินจำนวนเหรียญ สุดท้ายก็ได้เงินทอนเป็นเหรียญกลับมาอยู่ดี ดังนั้นจึงควรหาสถานที่สำหรับการใช้จ่ายเหรียญให้หมดค่ะ ซึ่งก็มีอยู่มากมาย เช่น

  • ตู้กดน้ำ (รับเหรียญทุกชนิด)
  • ตู้คีบตุ๊กตา (รับเฉพาะเหรียญ 100 เยน)
  • ตู้กาชาปอง (รับเฉพาะเหรียญ 100 เยน)
  • ถ้าเป็นเหรียญ 5 เยน อาจเก็บไว้เป็นสิริมงคล หรือเอาไปทำบุญขอพรที่ศาลเจ้า

หมายเหตุ:

  • ในกรณีที่มีเหรียญ 500 เยน สามารถแลกเป็น 100 เยน ที่ตู้แลกเงิน แล้วเอามาเล่นคีบตุ๊กตาหรือหมุนกาชาปอง (ให้หมดตัว ฮ่าๆ)
  • ถ้าเป็นเหรียญ 5 เยน อาจเก็บไว้เป็นสิริมงคล หรือเอาไปทำบุญขอพรที่ศาลเจ้า เพราะเสียงอ่านในภาษาญี่ปุ่นพ้องกับคำว่า ความสุข ความโชคดี

ส่งท้าย

เหรียญ 10 เยน
รูปบนเหรียญ 10 เยน มาจากวัดวัดเบียวโดอินในเกียวโต

การจ่ายเงินเป็นเหรียญญี่ปุ่นที่มีหลากหลายแบบนั้นไม่ใช่เรื่องยากค่ะ และการจัดการเหรียญที่ดีจะทำให้เราช็อปปิ้งได้สนุกยิ่งขึ้น รวมถึงได้ท่องเที่ยวที่หาสิ่งน่าสนใจได้มากขึ้นอีกด้วย อย่างเช่น คนที่ไม่เคยเล่นคีบตุ๊กตา อาจจะมาลองเล่นดู (หมดกระเป๋าแน่ ฮ่าๆ) หรือไปหยอดที่ศาลเจ้า อาจจะได้โชคใหญ่จากการขอพรก็ได้ แต่ไม่ว่าจะจัดการเหรียญด้วยวิธีไหน ก็ขอให้เพื่อนๆ ท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างสนุกสนานนะคะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่า

เขียนเมื่อ Feb 21, 2018
อัปเดตล่าสุด Jul 22, 2021

บทความท่องเที่ยวแนะนำ

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com