Home ท่องเที่ยวญี่ปุ่น JR EAST PASS (Tohoku area) พาสเที่ยวโตเกียว – โทโฮคุ สุดคุ้มใน 5 วัน

JR EAST PASS (Tohoku area) พาสเที่ยวโตเกียว – โทโฮคุ สุดคุ้มใน 5 วัน

2555
JR EAST PASS (Tohoku area)

วันนี้เราจะมาแนะนำพาส JR EAST PASS (Tohoku area) สำหรับการท่องเที่ยวด้านฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่นนะคะ ก่อนที่เราจะรีวิวสรรพคุณพาสอันสุดคุ้มนี้ แอดมินขออนุญาตแนะนำเกี่ยวกับข้อมูลของพาสนี้ก่อน เพื่อที่เพื่อนๆ จะได้รู้ว่าพาสนี้ครอบคลุมถึงตรงไหนบ้างเนอะ

เกี่ยวกับ JR EAST PASS (Tohoku area)

JR EAST PASS (Tohoku area)JR EAST PASS (Tohoku area) เป็นหนึ่งในบัตรรถไฟเหมาจ่ายของบริษัท JR EAST สำหรับชาวต่างชาติที่ถือวีซ่านักท่องเที่ยว (ไม่เกิน 90 วัน) เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศญี่ปุ่น โดยครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่โตเกียว รวมถึงการเดินทางระหว่างสนามบินนาริตะและฮาเนดะ ตลอดจนจังหวัดต่างๆ ในภูมิภาคคันโต (Kanto) รวมทั้งพื้นที่บางส่วนในจังหวัดรอบๆ ขึ้นไปจนถึงทั่วทั้งภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku)

ราคา JR EAST PASS (Tohoku area)

› ซื้อนอกประเทศญี่ปุ่น

  • ผู้ใหญ่ (อายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป) ราคา 19,000 เยน
  • เด็ก (อายุ 6 – 11 ปี) ราคา 9,500 เยน

หมายเหตุ:

  • สามารถซื้อได้กับตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย หรือซื้อผ่านเว็บไซต์ เช่น Klook (สั่งซื้อทางออนไลน์ » ที่นี่) โดยราคาเป็นเงินบาทจะขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น

› ซื้อในประเทศญี่ปุ่น

  • ผู้ใหญ่ (อายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป) ราคา 20,000 เยน
  • เด็ก (อายุ 6 – 11 ปี) ราคา 10,000 เยน

หมายเหตุ:

  • สามารถซื้อได้ที่ JR EAST Travel Service Center ในประเทศญี่ปุ่น

ข้อมูลเบื้องต้นในการใช้ JR EAST PASS (Tohoku area)

• สามารถใช้พาสในเส้นทางของรถไฟ JR East ทั้งรถไฟขบวนธรรมดา รถด่วนและชินคันเซ็น รวมทั้งรถไฟของบริษัทเอกชนบางบริษัท เช่น Tobu Railway โดยพื้นที่ที่สามารถใช้พาส ได้แก่

  • ภูมิภาคคันโต (Kanto) ได้แก่ โตเกียว (Tokyo), จังหวัดคานากาว่า (Kanagawa), ชิบะ (Chiba), ไซตามะ (Saitama), กุนมะ (Gunma), โทชิงิ (Tochigi), อิบารากิ (Ibaraki)
  • ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) ได้แก่ จังหวัดฟุคุชิมะ (Fukushima), มิยางิ (Miyagi), ยามากาตะ (Yamagata), อากิตะ (Akita), อิวาเตะ (Iwate), อาโอโมริ (Aomori)
  • พื้นที่บางส่วนของภูมิภาคจูบุ (Chubu) ได้แก่ จังหวัดนีงาตะ (Niigata), ยามานาชิ (Yamanashi), นากาโน่ (Nagano), ชิสึโอกะ (Shizuoka)

*รายละเอียดของเส้นทางจะอธิบายอย่างละเอียดในหัวข้อต่อไป

• เวลาใช้งาน ให้โชว์พาส (ด้านที่มีชื่อของเรา) กับเจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่ตรงทางเข้าออกของสถานี (ไม่สามารถใช้ผ่านประตูอัตโนมัติได้) เจ้าหน้าที่จะปั้มวันใช้งานที่พาสในครั้งแรกที่เราใช้พาสเข้าสถานีของวันนั้นๆ

