4 เรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมการดื่มกาแฟและคาเฟ่ในญี่ปุ่น

102
วัฒนธรรมการดื่มกาแฟและคาเฟ่ในญี่ปุ่น

ใครจะรู้ว่าประเทศที่เป็นเจ้าของเครื่องดื่มชื่อดังอย่าง ชาเขียว จะนิยมดื่มกาแฟเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งหลายคนที่เคยไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นคงเคยเห็นว่า เครื่องดื่มคาเฟอีนอย่าง กาแฟดำ กาแฟนม รวมไปถึงกาแฟกระป๋อง ถือเป็นสินค้ายอดนิยมของชาวญี่ปุ่น เพราะไม่ว่าจะเดินไปไหนก็มักจะเจอ ว่าแต่ 4 เรื่องราวที่น่าสนใจของวัฒนธรรมการดื่มกาแฟในญี่ปุ่นจะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย!

1. ญี่ปุ่นติดอันดับประเทศที่ ‘ดื่มกาแฟมากที่สุดในโลก’

กาแฟถือเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมของคนทั่วโลก ซึ่งจากผลการสำรวจในปี 2021 ขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ได้บอกไว้ว่า ประเทศญี่ปุ่น ติดอันดับต้น ๆ ของประเทศที่ดื่มกาแฟมากที่สุดในโลก โดยวัดจากอุปทานกาแฟและผลิตภัณฑ์กาแฟในประเทศนั้น ๆ ซึ่ง 5 ประเทศที่ดื่มกาแฟมากที่สุด มีดังนี้

  • อันดับ 5 = ประเทศเยอรมนี
  • อันดับ 4 = ประเทศญี่ปุ่น
  • อันดับ 3 = ประเทศบราซิล
  • อันดับ 2 = ประเทศฟิลิปปินส์
  • อันดับ 1 = ประเทศอเมริกา

2. ผลสำรวจเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์การดื่มกาแฟของคนญี่ปุ่น

ความถี่ในการดื่มกาแฟของชาวญี่ปุ่น

ตามข้อมูลในเว็บไซต์ PR Time ได้ระบุเอาไว้ว่า คนญี่ปุ่นกว่า 70% มีไลฟ์สไตล์การดื่มกาแฟเป็นประจำทุกวัน ตามข้อมูลข้างล่างนี้

  • 80% ของคนญี่ปุ่นอายุ 60 – 79 ปี ดื่มกาแฟทุกวัน 
  • 60% ของคนญี่ปุ่นอายุ 40 – 49 ปี ดื่มกาแฟทุกวัน 
  • 35% ของคนญี่ปุ่นอายุ 10 – 29 ปี ดื่มกาแฟทุกวัน

ชนิดของเครื่องดื่มกาแฟที่คนญี่ปุ่นเลือก

ส่วนประเภทของเครื่องดื่มกาแฟที่ได้รับความนิยมสูงสุดคงหนีไม่พ้น รูปแบบกาแฟที่ทั้งดื่มง่ายแถมยังสะดวกสบาย โดยเรียงลำดับตามความนิยมได้ดังนี้

  • กาแฟสำเร็จรูป
  • กาแฟสด
  • กาแฟขวดพลาสติก
  • กาแฟกระป๋อง

สถานที่ดื่มกาแฟยอดฮิตของคนญี่ปุ่น

ด้วยความที่กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่นิยมดื่มกันในช่วงเช้าของวัน อย่างช่วงเวลาก่อนมาทำงาน รวมถึงในเวลางาน ทำให้ผลสำรวจสถานที่ดื่มกาแฟสุดฮิตของชาวญี่ปุ่น เรียงตามลำดับได้ดังนี้

  • ที่บ้าน = คนญี่ปุ่นกว่า 90.4% ชอบดื่มกาแฟที่บ้าน
  • ที่ทำงาน = เป็นสถานที่ดื่มกาแฟยอดนิยมของ ผู้ชายชาวญี่ปุ่น
  • คาเฟ่ = เป็นสถานที่ดื่มกาแฟยอดนิยมของ ผู้หญิงชาวญี่ปุ่น

