ADVERTORIAL

เมืองฮาคุบะ (Hakuba) จังหวัดนากาโน่ (Nagano)…เมืองแห่งสวรรค์บนดินที่เราจะพาเพื่อนๆ ไปสัมผัสประสบการณ์ที่ตรึงตราตรึงใจไม่รู้ลืมค่ะ หน้าร้อนนี้ใครยังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหน ขอฝากเมืองฮาคุบะนี้ไว้ด้วยนะคะ เป็นบทความที่แอดมินภูมิใจเสนออย่างมาก ด้วยความอินกับธรรมชาติและไลฟ์สไตล์ที่ตรงใจสุดๆ งานนี้ไม่พลาดที่จะนำเสนอแน่นอนค่า

รู้จักกับเมืองฮาคุบะ (Hakuba)

เมืองฮาคุบะ (Hakuba)

เมืองฮาคุบะ (Hakuba) เป็นเมืองเล็กๆ ของจังหวัดนากาโน่ (Nagano) ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเทือกเขาเจแปนแอลป์ เป็นเมืองสวรรค์ของนักเล่นสกีทั่วโลกด้วยหิมะคุณภาพนุ่มฟูยิ่งกว่าบิงซูสายไหม คุณภาพดีจนได้รับเกียรติให้เป็นลานสกีสำหรับจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวในปี ค.ศ. 1998 จึงทำให้เมืองเล็กๆ แห่งนี้ครบครันด้วยสารพัดลานสกี พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายมากมาย และเป็นแหล่งพักผ่อนของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ด้วยภูมิประเทศที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลราวๆ 3,000 เมตร ทำให้ทัศนียภาพของเมืองฮาคุบะนั้นสวยเหมือนโลกแห่งจินตนาการ และยังให้ความรู้สึกแตกต่างกันออกไปในแต่ละฤดู และไม่ว่าจะเป็นฤดูไหน เราก็สามารถเห็นหิมะได้ตลอดทั้งปีอีกด้วยนะคะ

หลายๆ คนอาจจะมาเที่ยวนากาโน่ในฤดูหนาว เพราะสามารถชมหิมะของเทือกเขาเจแปนแอลป์ได้ชัดเจนและได้เล่นหิมะด้วย ทว่านั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของความมหัศจรรย์ของจังหวัดนี้เท่านั้น แต่ในฤดูอื่นๆ เช่นใบไม้เปลี่ยนสี และฤดูร้อนจะได้พบกับสวรรค์บนดินที่แตกต่างออกไป จึงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจในทุกฤดูจริงๆ ค่ะ

พูดถึงเมืองธรรมชาติที่มีความมหัศจรรย์ขนาดนี้แล้ว ออนเซ็นของเมืองฮาคุบะเองก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีชื่อเสียงเช่นกัน ที่ฮาคุบะมียังมีทั้งโรงแรมสกีรีสอร์ท โรงแรมขนาดกลางถึงขนาดเล็ก และแบบโฮมสเตย์แบบอบอุ่นแบบไปพักบ้านเพื่อน รวมทั้งบ้านพักตากอากาศที่ให้ฟีลส่วนตัวก็มีเหมือนกันค่ะ

วิธีการเดินทางมาฮาคุบะ

แอดมินจะแนะนำการเดินทางกันก่อนนะคะ โดยมีรถบัสนั่งยาวจากเมืองใหญ่อย่างโตเกียวและสนามบิน โดยตารางรถบัสจะมีการอัพเดตตามฤดูกาลค่ะ สามารถอัปเดตได้ในตารางการเดินรถจากบริษัทที่ให้บริการได้ ซึ่งการเดินทางสามารถเดินทางได้โดยสะดวกตามจุดขึ้นรถดังต่อไปนี้ค่ะ