• พาสครอบคลุมการใช้งานจำนวน 5 วันแบบไม่ติดต่อกัน (แต่ต้องใช้ภายใน 14 วันหลังจากออกบัตร) เราสามารถเลือกวันใช้งานได้เอง

• รถไฟบางขบวนจำเป็นต้องจองที่นั่งก่อนขึ้น เราสามารถใช้ JR EAST PASS (Tohoku area) จองที่นั่งโดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มและไม่จำกัดจำนวนครั้งกับเจ้าหน้าที่ตรง JR Ticket Office (Midori-no-madoguchi) หรือ Travel Service Center (View Plaza) ที่อยู่ในสถานีของ JR EAST (เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการจอง ควรเตรียมข้อมูลให้พร้อม ได้แก่ สถานีต้นทาง+เวลาออกเดินทาง, สถานีปลายทาง+เวลาที่เดินทางถึง, ชื่อขบวนรถไฟ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองจากเว็บไซต์ Hyperdia.com)

• สามารถจองที่นั่งล่วงหน้าในรถไฟ Shinkansen และรถด่วน Limited Express ของ JR EAST บางขบวนผ่านทางออนไลน์ด้วยตัวเองได้ที่ » Shinkansen and Limited Express Train Reservations (*กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขให้ดีก่อนจอง)

ตัวอย่างตั๋วระบุที่นั่งของชินคันเซ็นและ JR EAST PASS (Tohoku area)

เส้นทางที่สามารถใช้ JR EAST PASS (Tohoku area)

ตอนนี้เราพอจะรู้เกี่ยวกับ JR EAST PASS (Tohoku area) กันคร่าวๆ แล้ว แต่ว่ามีคำถามว่าพาสตัวนี้ใช้กับรถไฟแบบไหนบ้าง? แล้วจะครอบคลุมถึงสถานที่ที่เราตั้งใจจะไปเที่ยวรึเปล่านะ แอดมินขอรวบรวมรายละเอียด (ก็มากอยู่) มาให้ไว้ ณ ที่นี้นะคะ ใครอยากไปจุดไหน หรืออยากใช้รถไฟแบบไหนก็สามารถหาได้จากตรงนี้เลยค่ะ

jreast.co.jp
jreast.co.jp

1. รถไฟสาย JR EAST Line :

  • รถไฟ Local (ขบวนธรรมดา), Express (รถด่วน)และ Limited Express (ด่วนพิเศษ)
    *รถไฟด่วนสาย Narita Express สำหรับเดินทางระหว่างสนามบินนาริตะ ต้องไปจองที่นั่งที่ JR Office Ticket หรือ Travel Service Center (View Plaza) ก่อน เนื่องจากเป็นขบวนแบบระบุที่นั่งทั้งหมด)
  • รถไฟ Shinkansen (รถไฟความเร็วสูง)

    • Tohoku Shinkansen (Tokyo – Shin-Aomori)
    • Akita Shinkansen (Tokyo – Akita)
    • Yamagata Shinkansen (Tokyo – Yamagata – Shinjo)
    • Hokuriku Shinkansen (Tokyo – Karuizawa – Sakuraida)
    • Joetsu shinkansen (Tokyo – Echigo-Yuzawa) ช่วงฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิวิ่งยาวถึงสถานี GALA Yuzawa
  •  BRT (Bus rapid transit) ในแถบชายฝั่งซันริคุ (Sanriku Coast) ซึ่งเป็นพื้นที่ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกในภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku)

2. รถไฟสาย Izu Kyuko Line : วิ่งระหว่างสถานี Ito และ สถานี Izu-Shimoda ที่คาบสมุทรอิซุ (Izu Peninsula) ในจังหวัดชิสึโอกะ (Shizuoka)

3. รถไฟ Aomori Railway : วิ่งระหว่างสถานี Metoki และ สถานี Aomori ในจังหวัดอาโอโมริ (Aomori)

4. รถไฟ Iwate Galaxy Railway (IGR) : วิ่งระหว่างสถานี Morioka ในจังหวัดอิวาเตะ (Iwate) และ สถานี Metoki ในจังหวัดอาโอโมริ (Aomori)

5. รถไฟ Tokyo Monorail : วิ่งระหว่าง Haneda Airport และ สถานี Hamamatsucho ในโตเกียว