3. วัฒนธรรมการดื่มกาแฟในร้านคาเฟ่ของคนญี่ปุ่น

วัฒนธรรมการดื่มกาแฟในคาเฟ่ระหว่างคนไทยกับคนญี่ปุ่นค่อนข้างต่างกัน เพราะคนไทยมักชอบนัดเพื่อนมาแฮงเอาท์และพูดคุยกันอย่างสนุกสนานที่คาเฟ่ แต่สำหรับคนญี่ปุ่นจะไม่นิยมคุยกันเสียงดังในคาเฟ่ อีกทั้งยังไม่นิยมนั่งแช่ในร้านกาแฟนาน ๆ อีกด้วย

4. ความแตกต่างระหว่าง Kissaten และ Cafe

1. Kissaten (喫茶店) คืออะไร?

ร้าน Kissaten (喫茶店) เป็นร้านกาแฟดั่งเดิมของชาวญี่ปุ่น ที่เน้นดื่มด่ำกับบรรยากาศเงียบ ๆ ภายในร้าน พร้อมสัมผัสรสชาติของเครื่องดื่มกาแฟดำไปในเวลาเดียวกัน

  • เมนูอาหารและเครื่องดื่ม : มีให้เลือกไม่เยอะ ส่วนมากจะมีแค่กาแฟดำและของทานเล่นง่าย ๆ เช่น พาสต้าหรือขนมปังโทสต์ เป็นต้น
  • การตกแต่งร้าน : มาในสไตล์เรโทรดั่งเดิมตามแบบฉบับของร้านกาแฟญี่ปุ่นสมัยก่อน
  • บรรยากาศภายในร้าน : เงียบสงบและผ่อนคลาย ปราศจากเสียงและสิ่งรบกวนต่าง ๆ
  • สิ่งอำนวยความสะดวก : ส่วนมากไม่ค่อยมี WiFi รวมถึงปลั๊กสำหรับชาร์จแบต

2. Cafe (カフェ) คืออะไร?

ร้าน Cafe (カフェ) เป็นร้านกาแฟสมัยใหม่ของชาวญี่ปุ่น ที่เน้นเรื่องการพบปะพูดคุย แฮงเอาท์ ประชุม หรือทำงานเป็นหลัก ถือเป็นประเภทร้านกาแฟที่ตอบโจทย์คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

  • เมนูอาหารและเครื่องดื่ม : มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งอเมริกาโน่ มอคค่า ลาเต้ รวมถึงเมนูทานเล่นที่มีให้เลือกเยอะ
  • การตกแต่งร้าน : มาในสไตล์โมเดิร์นที่ผสมผสานกลิ่นอายตะวันตก ส่วนมากร้านจะค่อนข้างสว่างและโปร่งโล่ง
  • บรรยากาศภายในร้าน : มีสีสันขึ้นมาเล็กน้อยและมีการพูดคุยกันประปราย
  • สิ่งอำนวยความสะดวก : มักมี WiFi รวมถึงปลั๊กสำหรับชาร์จแบตคอยให้บริการ

ส่งท้าย

ทั้งหมดนี้ก็คือ 4 เรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมการดื่มกาแฟของคนญี่ปุ่น ที่ช่วยให้เรารู้จักคนญี่ปุ่นและความแตกต่างของคาเฟ่ญี่ปุ่นกันมากขึ้น ซึ่งถ้าใครสนใจอยากแต่งห้องตัวเองให้เป็นคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นหรือต้องการเปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเอง ก็สามารถใช้บริการบริษัทรับตกแต่งภายใน dooDeco ที่พร้อมเนรมิตบ้านหรือร้านกาแฟของคุณให้สวยลงตัวตามที่ต้องการ

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com