  1. Day Bus/Night Bus
    นั่งรถบัสจากสถานีรถด่วน Shinjuku Expressway Bus Terminal ทางออกจากสถานีชินจุกุประตูทิศใต้ (ไม่ต้องต่อรถ) ราคาเริ่มต้นประมาณ 5,200 เยน เที่ยว/คน เด็กราคา 50% จากราคาเต็ม ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง 10 นาที สำหรับ Day Bus) และ 7 ชั่วโมง 10 นาที สำหรับ Night Bus
  2. Shinkansen → Bus
    นั่งรถไฟชินคันเซ็นเส้นทาง Tokyo – Nagano และต่อด้วยรถบัสประจำทางจาก Nagano – Hakuba ใช้เวลาโดยรวมประมาณ 3 ชั่วโมง (ไม่รวมเวลาเปลี่ยนขบวนรถ แนะนำให้ดูตารางรถบัสให้พอดีกับชินคันเซ็น)
    ※ใช้พาส JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) นั่งชินคันเซ็นฟรีได้ถึงสถานี Nagano
  3. Limited Exprees Train
    นั่งรถไฟด่วนพิเศษวิ่งตรงจากสถานี Shinjuku – Hakuba ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 42 นาที มีรถไฟเพียงรอบเดียวต่อวัน ออกตอน 8:00 น. (รอบอื่นต้องต่อรถไฟธรรมดาที่สถานี Matsumoto รวมใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้นเกือบ 5 ชั่วโมง)
    ※ใช้พาส JR EAST PASS (Nagano, Niigata area) นั่งรถไฟฟรีได้จนถึงสถานี Hakuba
  4. Airport Limousine → Bus
    นั่งรถบัสลีมูซีนจากสนามบินนาริตะหรือฮาเนดะมาลงที่สถานีรถด่วน Shinjuku Expressway Bus Terminal แล้วต่อรถบัสจากชินจุกุตรงมาที่ฮาคุบะตามที่แนะนำในข้อ 1 ค่ะ

ส่วนตัวแอดชอบเดินทางด้วย Night Bus แม้จะใช้เวลาในการเดินทางนานกว่าแต่ไม่กระทบเวลาท่องเที่ยว อันดับ 2 เราจะชอบเดินทางด้วยชินคังเซ็น (ถ้ามี JR PASS) ก็ช่วยประหยัดงบและเวลาได้บ้างค่ะ การเดินทางต่อเดียวเหมาะกับการไปเล่นสกีที่ต้องมีสัมภาระเพิ่มเติม ถ้าเราจะไปเที่ยวช่วงหน้าร้อนก็เตรียมไปแบบเบาๆ ตัวเลือกการเดินทางก็หลากหลายกว่า

ข้อมูลรถบัสไปฮาคุบะ: highway-buses.jp (ภาษาไทย)

การท่องเที่ยวฮาคุบะในหน้าร้อน

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยว ฟิน และผ่อนคลายที่ฮาคุบะในช่วงฤดูร้อนที่ไม่ร้อน แถมยังเป็นฤดูร้อนที่สามารถเห็นหิมะได้ด้วย มาสัมผัสธรรมชาติได้เต็มปอดไปด้วยกันนะคะ ใครที่วางแผนมาเที่ยวแถบโตเกียวในฤดูร้อน และอยากหลีกหนีความร้อน แนะนำว่าให้ลองข้ามาเที่ยวที่ฮาคุบะเลยค่ะ เพราะว่าเป็นโซนที่อยู่สูงจากน้ำทะเลมาก อุณหภูมิเฉลี่ยต่อปีก็ต่ำกว่าที่อื่น ยิ่งถ้าอยู่โตเกียวตลอดคือปวดหัว ตัวร้อนแทบทุกวัน แอดก็จะชอบหนีมาเที่ยวที่อากาศสบายๆ กว่าค่ะ

ขอบอกเลยว่าที่ฮาคุบะคือตอบโจทย์มาก เพราะในฤดูร้อนของที่นี่นอกจากอุณภูมิจะไม่สูงมากแล้ว การชมธรรมชาติก็ยังเริศมากอีกด้วย ทำให้เราไม่รู้สึกเบื่อเลย แล้วที่ไม่อยากจะเชื่อก็คือ เราสามารถเห็นหิมะบนเทือกเขาในหน้าร้อนได้ด้วยจ้า ขนาดฟูจิยังไม่มีเลย แต่ที่ฮาคุบะ เราสามารถเห็นหิมะได้

หากใครที่อยากสัมผัสหิมะในหน้าร้อน แนะนำกิจกรรมเดินเขาค่ะ ซึ่งมีการเดินแบบใกล้ๆ ใช้เวลาประมาณครึ่งวัน หรือเดินไกลๆ ขึ้นไปจนถึงยอดเขาคารามัสสึเลยก็ได้ค่ะ จะได้เห็นและสัมผัสหิมะแน่นอน