6. รถไฟ Sendai Airport Transit : วิ่งระหว่าง Sendai Airport และ สถานี JR Sendai

7. รถไฟ Limited Express ที่วิ่งระหว่างสาย JR East และ Tobu Railway : รถไฟที่สามารถใช้ได้ คือ Nikko, SPACIA Nikko, Kinugawa, และ SPACIA Kinugawa ซึ่งสามารถขึ้นได้ที่สถานี Shinjuku และ Ikebukuro ในโตเกียว (สรุปง่ายๆ คือ คนที่จะไปเที่ยว Nikko และ Kunugawa Onsen ในจังหวัดโทชิงิ (Tochigi) สามารถนั่งได้ฟรีจากโตเกียวนั่นเองค่ะ)

8. รถไฟ Local และ Rapid ของ Tobu Railway ที่วิ่งระหว่างสถานี Shimo-imaichi และ Tobu-nikko หรือ Kinugawa-onsen : สำหรับเส้นทางระหว่างสถานี Kurihashi และ Shimo-imaichi สามารถใช้พาสนี้โดยนั่งรถไฟ Limited Express ที่วิ่งเชื่อมต่อกับสาย Tobu Railway โดยตรงเท่านั้น โดยจะต้องเข้าและออกทางสถานีที่เป็นของ JR)

ข้อควรระวังในการใช้ JR EAST PASS (Tohoku area)

1. ไม่สามารถใช้กับ JR Bus ได้

2. ไม่สามารถใช้กับ Tokaido Shinkansen ที่ไปยังสถานี Shin-Yokohama, Odawara ในจังหวัดคานากาว่า (Kanagawa) และ สถานี Atami ในจังหวัดชิสึโอกะ (Shizuoka) ได้ เนื่องจากเป็นสายที่ให้บริการโดยบริษัท JR CENTRAL

3. หากจะเดินทางไปสถานี Kawaguchiko ในจังหวัดยามานาชิ (Yamanashi) จะสามารถใช้นั่งรถไฟได้ฟรีในเส้นทางระหว่างสถานี Shinjuku ในโตเกียว และ สถานี Otsuki ในจังหวัดยามานาชิ จากนั้นต้องเปลี่ยนเป็นสาย Fujikyu Railway ซึ่งวิ่งระหว่างสถานี Otsuki – Kawaguchiko โดยจะต้องเสียค่าโดยสารเพิ่มเติมในส่วนนี้ (หากเป็นขบวนพิเศษที่วิ่งตรงระหว่าง Narita Airport – Shinjuku – Kawaguchiko จะต้องเสียค่าโดยสารเพิ่มเติมในส่วนของ Fujikyu Railway เช่นกัน)

4. ใช้จองที่นั่งได้ฟรีกับตู้ปกติ (Ordinary Car) เท่านั้น สำหรับ Green Car, GranClass, Liners หรือ ตู้นอน Sleeper Car จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ในส่วนของ Limited Express หรือ Sleeper ticket กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ที่สถานีเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

5. ต้องเก็บรักษาพาสให้ดี เพราะไม่สามารถออกใหม่ได้หากทำหาย

ตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวในเส้นทาง

Nemophila - Hitachi Seaside Park

Hitachi Seaside Park (Ibaraki)

การเดินทาง :

  • นั่งรถไฟ Limited Express Hitachi หรือ Tokiwa มาลงที่สถานี Katsuta แล้วต่อรถบัสมายังสวน
  • นั่งรถไฟสาย JR Joban Line มาลงที่สถานี Katsuta แล้วต่อรถบัสมายังสวน

[รีวิว » Hitachi Seaside Park]

Ashikaga Flower ParkAshikaga Flower Park (Tochigi)

การเดินทาง :

  • นั่งรถไฟสาย Ryomo Line มาลงที่สถานี Ashikaga Flower Park

[รีวิว » Ashikaga Flower Park]

Shinkyo BridgeShinkyo Bridge (Nikko, Tochigi)

การเดินทาง :

  • นั่งรถไฟสาย JR Nikko Line มาลงที่สถานี Nikko
  • นั่งรถไฟ Limited Express Nikko, SPACIA Nikko มาลงที่สถานี Tobu-Nikko

[รีวิว » เที่ยวนิกโก้ (Nikko) 1 วัน]

Zao Fox VillageZao Fox Village (Miyagi)

การเดินทาง :

  • นั่งรถไฟ Tohoku Shinkansen มาลงที่สถานี Shiroishizao แล้วต่อรถแท็กซี่

[รีวิว » Zao Fox Village]

Yamadera TempleYamadera Temple (Yamagata)

การเดินทาง :

