เคล็ดลับการจัดกระเป๋าไปญี่ปุ่นด้วยวิธีการหาร 2!!!

เคล็ดลับการจัดกระเป๋าไปญี่ปุ่นด้วยวิธีการหาร 2!!!

12709
SHARE
จัดกระเป๋าไปญี่ปุ่น

หลายครั้งมักมีคำถามว่าจัดกระเป๋าไปญี่ปุ่นอย่างไรดี? ไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องเอาอะไรไปบ้าง? ควรเตรียมอะไรไปด้วย? จัดไปจัดมาก็ปาไปเกือบ 20 กก. แทบไม่เหลือน้ำหนักให้ขนอะไรกลับมาแล้ว ฮา~

เมื่อครั้งกระโน้นนน ตัวเราเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกันค่ะ แต่ในวันนี้เราอยากจะแนะนำการ “จัดกระเป๋าเพื่อไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยวิธีการหาร 2” ไปดูกันดีกว่าค่ะว่าเราต้องจัดกันแบบไหนบ้าง!

จัดกระเป๋าไปญี่ปุ่นเชื่อหรือไม่! ทั้งหมดนี้คือเสื้อผ้าสำหรับการเที่ยวญี่ปุ่น 7-8 วันเชียวนะคะ!!! เป็นไปไม่ได้ ก็เป็นไปแล้วค่ะ ด้วยเคล็ดลับหาร 2 ของเรานั่นเอง

เคล็ดลับการจัดกระเป๋าไปญี่ปุ่นแบบหาร 2 คืออะไร?

“เคล็ดลับหาร 2” นั้นหมายถึงการนำจำนวนวันที่เราท่องเที่ยวมาหาร 2 และจัดเสื้อผ้าจำนวนวันที่หารได้ค่ะ อาทิ ในรูปตัวอย่างคือใช้เวลา 7-8 วันในการเที่ยว เมื่อหาร 2 แล้วคือ 4 วัน ดังนั้นเสื้อผ้าที่เราจะจัดสำหรับการไปเที่ยวครั้งนี้คือ 4 ชุด (รวมชุดที่ใส่วันเดินทางด้วย)

อย่าพึ่งกังวลไปว่าเราจะใส่ซ้ำนะคะ เนื่องด้วยการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นนั้นสะดวกม๊ากมาก โรงแรมส่วนใหญ๋จะมีเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าแบบหยอดเหรียญไว้ให้บริการ ค่าบริการเครื่องซักผ้า 200 เยน และเครื่องอบผ้า 30 นาที ราคา 100 เยนเท่านั้นค่ะ เมื่อถึงช่วงกลางทริปเราก็ทำการซักและอบให้เรียบร้อย หลังจากนั้นแค่ผึ่งในห้องไม่ต้องทำอะไรเลย ตื่นเช้ามาก็ได้ผ้าหอมๆ ใหม่เอี่ยม จากเสื้อผ้า 4 วันจะกลายเป็น 8 วันได้ในทันที!

มาดูตัวอย่างกันค่ะ ในที่นี้เราจัดแบบไม่รวมชุดที่ใส่ในวันเดินทางนะคะ การท่องเที่ยวญี่ปุ่นโดยส่วนใหญ่มักจะท่องเที่ยวในฤดูที่มีอากาศเย็น ดังนั้นเราขอยกตัวอย่างการจัดแบบเซ็ตสำหรับอากาศหนาวๆ นะคะ สำหรับหน้าร้อนหลายท่านคงพอทราบกันอยู่บ้างเพราะเมืองไทยนั้นร้อนตับไหม้เลย ส่วนหน้าร้อนญี่ปุ่นก็ร้อนพอๆ กันเลย เอิ๊ก!

*อ่านเพิ่มเติมได้ที่
10 ไอเทมที่ควรพกเมื่อมาเที่ยวช่วงหน้าร้อนญี่ปุ่น!
7 ไอเทมที่ควรพกเมื่อมาเที่ยวช่วงหน้าหนาวญี่ปุ่น!

เริ่มจากท่อนบนกันก่อนนะคะ ในฤดูที่มีอากาศหนาวเย็นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคม – ปลายเดือนเมษายน (ฤดูใบไม้ร่วง-ใบไม้ผลิ) เราจะสวมท่อนบนประมาณ 3 step ค่ะ และท่อนล่างอีก 1 step

เสื้อ

Step 1: เสื้อลำลอง 3 ตัว

หมายถึงเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ในอาคารที่มีฮีตเตอร์ทำงานอยู่แล้ว ดังนั้น สามารถใช้เสื้อผ้าที่มีขายทั่วไปตามตลาดบ้านเราค่ะ ส่วนตัวเราจะใส่เสื้อเชิ้ตหรือโปโลง่ายๆ มีทั้งแขนสั้น แขนยาว ตามแต่สะดวกค่ะ และแน่นอนว่าเมื่อหาร 2 แล้ว เราก็จัดลงแค่ 3 ตัวเท่านั้น (เฉพาะชุดที่จะเอาใส่กระเป๋าเดินทาง ไม่รวมชุดที่ใส่วันเดินทาง)