นอกจากเดินเขาแล้ว ใครที่อยากมาชมดอกอัลไพน์ก็เหมาะที่จะเดินทางมาชมในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม ของทุกปีค่ะ นอกจากการเดิน Trekking แล้วก็สามารถชมดอกไม้และหิมะได้ในเวลาเดียวกัน สมกับเป็นสวรรค์บนดินจริงๆ

จากที่เกริ่นไปก่อนหน้านี้ว่าที่ฮาคุบะมีที่พักหลายรูปแบบมาก เพราะว่าเป็นแหล่งออนเซ็นชื่อดังและขึ้นชื่อในเรื่องการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ส่วนตัวเราเลือกที่พักที่เหมาะกับฤดูกาลและจำนวนคนเป็นหลักค่ะ ฤดูหนาวหากเล่นสกีโดยเฉพาะก็เหมาะกับโรงแรมที่มีลานสกีจะได้สะดวก ส่วนฤดูอื่นๆ เราเลือกที่พักแบบสบายๆ แต่ยังได้ออฟชั่นของออนเซ็น (พลาดไม่ได้) 

บางครั้งก็เลือกโรงแรมเล็กๆ และถ้าไปกับเดอะแก๊งค์ก็จะจองเป็นบ้านหลังใหญ่ไปเลย ซึ่งในวันนี้เราก็จะมาแนะนำบ้านพักในเมืองฮาคุบะที่ตอบโจทย์สำหรับนักท่องเที่ยวที่มากันหลายคนค่ะ นั่นก็คือ YAMANOHA, ONSEN(Man made) ให้ฟีลเหมือนเราไปพักบ้านเพื่อนหรือมีบ้านพักต่างอากาศในต่างประเทศแถบยุโรปเลยค่ะ

แนะนำบ้านพัก YAMANOHA, ONSEN(Man made)

YAMANOHA, ONSEN(Man made) เป็นบ้านพักต่างอากาศสไตล์ยุโรปตั้งอยู่ใจกลางฮาคุบะ ที่นี่มีห้องนอน 3 ห้อง สามารถรองรับผู้เข้าพักได้ 6 คน เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวกับเดอะแก๊งค์เลยค่ะ ใครที่สนใจสามารถเข้าไปเช็คราคาและจองบ้านพักได้ที่ airbnb.com เลยนะคะ ขอบอกว่าที่พักได้รีวิว 5 ดาวด้วยค่ะ

ข้างนอกเป็นแนวหินสีสว่าง มาพร้อมสวนหน้าบ้านที่เหมาะกับการวิ่งเล่นอย่างมาก มองจากด้านนอกคล้ายกับบ้านชั้นเดียว แต่ด้านในเป็นแบบ 2 ชั้นแนวยุโรป ห้องโถงกว้างขวาง ตกแต่งแนวมินิมอล ฟีลอบอุ่นใจ อารมณ์ครอบครัวเบาๆ ด้วยสีขาวและสีไม้ธรรมชาติ ให้ความรู้สึกสบายในทุกฤดูกาล

ในส่วนของห้องนอนจะออกแนวอบอุ่นแบบตะวันตก มีลวดลายสวยงามบนข้าวของเครื่องใช้เพิ่มสีสันให้เมืองที่หนาวตลอดทั้งปี กระจกบานใหญ่และเหมาะกับสาวๆ ที่ชอบการแต่งตัว นอกจากห้องนอนใหญ่แล้วก็มีห้องนอนเดี่ยวสำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวอีกด้วย

เมื่อรวมกับห้องนอนคล้ายกับห้องใต้หลังคาตรงนี้จะมีทั้งหมด 3 ห้องนอน ซึ่งเราสามารถแบ่งพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคนได้ ส่วนเราชอบห้องใต้หลังคามากๆ เหมือนเราดูซีรีส์ต่างประเทศเลยค่ะ เป็นบรรยากาศที่เราไม่ค่อยได้สัมผัสกันนัก