  • นั่งรถไฟสาย JR Senzan Line มาลงที่สถานี Yamadera

[รีวิว » Yamadera Temple]

Kakunodate Samurai VillageKakunodate Samurai Village (Akita)

การเดินทาง :

  • นั่งรถไฟ Akita Shinkansen มาลงที่สถานี Kakunodate
  • นั่งรถไฟ JR Tazawako Line มาลงที่สถานี Kakunodate

Hirosaki CastleHirosaki Castle (Aomori)

การเดินทาง :

  • นั่งรถไฟสาย JR Ou Line มาลงที่สถานี Hirosaki แล้วต่อรถบัส

สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อ JR EAST PASS (Tohoku area)

แน่นอนว่าก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อพาสก็ต้องรู้เกี่ยวกับหลายๆ ส่วนก่อน ในที่นี้แอดมินจึงอยากลิสเอาไว้ให้เพื่อนๆ เลยค่ะ ว่าก่อนที่เราจะซื้อพาสนี้นอกจากพื้นในการใช้งานแล้ว ควรจะต้องหาข้อมูลอะไรอีกค่ะ เพราะถ้าซื้อไปแล้วเอาไปใช้ไม่ได้ ก็อาจจะเสียเงินฟรี หรืออาจจะต้องเปลี่ยนแผนท่องเที่ยวกันให้วุ่นวายเลยค่ะ

  • เมืองที่อยากไป เพื่อที่เราจะได้จัดตารางการท่องเทียวได้คร่าวๆ เช่น (แนะนำให้เปิดแผนที่ควบคู่ไปด้วยตอนที่วางแผน) ยกตัวอย่างเช่น
    • วันที่ 1 : Nikko
    • วันที 2 : Gala Yuzawa
    • วันที่ 3 : Fukushima
    • วันที่ 4 : Akita
    • วันที่ 5 : Aomori
  • สถานีรถไฟต้นทางและปลายทาง เพื่อตรวจสอบว่าเราจะใช้พาสอย่างไร (แนะนำให้ดูจากเว็บไซต์ Hyperdia.com) ยกตัวอย่างเช่น
    • ใช้รถไฟอะไร (⇒ พาสครอบคลุมหรือไม่)
    • ใช้ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ในการเดินทาง (⇒ คุ้มค่ากับการใช้พาสหรือไม่)

การซื้อและแลก JR EAST PASS (Tohoku area)

เมื่อเราศึกษาและพิจารณาข้อมูลพาสกันเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงวิธีการซื้อค่ะ ซึ่งก็มีอยู่ 2 วิธีหลักๆ ได้แก่ การซื้อล่วงหน้าจากนอกประเทศญี่ปุ่น และการซื้อเมื่อเดินทางมาถึงประเทศญี่ปุ่นแล้วค่ะ ทั้ง 2 วิธีนี้ก็มีความแตกต่างกันที่ความสะดวกและราคาค่ะ

› ซื้อนอกประเทศญี่ปุ่น

  • ผู้ใหญ่ (อายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป) ราคา 19,000 เยน
  • เด็ก (อายุ 6 – 11 ปี) ราคา 9,500 เยน

1. สั่งซื้อล่วงหน้าได้กับตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย (นำพาสปอร์ตไปด้วย) เมื่อชำระเงินแล้วเราจะได้รับ Exchange Order (บางที่อาจได้เป็น e-ticket ทางอีเมล) เพื่อนำไปแลกเป็นพาสของจริงที่ประเทศญี่ปุ่น (*ราคาเป็นเงินบาทขึ้นอยู่เรทค่าเงินของวันที่ซื้อ)

2. สั่งซื้อล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ JR EAST หรือเว็บไซต์ตัวแทนที่จำหน่ายทางออนไลน์ เช่น Klook (สั่งซื้อ » ที่นี่) (ต้องกรอกชื่อและเลขพาสปอร์ต) เมื่อชำระเงินแล้วเราจะได้รับ Exchange Order เป็นแบบ e-ticket ทางอีเมล ให้ปริ้นใส่กระดาษและนำไปแลกพาสของจริงที่ประเทศญี่ปุ่น

› ซื้อในประเทศญี่ปุ่น

  • ผู้ใหญ่ (อายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป) ราคา 20,000 เยน
  • เด็ก (อายุ 6 – 11 ปี) ราคา 10,000 เยน

ซื้อที่ JR EAST Travel Service Center ที่สนามบินนาริตะ สนามบินฮาเนดะ และตามสถานีของ JR East เช่น Tokyo, Ueno, Shinjuku, Sendai เป็นต้น

