10 Things to do! : สิ่งที่ต้องทำ “เมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่น ในช่วงฤดูหนาว”

6061

[PR Article]

มีใครชอบเที่ยวฤดูหนาว เหมือนกับ premiumworldtour.info บ้างคะ? จะไปเที่ยวกับคนรู้ใจก็โรแมนติกไม่เบา หรือจะไปเที่ยวกับชาวแก๊งค์ก็เฮฮาสุดๆ ปลายทางในช่วงฤดูหนาวของเราในวันนี้ คือ “ประเทศญี่ปุ่น” นั่นเอง ไม่ใกล้ ไม่ไกลเลยค่ะ

ช่วงฤดูหนาวของประเทศญี่ปุ่น จะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ แค่คิดก็ฟินสุดๆ เดินเล่นรับความหนาวท่ามกลางหิมะโปรยปราย หืม.. อะไรจะดีต่อใจขนาดนี้ เกริ่นมาขนาดนี้แล้ว ไปดูกันดีกว่า สิ่งที่ต้องทำ “เมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่น ในช่วงฤดูหนาว” จะมีอะไรบ้าง ..

10 สิ่งที่ต้องทำ เมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่น ในช่วงฤดูหนาว

ชมภูเขาไฟฟูจิ : Mt. Fuji 1. ชมภูเขาไฟฟูจิ : Mt. Fuji

หนึ่งจุดแลนด์มาร์คสำคัญสุดๆ ของประเทศญี่ปุ่น หากพูดถึงญี่ปุ่นแล้ว สิ่งที่ลอยเข้ามาในความคิดอันดับแรกก็คงไม่พ้น “ภูเขาไฟฟูจิ” ภูเขาไฟฟูจินั่นเป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดและสวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ภูเขาไฟฟูจิยังได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์กร UNESCO ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในช่วงเดือนมิถุนายน 2556 ที่ผ่านมาค่ะ

ชมภูเขาไฟฟูจิ : Mt. Fuji โดยปกติแล้ว “ภูเขาไฟฟูจิ” ก็เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในทุกช่วงฤดูอยู่แล้ว แต่หากคุณมาเที่ยวในช่วงฤดูหนาวก็จะได้รับความรู้สึกที่แปลกไปเล็กน้อย ตรงที่ได้ชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่มีหิมะปกคลุมเล็กน้อย และยังได้สูดอากาศดีๆ ในช่วงฤดูหนาวอีกด้วย ดีต่อใจสุดๆไปเลย ..

การเดินทางมาคาวากุจิโกะ :

เดินทางโดยรถบัส Highway Bus ขึ้นจากสถานีชินจุกุ (Shinjuku) ไปลงที่สถานีปลายทางคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที

เยือนหมู่บ้านชิราคาวาโกะ : Shirakawago 2. เยือนหมู่บ้านชิราคาวาโกะ : Shirakawago

หมู่บ้านโบราณสไตล์กัสโซ่ สไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ฉบับดั้งเดิม เอกลักษณ์โดดเด่นคือ หลังคาทรงสูงที่เป็นทรงจั่ว ตัวหลังคาทำจากไม้ หญ้าคา ดินเหนียว และมีความหนามากเลยค่ะ “หมู่บ้านชิราคาวาโกะ” คืออีกหนึ่งจุดหมายปลายทางในช่วงฤดูหนาวกันเลยทีเดียว ในช่วงฤดูหนาวนั้น หมู่บ้านชิราคาวาโกะจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวปุกปุย และปกคลุมตามแนวยาวของเทือกเขาให้ความรู้สึกดุจดั่งยืนอยู่ในปุยเมฆสีขาว พร้อมสูดอากาศดีๆ เข้าสู่ร่างกายของเรา

หมู่บ้านชิราคาวาโกะ : Shirakawago ถึงแม้ว่าประเทศญี่ปุ่น จะเป็นประเทศที่มีความเจริญทางเทคโนโลยี แต่ประเพณีและวัฒนธรรมต่างๆก็ยังไม่ถูกกลืนหายไป ยังคงอยู่ให้เราได้สัมผัส ใครที่ต้องการสัมผัสกับความคลาสสิคของเมือง วิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่น ต้องไม่พลาดที่จะมาเยี่ยมชม “หมู่บ้านชิราคาวาโกะ” เพราะจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกเลยค่ะ

การเดินทางมาชิราคาวาโกะ :

เดินทางโดยรถบัส ออกจากชินจูกุ (Shinjuku) มาที่สถานีทาคาย่ามา (Takayama) และจากสถานีทาคายาม่า (Takayama) มาที่ชิราคาวาโกะ (Shirakawago)

