วิธีการทำบัตร Suica ที่ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ ง้าย ง่าย ใน 8 ขั้นตอน

วิธีการทำบัตร Suica ที่ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ ง้าย ง่าย ใน 8 ขั้นตอน

33877
SHARE
วิธีการซื้อบัตร Suica

ก่อนหน้านี้เราได้แนะนำวิธีการซื้อตั๋วรถไฟที่เครื่องขายตั๋วด้วยตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว และสำหรับคนที่ไม่อยากเสียเวลาซื้อตั๋วรถไฟบ่อยๆ เราขอแนะนำให้ทำบัตร Suica สำหรับใช้เติมเงินแล้วเดินเข้าช่องตอกตั๋วแบบชิลๆ

บัตร Suica นั้นนอกจากจะใช้สำหรับขึ้นรถไฟได้ทั้งบนดินและใต้ดินได้แล้ว ยังสามารถใช้ในร้านค้าต่างๆ อาทิ ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายเสื้อผ้า เครื่องเขียน ร้านไอศกรีม ดูหนัง และอื่นๆ อีกมากมาย แถมไม่ต้องดูราคาให้ยุ่งยากด้วยค่ะ

เราสามารถใช้บัตร Suica ได้ในหลายโซนเลยนะคะ นอกจาก Tokyo แล้ว ก็ยังมี Sendai, Niigata, Hokkaido, Tokai, West Japan และ Kyushu การทำบัตรก็ง่ายแสนง่าย แต่อาจจะยาวนิดหน่อยนะคะ ^^ ไปดูกันเล้ยยย!

ตู้จำหน่ายตั๋วหน้าตาเครื่องขายตั๋วเป็นประมาณนี้นะคะ เนื่องจากว่าเครื่องมันจะมีหลายช่องหลายรูจึงขอแนะนำช่องต่างๆ ที่ต้องใช้ในการซื้อตั๋วกันคร่าวๆ เรียงจาก ขวา –> ซ้าย

สีแดง: ช่องใส่เหรียญ

สีน้ำเงิน: ช่องใส่ธนบัตร

สีเขียว: ช่องรับตั๋วรถไฟ

สีชมพู: ปุ่ม Cancel ทุกขั้นตอน

8 ขั้นตอนการทำบัตร Suica

1. เปลี่ยนภาษาที่ตู้ขายตั๋ว

ไปที่ตู๋ขายตั๋วที่สามารถออกบัตร Suica ได้ จากนั้นให้เปลี่ยนภาษาญี่ปุ่นให้เป็นภาษาอังกฤษก่อน ที่ปุ่มตรงมุมขวาด้านบนนั่นเอง

เปลี่ยนภาษา

2. เลือกรูปแบบของบัตรที่ต้องการซื้อ

เลือกเมนูด้านล่างมุมซ้ายสีฟ้าๆ “Purchase New Suica” ในส่วนนี้จะสามารถทำบัตร Suica ใหม่ได้และดูข้อมูลบัตร Suica ที่เราใช้อยู่ได้ด้วยค่ะ


เลือกรูปแบบบัตร

3. เลือกรูปแบบของบัตร Suica

พอจิ้มเข้ามาเมนูด้านในจะมีให้เลือก 3 เมนู

3.1 My Suica (New purechase): ทำบัตรใหม่ (สามารถออกบัตรใหม่ได้ในกรณีที่หาย)

3.2 Suica (New purechase): ทำบัตรใหม่

3.3 Charge: เปลี่ยนประเภทบัตร Suica (จากเด็กเป็นผู้ใหญ่) ดูประวัติการใช้บัตร

จริงๆ แล้วการทำบัตรใหม่จะสามารถกดได้ทั้งเมนูที่ 1 และ 2 แต่ในกรณีบัตรหายต้องกดเมนูที่ 1 ส่วนตัวเราเลือกเมนูแรกค่ะ จิ้มโลด

MySuica

4. อ่านเงื่อนไข

จะมีเงื่อนไขเบื้องต้นขึ้นมาค่ะ ให้กด “Confirm” โลดดดด

อ่านเงื่อนไข

5. กรอกข้อมูลส่วนตัว

ให้กรอกข้อมูลส่วนตัว ช่องด้านหน้าให้เขียนนามสกุลก่อนนะคะ ใส่แค่ 4 ตัวอักษรก็พอไม่ต้องเขียนหมดก็ได้