หมายเหตุ :

  • สามารถดูสถานที่สำหรับแลกและจำหน่ายพาสได้ที่นี่
  • ต้องยื่นพาสปอร์ตตัวจริงในตอนแลกหรือซื้อพาส ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบชื่อและเลขพาสปอร์ต รวมถึงวีซ่าที่นักท่องเที่ยวได้รับ
  • ในกรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีไม่ต้องซื้อพาส แต่เจ้าหน้าที่อาจมีการขอดูพาสปอร์ตเพื่อตรวจสอบอายุเด็ก (หากต้องการจองที่นั่งบนรถไฟให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 6 ปี จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม)
  • ผู้ที่มีวีซ่าพำนักระยะยาวในประเทศญี่ปุ่น หรือผู้ที่ถือพาสปอร์ตประเทศญี่ปุ่น จะไม่สามารถซื้อ JR EAST PASS (Tohoku area) ได้
  • สามารถใช้ JR EAST PASS (Tohoku area) ในช่วงเวลาเดียวกันได้คนละ 1 ใบเท่านั้น และจะไม่สามารถซื้อเพิ่มเติมหรือแลกพาสได้ในขณะที่ยังอยู่ในช่วงระยะเวลาใช้งาน 14 วันของพาสที่ใช้อยู่ ต้องรอให้หมดช่วงระยะใช้งานจึงจะสามารถซื้อพาสแบบเดิมเพิ่มได้

รีวิวการใช้ JR EAST PASS (Tohoku area)

แอดมินซื้อพาสผ่านตัวแทนจำหน่ายในไทยค่ะ และได้รับเป็น e-ticket มาเพื่อนำไปแลกพาสจริงที่ญี่ปุ่น หน้าตาก็จะประมาณนี้ โดยจะได้รับเป็นไฟล์ PDF มาทางอีเมลค่ะ ให้เราปริ้นเพื่อไปแสดงต่อหน้าเจ้าหน้าที่ค่ะ

e-ticket

ตัวอย่าง e-ticket

• การแลกพาส JR EAST PASS (Tohoku area)

สามารถพาสจริงได้ที่ JR EAST Travel Service Center หรือ Travel Service Center (View Plaza) ที่อยู่ในสนามบิน และสถานีต่างๆ ของ JR (สามารถดูรายชื่อและเวลาทำการได้ที่นี่) แอดมินตั้งใจจะใช้บริการขบวน Narita Express เพื่อเดินทางเข้าโตเกียวอยู่แล้ว จึงแลกพาสที่สนามบินนาริตะค่ะ (ถ้าเจอคิวยาวและยังไม่ได้ใช้พาสเลย แนะนำให้ไปแลกตามสถานีในเมืองจะเร็วกว่าค่ะ)

สำหรับเอกสารที่ใช้ในแลกพาสที่ญี่ปุ่นนั้น เราจะใช้เพียง 2 อย่าง ประกอบด้วย

  • เอกสารยืนยันการจอง อาจจะเป็นใบ Exchange Order หรือ E-ticket แล้วแต่วิธีการซื้อพาส
  • พาสปอร์ตตัวจริง (เจ้าหน้าที่ไม่รับตัวที่ถ่ายเอกสารเนื่องจากเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบวีซ่าที่อยู่บนพาสปอร์ตนั่นเองค่ะ)

    ตัวอย่างพาส
    ตัวอย่าง JR EAST PASS (Tohoku area) ตัวจริง

ตอนแลกพาสเจ้าหน้าที่จะให้เราเขียนชื่อ สัญชาติ และเลขพาสปอร์ตที่พาส ส่วนตอนที่เราใช้พาสเข้าสถานีก็ให้โชว์ด้านนี้กับเจ้าหน้าที่นะคะ ถ้าเราเข้าสถานีครั้งแรกก็จะมีการปั้มวันที่บนพาสให้ค่ะ