เล่นสกี ที่นิเซโกะ : Ski @Niseko

3. เล่นสกี ที่นิเซโกะ : Ski @Niseko

ช่วงฤดูหนาวแบบนี้ หิมะโปรยปรายแบบนี้ ก็ต้อง “เล่นสกี” ถึงจะถูก! แต่เอ๊.. ทำไมต้องเล่นสกีที่เนเซโกะนะ รู้หรือเปล่า? นิเซโกะเป็นเขตภูเขาในภาคกลางของฮอกไกโด ได้รับการขนานนามว่า “หิมะคุณภาพดี” และยังได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

นิเซโกะ : Niseko “นิเซโกะ” เป็นเมืองที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในเรื่องของการเล่นสกีในช่วงฤดูหนาว และยังมีสกีรีสอร์ทให้คุณได้พักผ่อนรับบรรยากาศดีๆ ด้วยค่ะ นอกจากลู่สกีระยะทางยาวหลายกิโลเมตร ทุ่งหิมะปกคลุมสุดลูกหูลูกตา ตามรีสอร์ทต่างๆ ก็ยังมีกิจกรรมหลากหลายให้ท่านได้เลือกทำนอกจากการเล่นสกีด้วยค่ะ

การเดินทางมานิเซโกะ :

เดินทางโดยเครื่องบินมาลงที่สนามบินชิโตเสะ (New Chitose Airport) และใช้บริการรถไฟด่วน JR เส้นทาง ชินจิโตเสะ → ซัปโปโร → โอตารุ และจากโอตารุ นั่งรถไฟ Hakodate Main Line For Kutchan จนถึงนิเซโกะ

สวนป่าไผ่ อาราชิยาม่า : Bamboo Groves @Arashiyama

4. ถ่ายรูปที่สวนป่าไผ่ อาราชิยาม่า : Bamboo Groves @Arashiyama

“อาราชิยาม่า” เป็นสวรรค์ของการพักตากอากาศอย่างดีเชียว แต่!.. เราจะพาเพื่อนๆ ไปถ่ายรูปชิคๆกันที่สวนป่าไผ่ ระหว่างทางเดินก็จะเจอต้นไผ่สูงๆ ทั้งสองข้างทางลาดเอียงไปตามเนินเขา เดินเข้าไปเรื่อยๆ จะเจอกับศาลเจ้าโนโนะมิยะที่นิยมมาขอพรในเรื่องของความรักให้สมหวัง

ในเส้นทางนี้นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงาม ได้กลิ่นไผ่แบบเบาๆ บางๆ ในช่วงฤดูหนาวที่มีหิมะโปรยปรายระหว่างทางเดินก็จะเต็มไปด้วยหิมะ และตามต้นไผ่ก็จะมีหิมะปกคลุมในบรรยากาศเหมือนเดินอยู่บนก้อนเมฆเลยค่ะ นี่คือเสน่ห์ของ “สวนป่าไผ่” แห่งนี้เลย ..

การเดินทางมาอาราชิยาม่า :

การเดินทางโดยรถไฟ JR นั่งจากสถานี Kyoto Station นั่งรถไฟสาย Arashiyama Line ลงสถานี JR Saga-Arashiyama Station

5. แช่น้ำแร่ออนเซ็น : Onsen

อีกหนึ่งประสบการณ์แปลกใหม่ที่มาถึงญี่ปุ่นแล้วไม่ควรพลาดเลย คือการได้มาแช่น้ำแร่ออนเซ็น ออนเซ็นนั้นเป็นการแช่น้ำร้อนซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ แต่ละที่ก็จะมีส่วนผสมของธาตุเหล่านี้แตกต่างกัน ซึ่งจะทำให้เราได้รู้สึกผ่อนคลาย และช่วยในเรื่องการไหลเวียนของเลือดด้วยค่ะ และยังทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้ว ทำให้ผิวเราเรียบเนียนน่าสัมผัส

ในช่วงฤดูหนาว ก็คงไม่มีอะไรฟินกว่าการ “ออนเซ็น” แน่นอน อากาศเย็นๆ แช่ออนเซน ท่ามกลางหิมะโปรยปรายเล็กน้อย บรรยากาศดี๊ดี โรแมนติกสุดๆ ไปเลย  สถานที่ออนเซนที่ premiumworldtour แนะนำ ไม่ต้องไปไกลถึงฮอกไกโดก็ได้นะคะ ในเกียวโตก็มีเยอะแยะจนเลือกไม่ถูกกันเชียว หรืออาจจะลองใช้บริการของ Kurama Onsen เป็นออนเซนที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติเลยทีเดียว

