วิธีการเดินทางง่ายๆ และรวดเร็ว ระหว่างโตเกียว -โอซาก้า ทั้งแบบมีและไม่มี JR PASS

วิธีการเดินทางง่ายๆ และรวดเร็ว ระหว่างโตเกียว -โอซาก้า ทั้งแบบมีและไม่มี JR PASS

23993
SHARE
Shinkansen

สวัสดีค่าเพื่อนๆ เนื่องจากทริปใหญ่ระหว่างโตเกียวและโอซาก้าที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสใช้พาหนะชนิดต่างๆ เรียกว่า เยอะแยะตาแป๊ะไก่มาก และเนื่องด้วยเรามาเรียนที่ญี่ปุ่นจึงได้เป็นวีซ่าระยะยาว ทำให้ไม้ได้สิทธิในการท่องเที่ยวต่างๆ แบบนักท่องเที่ยวธรรมดา และไม่สามารถใช้ JR PASS ได้ การเดินทางไกลนั้นจึงกลายเป็นเรื่องที่ต้องคิดให้ถี่ถ้วนเลยทีเดียว

วันนี้เราจึงอยากจะนำเสนอการเดินทางในหลายๆ รูปแบบ โดยเป็นเส้นทางระหว่าง โตเกียวและโอซาก้า (Tokyo – Osaka) ซึ่งเป็นเส้นทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว มาดูกันเลยค่า ว่าจะมีวิธีการเดินทางระหว่าง 2 เมืองนี้อย่างไรบ้าง

4 วิธีการเดินทางระหว่างโตเกียว – โอซาก้า

1. เครื่องบิน

peach air
Photo by flypeach.com

เมื่อพูดถึงการเดินทางโดยเครื่องบินแล้ว หลายคนจะคิดว่าแพงอย่างแน่นอน อย่ากระนั้นเลยค่ะ ค่ารถไฟแพงกว่าอีก (เศร้าแป๊บ…) จริงๆ แล้ว ขึ้นอยู่กับสายการบินมากกว่า ถ้าใช้บริการของ ANA (ได้ยินคนญี่ปุ่นเขาเรียกว่า..อะนา) หรือ JAL ราคาก็พุ่งกระฉูดอย่างไม่ต้องสงสัย แต่สายการบิน Low Cost ในประเทศญี่ปุ่นเองก็มีให้บริการเช่นกัน เปรียบเทียบก็คล้ายๆ กับ Air Asia ของบ้านเราค่ะ

ราคาตั๋วเครื่องบินกลางๆ จากโตเกียว (สนามบินนาริตะ) ไปโอซาก้า (สนามบินคันไซ) โดยสายการบิน Peach เราจองได้ราคา 6,000 เยนโดยประมาณ ไม่รวมโหลดกระเป๋า และถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 กิโลกรัม โดยทั่วไปจะเริ่มต้นที่ 3,000 เยนกว่าๆ เก้าอี้รู้สึกว่าจะกว้างกว่า Air Asia บริการอื่นนอกจากนี้จะคล้ายๆ กับ Low Cost ทั่วไปค่ะ แต่แอร์โฮสเตสจะตัวเล็กๆ…ซึ่งที่เก้าอี้จะมีที่ให้เหยียบปีนขึ้นไปเก็บกระเป๋าด้วย ตอนแรกแอบตกใจนะคะ แต่ว่าเข้าใจเขาค่ะด้านบนมันสูงจริงๆ และแอร์ทุกคนสวมกางเกง การบริการถือว่าโอเคสำหรับ Low Cost (มารตฐานการบริการแบบญี่ปุ่น)

ข้อมูลเพิ่มเติม www.flypeach.com (ภาษาอังกฤษ)