ที่พลาดไม่ได้คือบ้านหลังนี้มีห้องแช่ออนเซ็นส่วนตัวด้วยจ้าาา เป็นส่วนที่เราประทับใจมาก ปกติบ้านทั่วไปจะมีห้องน้ำและอ่างอาบน้ำเอาไว้แช่น้ำร้อนเฉยๆ แต่บ้านนี้มีห้องแช่ออนเซ็นแยกออกมาจากห้องอาบน้ำเลย หรูหราไฮโซสำหรับเรามาก ซึ่งก็แน่นอนว่าฟินมากเช่นกัน เพราะออนเซ็นไม่จำเป็นต้องแช่หน้าหนาวอย่างเดียว แช่หน้าร้อนก็ได้เหมือนกัน เพราะที่นี่อากาศในฤดูร้อนไม่ร้อนมาก เรียกว่าสบายๆ สำหรับคนไทยเลยค่ะ หลังจากที่เราไปเที่ยวหรือออกไปทำกิจกรรมข้างนอก การได้แช่น้ำร้อนก็เป็นการผ่อนคลายและพักผ่อนที่ดีมากอย่างหนึ่งเลย

มีครัวชุดใหญ่แบบยุโรป อุปกรณ์ซักผ้า ห้องแต่งตัวและตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ นอกจากนี้ก็ยังมีลานและเฉลียงสำหรับบาบีคิว โรงจอดรถ 2 คัน และเครื่องมืออำนวยความสะดวกครบครัน โดยเราสามารถเอ็นจอยกับการทำอาหารและรับประทานอาหารที่สดและใหม่จากท้องถิ่น สามารถหาซื้อได้จากซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้ๆ ชุมชนค่ะ ด้วยความที่เป็นเมืองที่นิยมกิจกรรมแคมป์ปิ้ง ที่จับจ่ายสินค้าจึงไม่ขาดแคลน หายห่วงได้เลย

ด้วยโลเคชั่นใกล้แม่น้ำ เราสามารถถ่ายรูปสวยที่เห็นเทือกเขาแอลป์ เป็นฉากหลังได้แบบนี้เลยค่ะ นอกจากนี้บ้านพักนี้ก็ไม่ไกลจากลานแคมปิ้ง สถานีรถไฟ และสถานที่อำนวยความสะดวกอื่น รวมถึงสามารถเดินทางไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวในฮาคุบะอื่นๆ ไปสะดวกมากๆ ซึ่งแอดมินก็แนะนำว่าไหนๆ ก็มีที่จอดรถฟรีแล้ว เช่ารถก็คุ้มค่ามากๆ 1 วันไม่ถึง 3,000 บาท/คัน หากเดินทางประมาณ 5-6 คนก็เช่า 1 คันก็กำลังดีค่ะ ไม่ต้องรอเวลารถบัสด้วย สะดวกสุดๆ

จริงๆ แล้วที่นี่เป็นอีกหนึ่งที่พักในฝันของแอดมินนะคะ เพราะแอดมินเคยพักโรงแรมมาเกือบทุกรูปแบบแล้ว ทั้งแบบตะวันตก แบบญี่ปุ่น แนวสตรีท และแนวแบ็คแพ็ค ที่นี่จะเป็นแนวเดอะแก๊งค์แบบส่วนตัว จะต่างกับประเภทอื่น เพราะไม่ต้องอยู่รวมกับคนอื่น ก็จะรู้สึกสบายใจ และเฮฮากับเพื่อนๆ ได้เพียงแค่หากิจกรรมในบ้านทำไปด้วย เช่น การปิ้งบาบีคิวในตอนบ่าย เป็นต้น  

กิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวใกล้บ้านพัก

ส่วนกิจกรรมนอกบ้านที่ใกล้กับบ้านพัก YAMANOHA, ONSEN(Man made) ก็มีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างค่ะ และด้วยความชมชอบธรรมชาติ และอาหารอร่อยๆ แอดมินไปหามาแล้วเจอว่าที่นี่เขามีอะไรน่าสนใจบ้างในช่วงฤดูร้อนค่ะ

เก็บสตรอเบอร์รี่จากสวน Farm Hakuba

สวนสตรอเบอร์รี่ให้นักท่องเที่ยวทานไม่อั้น 30 นาที อยู่ห่างจากที่พักประมาณ 5 นาทีด้วยรถยนต์ ให้บริการช่วงฤดูใบไม้ผลิจนถึงประมาณต้นฤดูร้อนค่ะ คือช่วงปลายเดือนธันวาคม ถึงปลายเดือนพฤษภาคม ราคาท่านละ 2,500 เยน