• การจองที่นั่งบนรถไฟ

โดยปกติแล้ว Limited Express กับ Shinkansen จะมีที่นั่งแบบจอง (Reserved Seat) และไม่จอง (Non-reserved Seat) เราสามารถใช้พาสไปจองที่นั่งกับเจ้าหน้าที่ได้ที่ JR Ticket Office (Midori-no-madoguchi) หรือ Travel Service Center (View Plaza) ที่อยู่ในสถานี JR EAST ได้เลยค่ะ (ไม่จำเป็นว่าจะต้องจองที่สถานีต้นทาง) เราสามารถจองได้ล่วงหน้าก่อนวันเดินทางนะคะ (แนะนำให้รีบจองเพราะบางทีที่อาจเต็ม หรือไม่ก็ต้องนั่งแยกกันไปค่ะ)

jreast.co.jp

สถานที่สำหรับจองที่นั่งก็สังเกตได้จากสัญลักษณ์ที่มีรูปคนนั่งสีเขียวซึ่งเป็นของ JR Ticket Office หรือตัวหนังสือเขียวๆ ที่เขียนว่า びゅう ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Travel Service Center ส่วนข้อมูลที่ต้องใช้ในการจองที่นั่งก็มีดังนี้

  • วันที่
  • สถานีต้นทาง + เวลาออกเดินทาง
  • สถานีปลายทาง + เวลาที่เดินทางถึง
  • ชื่อขบวนรถ

hyperdiaข้อมูลต่างๆ สามารถเช็คได้จากเว็บ Hyperdia.com เลยค่ะ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้นอกจากจะใช้ในการจองแล้ว เรายังเอาไว้เช็คเวลาที่เจ้าหน้าที่ออกตั๋วให้ เพื่อดูว่าตรงกับขบวนที่เราต้องการขึ้นหรือไม่ บางทีอาจเลือกรอบรถให้เป็นเวลาอื่น เป็นต้น


ตัวอย่างตั๋วระบุที่นั่ง Narita Express

เมื่อจองที่นั่งแล้วก็จะมีการปั้มตราที่พาสและลงวันที่ที่เราจะใช้เดินทางไว้ค่ะ เพื่อให้รู้ว่าเราออกตั๋วไปวันไหนแล้วบ้าง อยู่ในระยะการใช้พาสหรือไม่ค่ะ แล้วเราจะได้รับตั๋วระบุที่นั่งมาเป็นใบเสีเขียวอ่อนๆ ค่ะ ถ้าหากไม่ได้จองที่นั่ง เราสามารถขึ้นไปนั่งที่ตู้ Non-reserved ได้ค่ะ แต่ว่ารถไฟบางขบวนอย่าง Narita Express หรือ Shinkansen Hayabusa นั้นจะมีแต่ที่นั่งแบบที่ต้องจองเท่านั้น ซึ่งเราต้องไปจองให้เรียบร้อยก่อนขึ้นนะคะ

ShinkansenShinkansen

เมื่อมีตั๋วระบุที่นั่งเรียบร้อยก็ให้ไปยืนรอตรงทางขึ้นที่ตรงกับตำแหน่งของตู้รถไฟ (Car) ที่นั่งของเรา เมื่อรถไฟมาจอดเรียบร้อยก็ขึ้นไปนั่งตามหมายเลขที่นั่ง (Seat) ได้อย่างสบายใจ (หากจองที่นั่งมาแล้วและต้องการจะเปลี่ยนรอบรถไฟ ก็ให้เอาตั๋วไปติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ JR Ticket Office หรือ Travel Service Center เพื่อให้ยกเลิกตั๋วเดิมและออกตั๋วให้ใหม่ได้ค่ะ)

สรุป

ถ้าจะถามว่า JR EAST PASS (Tohoku area) นี้คุ้มมั้ย? ขอบอกว่าคุ้มแน่นอน!!! แค่นั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวไปอาโอโมริ เที่ยวเดียวก็ 17,000 กว่าเยน ไปกลับก็ 30,000 กว่าเยน เกินค่าพาสแล้วจ้า! ถ้าวางแพลนเที่ยวดีๆ ใน 5 วัน เราจะประหยัดค่ารถไฟไปได้หลายเท่าจากค่าพาสเลยค่ะ แถมพาสนี้ยังไม่ต้องใช้ติดต่อกันทุกวันด้วยแบบ JR PASS (All area) ด้วย ซึ่งเราสามารถปรับเปลี่ยนแพลนเที่ยวได้ตามสภาพอากาศเลยนะคะ

บทความนี้อาจจะยาวไปสักหน่อย แต่หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านที่กำลังวางแผนเที่ยวนะคะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่า


บทความแนะนำ

· คู่มือเที่ยวญี่ปุ่น (Japan Guide)
· คู่มือเที่ยวโตเกียว (Tokyo Guide)
· รวมรีวิวเที่ยวภูมิภาคคันโต (Kanto)
· รวมรีวิวเที่ยวภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku)

Comments

comments

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com