2. รถบัสกลางคืน

WILLER EXPRESS BUS
Photo by ponpare.jp

รถบัสหรือส่วนใหญ่จะเรียกทับศัพท์ว่า “Night Bus” เป็นรถบัสวิ่งระหว่างเมืองในตอนกลางคืน เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการความประหยัดและไม่มี JR PASS การเดินทางด้วยรถบัสนี้เราได้ใช้บริการตอนขากลับจากโอซาก้าค่ะ ราคาถูกกว่าเครื่องบินเล็กน้อย อยู่ที่ประมาณ 5,000 เยนกว่าๆ จริงๆ แล้วจะมีราคาตั้งแต่ประมาณ 2,000 เยนปลายๆ ขึ้นไป ทั้งนี้ทั้งนั้นจะขึ้นอยู่กับเวลาเดินทาง ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงการโหลดสำภาระใต้ท้องรถได้ด้วยคล้ายๆ เครื่องบินค่ะ ยิ่งจองล่วงหน้าไว้นาน ราคาจะยิ่งถูก รถบัสมีหลากหลายประเภทให้เลือกมากมาย

ข้อดีของการนั่ง Night Bus นั้น คือประหยัดค่าโรงแรมและประหยัดค่าเดินทางไกลได้อีกด้วย (ในส่วนของรายละเอียดเราจะขอนำเสนอในบทความพิเศษอีกทีนะคะ ยาวจริงๆ แต่ว่าเราคอนเฟิร์มว่าดีจริงค่ะ) รถบัสญี่ปุ่นนี่สบายมากจริงๆ ซึ่งบริษัทที่ให้บริการนั้นมีอยู่มากมาย แต่ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวมากที่สุดน่าจะเป็น Willer Express Bus เนื่องจากเว็ปไซต์มีภาษาอังกฤษ สามารถจองล่วงหน้าผ่านอินเทอร์เน็ตได้ และชำระผ่านบัตรเครดิตหรือเดบิตได้ ซึ่งนั่นจะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถจองล่วงหน้าได้อย่างสะดวก

ข้อมูลเพิ่มเติม willerexpress.com (ภาษาอังกฤษ)

3. รถไฟ Shinkansen

ShinkansenShinkansen นั้นถือว่าเป็นยานพาหนะในฝันของใครหลายๆ คนที่อยากจะนั่งกัน เพราะเป็นรถไฟที่วิ่งได้เร็วมาก ในกรณีที่ซื้อ JR PASS นั้นจะสามารถขึ้น Shinkansen (ขบวน HIKARI หรือ KODAMA) ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย (*ยกเว้นขบวน NOZOMI)

แต่ในกรณีของเราที่ไม่สามารถซื้อ JR PASS เพราะอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่นนั้นก็ต้องจ่ายราคาเต็มๆ ค่าโดยสารทั่วไป ถ้าเป็นรถด่วนจะแบ่งเป็นราคาที่นั่ง + ค่าจองที่นั่งและถึงแม้จะมีโซนสำหรับไม่ต้องจองที่นั่งก็ใช้ต้องเงินจำนวนหนึ่งอยู่ดี รวมค่าใช้จ่ายแล้ว Shinkansen จะเสียราคาเที่ยวละ 14,000 เยนโดยประมาณ (ราคานี้เป็นแบบไม่จองที่นั่ง) หากเป็นแบบจองหรือเป็น Green Car นี่คาดว่าสามารถจองตั๋วเครื่องบินโลว์คอสไป – กลับไทยได้เลยค่าาา


สามารถเช็คเที่ยวรถไฟได้ที่ hyperdia.com

4. รถไฟกลางคืน (แพงมหาโหดมาก)

SONY DSC
Photo by en.wikipedia.org

รถไฟกลางคืน หรือ Night Train มีชื่อเรียกว่า Sunrise Izumo ค่ะ ให้บริการจากโอซาก้าไปโตเกียวเท่านั้น หน้าตาของรถไฟกลางคืนนี้จะเหมือนหุ่นหนักๆ แน่นๆ สูงกว่ารถไฟปกติ และท้องรถโหลดต่ำกว่ารถไฟทั่วไป ด้านในมี 2 ชั้น ประกอบด้วย ห้องนอน ห้องนั่งเล่น โซนนั่งพักผ่อน ห้องน้ำ ห้องทานอาหาร ห้องสูบบุหรี่ รวมอยู่ในขบวนนี้