กรอกข้อมูลส่วนตัว5.1 ใส่นามสกุลเสร็จแล้วให้กดปุ่มในช่องกรอบไฮไลท์สีเหลือง เพื่อเขียนชื่อในช่องไฮไลท์สีแดงจ้าา ชื่อก็เอาชื่อเต็มก็ได้ค่ะจะได้รู้ว่าเป็นชื่อเรา เขียนเรียบร้อยแล้วก็กด “OK”

ใส่ชื่อ

5.2 ขั้นตอนนี้ง่ายๆ ก็เลือกเพศชาย หรือ หญิงจ้า

เลือกเพศ5.3 ใส่วันเดือนปีเกิดค่ะ YYYY-MM-DD นับตามปีเกิด ค.ศ แล้วกด “OK”

ใส่วันเกิด5.4 ใส่เบอร์โทรศัพท์ค่ะ เราเป็นนักท่องเที่ยวให้ใส่เป็นเบอร์โรงแรมก็ได้นะคะ จากนั้นก็กด “OK”

ใส่เบอร์โทรศัพท์

6. ตรวจสอบข้อมูล

ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องค่ะ เขียนตรงไหนผิดก็กลับไปแก้ได้ โดยกดตรงปุ่มเมนูด้านซ้ายที่เขียนว่า “Name” ,”Sex”, “Birth Date”, “Telephone” ถ้าไม่มีจุดผิดพลาดก็กด “OK” โลดๆ

ตรวจสอบข้อมูล

7. เติมเงินในบัตร

จากนั้นเครื่องจะถามค่ะว่าเราจะเติมเงินเท่าไหร่ มีให้เลือกตั้งแต่ 1,000 เยนขึ้นไป โดยจะมีการหักค่ามัดจำบัตร 500 เยน เราเลือกเติม 1,000 เยน จิ้มค่ะจิ้ม อิ อิ

เติมเงินในบัตร

8. จ่ายเงินและรอรับบัตร

ขั้นตอนสุดท้ายคือการใส่เงินตามจำนวนที่เรียกเก็บค่ะ ขั้นตอนเกือบสุดท้ายแล้วค่ะ คือจำนวนรวม 1,000 เยน ค่ามัดจำบัตร 500 เยน และเงินในบัตรที่สามารถใช้ได้ 500 เยน

จ่ายเงิน เพียงเท่านี้รอไม่กี่วินาทีบัตรเพนกวินสีเขียวเงินก็จะออกมาให้เราได้ยลโฉมกันจ้าาา หลังจากนั้นก็เดินตัวปลิวขึ้นรถไฟได้เลย^^

บัตรSuicaตัวอย่างบัตร Suica (แบบธรรมดา)

บัตรSuica (แบบรายเดือน)ตัวอย่างบัตร Suica (แบบรายเดือน)
ถ้าบัตรธรรมดาจะไม่มีตัวหนังสือสีน้ำเงินนะคะ

เพื่อนๆ คนไหนมาเที่ยวญี่ปุ่นลองทำบัตร Suica ไว้ใช้กันนะคะ สะดวกมากๆ การเติมเงินก็สามารถเติมได้ที่ตู้ซื้อตั๋วรถไฟและมินิมาร์ททั่วไป หรือถ้าไม่ใช้แล้วก็จะได้เงินมัดจำคืนเมื่อเราคืนบัตร สามารถคืนบัตรได้ที่ศูนย์ JR East ทุกที่ (หากซื้อบัตรกับ Tokyo Monorail หรือที่อื่นๆ ที่ไม่ใช่ JR East ต้องไปคืนกับที่ที่ออกบัตรนั้นๆ ไม่สามารถคืนที่ศูนย์ JR East ได้) บัตรมีอายุ 10 ปี สามารถเก็บไว้ใช้เที่ยวรอบต่อๆ ไปได้อีกจ้าาา สำหรับวันนี้สวัสดีค่าา


บทความที่เกี่ยวข้องกับรถไฟในญี่ปุ่น

วิธีการซื้อตั๋วรถไฟญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ง้าย ง่าย ใน 5 ขั้นตอน
โตเกียว! ขึ้นรถไฟยังไงไม่ให้ผิดฝั่ง ผิดสาย
35 เรื่องเล่าของรถไฟในโตเกียวที่ไม่มีในหนังสือ
3 ตัวอย่างหลักการตั้งชื่อสายรถไฟของญี่ปุ่น

Comments

comments