รายละเอียดเพิ่มเติม: farmhakuba.jp (ภาษาญี่ปุ่น)

เก็บบลูเบอรี่จากสวน Farm Hakuba

จากบ้านพักเดินทางด้วยรถยนต์ 10 นาที เราสามารถเอนจอยกับกิจกรรมเก็บบลูเบอรี่สดๆจากสวนได้ที่ Farm Hakuba อีกแห่งหนึ่งค่ะ ซึ่งเป็นผลไม้ที่ไม่ค่อยมีกิจกรรมให้ทำในแถบคันโตเท่าไหร่ มาถึงนี้ก็อย่าพลาดนะคะ ให้บริการเก็บบลูเบอรี่ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม ถึงปลายสิงหาคม คนละ 1,000 เยนเท่านั้น และยังสามารถซื้อหาเป็นของฝากได้ด้วยนะคะ

รายละเอียดเพิ่มเติม: farmhakuba.jp (ภาษาญี่ปุ่น)

เพลิดเพลินกับกิจกรรมทางน้ำ

จากที่พักประมาณ 15 นาที สามารถสนุกสนานไปกับกิจกรรมกลางแจ้งแบบเย็นๆได้กับกิจกรรมเล่น SUP Board ล่องไปตามแม่น้ำและทะเลสาบ หรือจะเป็นพายเรือคายัค เรือแคนนู ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เราสามารถออกกำลังกายและถ่ายรูปสวยๆ ได้ด้วย (ปกติครูฝึกจะถ่ายให้)

รายละเอียดเพิ่มเติม: shiroumaoutdoor-company.com (ภาษาญี่ปุ่น)

พายเรือชมหิ่งห้อยตอนกลางคืน

นอกจากกิจกรรมในตอนกลางวันแล้วก็มีกิจกรรมตอนกลางคืนสุดแสนโรแมนติกด้วยค่ะ นั่นก็คือกิจกรรมพายเรือชมหิ่งห้อย โดยปกติแล้วญี่ปุ่นจะไม่ค่อยมีกิจกรรมชมหิ่งห้อยที่ชาวต่างชาติอย่างเราเข้าถึงได้มากนัก นับเป็นอีกกิจกรรมที่น่าสนใจว่าหิ่งห้อยญี่ปุ่นจะเหมือนของไทยมั้ยนะ หรือบรรยากาศจะโรแมนติกมากกว่ามั้ยนะ เพราะคนญี่ปุ่นชอบสร้างบรรยากาศโรแมนติกอยู่แล้วนี่เนอะ

รายละเอียดเพิ่มเติม: hakuba.lion-adventure.com (ภาษาอังกฤษ)

บินชมวิวมุมสูงด้วย Paragliding

ขับรถประมาณ 15 นาทีจากที่พักจะมีกิจกรรมที่ให้นักท่องเที่ยวชมความสวยงามของฮาคุบะจากมุมสูงได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่ฮาคุบะยังสามารถเห็นหิมะจากเทือกเขาแอลป์ไกลๆ และด้วยสภาพภูมิประเทศที่สลับซับซ้อนทำให้ทิวทัศน์ที่นี่สวยทุกฤดู แอดมินขอภูมิใจนำเสนอกิจกรรม Paragliding ที่จะพาเราบินไปชมความสวยงามของฮาคุบะที่ความสูง 1,500 เมตร เป็นกิจกรรมที่เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหน้าร้อน และสามารถเล่นได้จนถึงช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่เราจะสามารถชมความงามของธรรมชาติได้อย่างเต็มที่

รายละเอียดเพิ่มเติม: paratopia.jp (ภาษาญี่ปุ่น)

ขึ้นบอลลูนยักษ์ Hot Air Balloon

เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจอีกหนึ่งกิจกรรมของช่วงฤดูร้อนคือ Hot Air Balloon ค่ะ เราสามารถชมวิวธรรมชาติที่สวยงามและกระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าได้อีกด้วย ส่วนตัวมองว่าเป็นกิจกรรมที่โรแมนติกมากๆ ในบรรยากาศ และช่วงเวลาอย่างนี้

รายละเอียดเพิ่มเติม: hakuba.lion-adventure.com (ภาษาอังกฤษ)