การเดินทางมา Kurama Onsen :

นั่งรถราง Eizan Railway สายตรง Kurama จากสถานีต้นทาง Demachiyanagi มาจนสุดทางที่สถานี Kurama

ล่องเรือตัดน้ำแข็ง ที่อะบาชิริ : Abashiri Drift Ice 6. ล่องเรือตัดน้ำแข็ง ที่อะบาชิริ : Abashiri Drift Ice

ธารน้ำแข็งอะบาชิริอยู่แถบชายฝั่งทะเลโอค็อตสค์ พื้นที่ทิศใต้ของขั้วโลกเหนือที่มีแผ่นน้ำแข็งลอยอยู่เหนือน้ำทะเล อีกหนึ่งไฮไลท์ในช่วงฤดูหนาวของประเทศญี่ปุ่น คือ!.. แท่น แท๊น “ล่องเรือตัดน้ำแข็ง” นั่นเอง.. เปิดประสบการณ์ใหม่เลยทีเดียว เพราะถ้าอยู่ไทยคงไม่มีโอกาสได้ทำแบบนี้แน่นอน โดยธารน้ำแข็งจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม –  มีนาคม

เรือตัดน้ำแข็ง ที่อะบาชิริ : Abashiri Drift Ice กิจกรรมล่องเรือจัดน้ำแข็งนั้น ไม่ใช่แค่เพียงได้สัมผัสกับมหาสมุทรแล้ว รอบๆ บริเวณที่ล่องเรือก็ยังพบสัตว์ป่าหายากอีกเพียบเลย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์บก สัตว์น้ำ และสัตว์ปีกค่ะ นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ธารน้ำแข็งทะเลโอค็อตสค์ ที่จัดแสดงให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องธารน้ำแข็ง และสัตว์ขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในน้ำแข็งด้วยค่ะ

การเดินทางมายังท่าเรือ :

เดินทางจาก Abashiri Station ไปยัง Aurora boat termimal ลงที่สถานีปลายทาง Ryuhyo-saihyosen-noriba

ชมกำแพงหิมะ : Japan Alps 7. ชมกำแพงหิมะ : Japan Alps

อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดเลย ถ้ามาเยือนญี่ปุ่นในฤดูหนาว คือ “กำแพงหิมะ” เส้นทางแอลป์ทาเตยามะคุโรเบะเปรียบเป็น “หลังคาของญี่ปุ่น” ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,400 เมตรเลยทีเดียว

กำแพงหิมะ : Japan Alps คุณสามารถเดินเพลินๆ พร้อมกับเซลฟี่กับกำแพงหิมะได้เรื่อยๆ ในระยะทาง 500 เมตร ซึ่งถนนเส้นนี้จะเปิดเส้นทางเป็นช่วงๆ โดยกำแพงหิมะจะเริ่มเปิดตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ไปถึงเดือนพฤษภาคม หลังจากช่วงเดือนมิถุนายนแล้วกำแพงหิมะจะเริ่มละลาย แต่ก็คงมีบางส่วนหลงเหลือให้สัมผัสอยู่บ้าง

การเดินทางมาโทยาม่า :

เดินทางโดยรถไฟ JR Joetsu Shinkansen จากโตเกียว (Tokyo) ไปยัง โทมาม่า (Toyama) ถึงสถานี Echigo – Yuzawa แล้วเปลี่ยนรถไฟไปเป็น JR Hakutaka Limited Express มุ่งตรงสู่ โทยาม่า

นั่งกระเช้าลอยฟ้า คาชิ คาชิ : Mt.Kachi Kachi Ropeway 8. นั่งกระเช้าลอยฟ้า คาชิ คาชิ : Mt.Kachi Kachi Ropeway

ชมสุดยอดวิวใกล้ยอดภูเขาเทนโจ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,075 เมตร ชมวิวแบบพาโนรามา ชมทัศนียภาพและเก็บภาพโดยรอบของภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบคาวากุจิได้แบบดีต่อใจสุดๆ

ตัวการ์ตูนกระต่ายและทานุกิที่ถูกนำมาตกแต่งเหล่านี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นเรื่อง คะชิคะชิยามะ  หากมาเที่ยวในช่วงฤดูหนาวยิ่งฟินไปอีก ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะปุยขาวโพลน ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการกันเลยทีเดียวค่ะ

การเดินทาง :

เดินทางโดยการนั่งรถ Retrobus จากหน้าสถานีรถไฟคาวากุจิโกะมาลงที่ป้าย 10 Yuransen Ropeway Iriguchi จะเจอกับกระเช้าลอยฟ้าคาชิ คาชิ