ในส่วนของห้องนอนมีหลายประเภทค่ะ ทั้งห้องนอนรวม ห้องนอนส่วนตัว และเป็นกลุ่ม แต่เราเลือกห้องนอนส่วนตัว แบ่งเป็นโซนบนและล่าง มีพื้นที่ให้นอนเหยียดยาวได้ทั้งตัว มีชุดให้เปลี่ยน มีที่ให้วางสัมภาระอีกด้วย และเรายังสามารถเลือกประเภทได้ด้วยว่าจะนอนเป็นห้องนอนเดี่ยว หรือห้องละ 2 คน รวมไปถึงความไฮโซ… ที่มาพร้อมกับราคาที่สูงลิบลิ่ว

การเดินทางโดย Night Train นี้จริงๆ แล้ว เราได้นั่งโดยบังเอิญแบบไม่รู้เรื่องอะไรเลยเมื่อหลายปีก่อน เมื่อมองย้อนไปแล้วคิดว่าดีมากๆ ที่ได้มีโอกาสนั่ง เพราะหากเป็นตอนนี้คงไมได้นั่งกันง่ายๆ เพราะมีตัวเลือกที่ถูกกว่าอย่าง Night Bus และ สายการบิน Low Cost (แบบว่าใจไม่ถึงที่จะเสียเงินเพิ่ม ฮาาา)

ป.ล. จริงๆ แล้วในขบวนยังมี NOBINOBI CAR ที่สามารถใช้ JR PASS โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอยู่ด้วย แต่วันที่เราจองขบวนนี้มันเต็มจึงต้องจองแบบ Single ฺBerth หรือห้องนอนเดี่ยวแทน

Nobinobi_Seat (Upper_section)
Photo by en.wikipedia.org

หน้าตาของที่นอนแบบ NOBINOBI

ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัวของเราเมื่อสมัยที่มาเที่ยวญี่ปุ่นหลายปีก่อน ที่นอนแบบ Single Berth คือ สามารถใช้ JR PASS แสดงได้โดยไม่ต้องเสียค่าตั๋วโดยสาร แต่…ต้องเสียค่าจองห้องนอน 11,000 เยน โดยประมาณ ถ้าไม่มี JR PASS นะคะ คิดดู โหววว =[]=!

Jr285_single
Photo by en.wikipedia.org

อันนี้เป็นแบบ Single Berth ที่เราเคยนอนค่ะ ห้องนี้เป็นโซนด้านบน มีของจำเป็นครบสำหรับการนอน กระจกสามารถดึงม่านลงมาปิดได้ และประตูล๊อคได้ บางทีจะมีนายสถานีจะมาเคาะตรวจตั๋วรถด้วย ส่วนความสบายนั้นไม่ต้องถามถึง หลับเต็มอิ่มมาก

รถไฟนอนนั้นจะออกจากโอซาก้าเวลาประมาณ เที่ยงคืนครึ่งและถึงโตเกียวในเวลา ประมาณเจ็ดโมงเช้า หลับสนิทและสบายเหมือนอยู่โรงแรมเลยค่ะ อิ อิ แต่ราคานี่แพงไปหน่อย แต่ใครสนใจลองดูกันได้นะคะ หุ หุ

ข้อมูลเพิ่มเติม jprail.com (ภาษาอังกฤษ)

สำหรับวันนี้เราต้องลากันไปเพียงเท่านี้ ขอให้เพื่อนๆ เที่ยวญี่ปุ่นให้สนุกนะคะ การเดินทางหลายๆ แบบอาจจะเหนื่อยแต่มันเป็นความสนุกและสีสันของการท่องเที่ยว สวัสดีค่ะ ^^

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่มือท่องเที่ยวโตเกียว (Tokyo Guide)
รวมบทความเที่ยวโอซาก้าด้วยตัวเอง
รวมบทความท่องเที่ยวในภูมิภาคคันไซ
แผนที่และรายชื่อ 8 ภูมิภาคและ 47 จังหวัดของประเทศญี่ปุ่น
เส้นทางบินไปญี่ปุ่น & สายการบินไปญี่ปุ่น แบบบินตรงและแวะพัก

Comments

comments