ปั่นจักรยานเสือภูเขา MTB

กิจกรรมกิจฮิตอีกอย่างก็คือการปั่นจักรยาน MTB ค่ะ ด้วยความที่อากาศไม่ได้ร้อนเหมือนเมืองไทย กิจกรรมพวกนี้จึงให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติและน่าเข้าร่วมมาก แม้แต่คนที่ไม่ออกกำลังกายก็มาจอยได้นะคะ 

รายละเอียดเพิ่มเติม: nsd-hakuba.jp (ภาษาอังกฤษ)

ท่องเที่ยวในเส้นทาง Happo Alpen Line

นอกจากนี้ก็มีกิจกรรมเดินเขาแบบง่ายๆ แบบครึ่งวัน จะมีไกด์เดินนำเพื่อพาชมธรรมชาติและเก็บบรรยากาศ สูดอากาศได้เต็มปอด สถานที่ที่น่าไปเดินมากคือ “บึงฮัปโป” ที่มีชื่อเสียง ด้วยระยะทางเพียงแค่ 1.5 กิโลเมตร ทำให้สาวๆ ที่อยากไปถ่ายรูปสวยๆเก๋ๆ ไม่ลำบากจนเกินไป โดยที่เราจะนั่งกระเช้ากอนโดล่าขึ้นไปด้านบนและต่อด้วยลิฟต์อีก 2 ครั้ง จึงจะเข้าสู่โซน Tracking จากนั้นเราก็จะเริ่มเดินเท้ากันแล้วนะคะ แนะนำให้ใส่ผ้าใบมานะคะ รับรองความสนุกและความสวยงามอย่างแน่นอน

รายละเอียดเพิ่มเติม: happo-one.jp (ภาษาอังกฤษ)

ส่งท้าย

กิจกรรมข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เราสามารถสนุกไปกับการท่องเที่ยวในฮาคุบะในช่วงฤดูร้อนได้ค่ะ จริงๆ แล้วยังมีกิจกรรมอีกมากมายเล่าวันเดียวไม่หมดค่ะ อาทิ กิจกรรมคอร์สบาบีคิวแบบครอบครัว กิจกรรมผจญภัยกลางแจ้ง เหมาะกับครอบครังที่พาเด็กๆ มาพักผ่อน กิจกรรมล่องแก่ง ปีนหน้าผา จุดจิบชาชมวิวเทือกเขาแอลป์ กิจกรรมดูดาวซึ่งที่นี่เห็นได้ชัดมาก สำหรับสายแบกกล้องก็น่าถ่ายดาวสุดๆ ไปเลยค่ะ นิยมส่องกล้องดูดาวช่วงเดือนพฤษภาคมและสิงหาคมค่ะ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ท้องฟ้าช่วงของที่นี่คือสดใสมากๆ แน่นอนว่าสายถ่ายดาวก็พลาดไม่ได้เช่นกัน

กิจกรรมมากมายขนาดนี้แอดมินอยากไปพักผ่อนสักอาทิตย์ค่ะ จะได้ทำให้หมดทุกกิจกรรม คล้ายกับว่าเมืองฮาคุบะคือเมืองตากอากาศในทุกฤดูเลยก็ว่าได้ ยิ่งได้ที่พักสไตล์ที่ชอบกับเพื่อนๆ หรือครอบครัวด้วยแล้ว รู้สึกเลยว่ามันดีกว่าโรงแรมจริงๆ เพราะว่ากิจกรรมเราเยอะ และในบางวันสภาพเราก็เปียกบ้างอะไรบ้าง ซึ่งการได้จัดการอุปกรณ์และเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก็ต้องใช้พื้นที่เยอะด้วย การเช่าบ้านทั้งหลังจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการพักผ่อนที่ฮาคุบะอย่างยิ่งค่ะ

นี่แหละถึงจะเรียกได้ว่าเป็นการพักผ่อนที่แท้จริง ฟีลไปบ้านเพื่อน ฟินสุดๆ ใครยังมองหาที่เที่ยวญี่ปุ่นสวยๆ ในช่วงหน้าร้อนลองมาที่ฮาคุบะกันนะคะ และมาเอ็นจอยกันได้ทุกฤดูกาลที่บ้าน YAMANOHA, ONSEN (Man made) กันได้นะคะ

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com