9. ชมพิพิธภัณฑ์เบียร์ ซัปโปโร : Sapporo Beer Musuem

บรรยากาศเย็นๆ พร้อมกับหิมะโปรยปราย การได้จิบเครื่องดื่มรสชาติอร่อยๆคงเป็นอะไรที่เข้ากันมากน่าดูเลย ฮอกไกโด เป็นแหล่งที่ผลิตเบียร์แห่งแรกของประเทศญี่ปุ่น และเมืองซัปโปโร ก็เป็นแหล่งผลิตเก่าแก่ที่สุดเลยก็ว่าได้ และยังมีการส่งออกด้วยนะคะ

ภายในพิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (Sapporo Beer Musuem) จะมีการจัดแสดงเกี่ยวกับเบียร์ ไม่ว่าจะเป็นประวัติของเบียร์ในประเทศญี่ปุ่น หรือกระบวนการผลิตเบียร์ และยังมีเบียร์ให้ชิมเล็กๆ น้อยๆ ด้วยค่ะ บรรยากาศในฤดูหนาวต้องก็จิบเบียร์เพลินๆ ดูดดื่มกับบรรยากาศใหม่ๆ

การเดินทางมาพิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร :

เดินทางโดยรถไฟจาก Odori Station และโดยสารรถบัส Loop 88 Factory Line bus

10. ชิมราเมง ที่พิพิธภัณฑ์ราเมง ชินโยโกฮาม่า : Shin-Yokohama Ramen Museum

แนะนำที่เที่ยวไฮไลท์เด็ดๆ และกิจกรรมคูลๆ ไปบ้างแล้ว นอกจากจิบเบียร์แล้ว ที่ไม่ควรพลาดอีกอย่างคือ.. “ชิมราเมง” เมนูขึ้นชื่อจากแดนปลาดิบ มาถึงญี่ปุ่นทั้งที ต้องแวะมาชิมราเมงรสออริจินอลแท้ๆ ที่พิพิธภัณฑ์ราเมงชินโยโกฮาม่า (Shin-Yokohama Ramen Museum) กำเนิดมาจากความคิดที่จะให้คนทั่วไปสามารถลิ้มรสราเมงชื่อดังจากเมืองต่างๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่นได้ในที่เดียวโดยไม่ต้องเดินทางไปไกลๆ ค่ะ ภายในของพิพิธภัณฑ์ก็จะมีร้านราเมงหลากหลายร้าน ที่มีเอกลักษณ์รสชาติโดดเด่นเป็นตัวของตัวเอง เพื่อนๆท่านไหนอยากจะชิมหลายร้าน สามารถสั่งเป็นไซต์เล็กสุดได้ค่ะ

พิพิธภัณฑ์ราเมง ชินโยโกฮาม่า : Shin-Yokohama Ramen Museum ภายในพิพิธภัณฑ์ราเมงแห่งนี้ จัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับราเมงโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวประวัติความเป็นมาของราเมง ชนิดของราเมง น้ำซุปราเมง และท็อปปิ้งต่างๆ ที่จะใส่ในราเมง โดยบรรยากาศภายในของพิพิธภัณฑ์ราเมงนั้นจะจำลองบรรยากาศของเมืองชิตามาชิ เมืองเก่าของโตเกียวนั่นเอง

การเดินทางมาพิพิธภัณฑ์ราเมง :

เดินทางโดยการเดินจาก Shin-Yokohama Station ใช้เวลาประมาณ 10 นาที


เป็นอย่างไรกันบ้าง.. มีกิจกรรมอะไรที่ยังไม่เคยบ้าง ใครที่ไปเที่ยวช่วงฤดูหนาวที่ญี่ปุ่นก็อย่าลืมตามรอยเราบ้างนะคะ ไว้จะมาอัพเดทข่าวสารการท่องเที่ยวดีๆ ให้กับเพื่อนๆ อีกครั้งนะคะ ครั้งหน้าจะพาไปเที่ยวที่ไหนฝากติดตามด้วยค่ะ เพื่อนๆท่านไหนสนใจไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น สามารถกดดูรายละเอียดเพิ่มเติมของทัวร์ญี่ปุ่นได้เลย : https://www.premiumworldtour.info/japantour : )

ขอเชิญเพื่อนๆ ที่น่ารักทุกคน ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางซึ่งควรค่าแก่การ Follow ดังต่อไปนี้…

➤ Website : https://www.premiumworldtour.info
➤ Fanpage : https://facebook.com/tourlud
➤ LINE@ : @premiumworldtour

บทความโดย Premiumworldtour

รูปภาพที่มีโลโก้และบทความในเว็บไซต์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ JapanKakkoii.com