เสื้อสำหรับสวมทับ

Step 2: เสื้อถักหรือเสื้อสำหรับสวมทับ 3 ตัว

คือเสื้อที่เราสวมทับเสื้อผ้าลำลอง ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อพวก นิตแวร์ คือพวกเสื้อถัก สเวตเตอร์ คาดิแกนทั้งหลาย หรือเสื้อถักที่ทำจากขนสัตว์ทั้งหลาย เหตุที่เราต้องใส่เสื้อธรรมดาไว้ด้านในนั้น เนื่องจากหากใส่พวกเสื้อถักอย่างเดียวเวลาอยู่ในอาคารจะถอดออกก็ไม่ได้ อีกทั้งใต้วงแขนแต่ละท่านอาจจะเปียกกันได้นะคะ อิ อิ อีกทั้งในช่วงเที่ยงวัน อากาศจะอุ่นขึ้นเล็กน้อยทำให้เราสามารถถอดเสื้อโค้ดหรือเสื้อนอกเดินได้แบบสบายๆ เลยค่ะ

เสื้อตัวนอก

Step 3: เสื้อตัวนอกหรือเสื้อโค้ท 2-3 ตัว

ส่วนตัวเราจะเตรียมเพียงแค่ 2 ตัว โดยเลือกจากการใช้ประโยชน์ค่ะ วันที่เดินในเมืองต้องแฟชั่นหน่อยก็เลือกสวมโค้ทยาว วันไหนออกต่างจังหวัด ลมแรง หรือต้องเดินมากๆ ก็เลือกสวมเสื้อที่มีนำหนักบาและกันลม แค่ 2 ตัว แต่สามารถออกท่องเที่ยวไปทุกสถานการณ์เลยค่ะ เพื่อนๆ ที่เที่ยวอยู่ในเมืองเป็นส่วนใหญ่ก็สวมพวกโค้ทติดตัวในวันเดนทาง ถือขึ้นเครื่องก็ได้นะคะ ^^

กางเกง

Step 4: กางเกงผ้าเนื้อหนา 2-3 ตัว

สาวๆ ท่านใดที่อยากแต่งแฟชั่นกระโปรงสั้นๆ แบบสาวญี่ปุ่น แนะนำให้เป็นกางเกงยีนส์หนึ่งตัว กระโปรงหนึ่งตัว และกางเกงแฟชั่น 1 ตัว (ถ้าเป็นช่วงอากาศหนาวๆ ให้เลือกเนื้อผ้าหนานิดหนึ่งจะดีมาก) การจัดแบบนี้สามารถเดินเที่ยวได้ทั้งในเมือง เข้าป่า และสะดวกอีกด้วย ในภาพตัวอย่างของเราไม่มีกระโปรง มีกางเกงแฟชั่น 1 ตัว และกางเกงที่เอาไว้เดินเที่ยวได้ทั้งป่าและในเมืองค่ะ อีก 1 ตัวที่สวมวันเดินทางก็เป็นยีนส์สีดำ

*ส่วนชุดชั้นในก็ขนมาแล้วแต่สะดวกเลยค่าาา (ไม่ขอลงรูป เขิลลล)

พร็อพกันหนาว

Step 5: พร็อพกันหนาว

สุดท้ายของเสื้อผ้าคือพวก พร็อพทั้งหลายที่เราคงอยากสวมใส่กันทั้งผ้าพันคอ ถุงมือ ถุงเท้า บลาๆ ในรูปตัวอย่างเราจัดตามการใช้งานจริงค่ะ ได้แก่ ผ้าพันคอ 1 ผืน ถุงเท้ายาว 3 คู่ ถุงหมือ 1 คู่ และฮีทเทค 3 ชุด (ประกอบด้วยเสื้อและกางเกง) ของพวกนี้ไม่จำเป็นต้องจัดไปหลายชุด ให้เลือกผืนที่ชอบที่สุด เพราะเมื่อถึงเวลาใช้จริงเราก็เลือกที่เราชอบอยู่ดี ==”

หมายเหตุ: ในรูปเราจัดผ้าเช็ดตัวหรือผ้าเช็ดหัวผืนเล็กไปด้วย เผื่อสำหรับคนที่เดินทางด้วย Night bus หรือเดินทางข้ามจังหวดนานๆ หรือเพื่อนๆ ที่ขึ้นเครื่องข้ามคืน เอาไว้ใช้ติดตัวนะคะมีประโยชน์มากๆ

ยาสามัญ

Step 6: ยาสามัญ

เพิ่มเติมสำหรับการจัดยาสามัญที่จำเป็น *จัดตามความจำเป็นของแต่ละบุคคลก็พอค่ะ

1. ยาแก้แพ้
2. ยาสำหรับท้องไส้ (ท้องร่วง,ท้องอืด,บิด,ยาโรคกระเพาะ)
3. ยาแก้หวัด-ลดไข้ (พกไทลินอลก็เพียงพอ) + ยาแก้อักเสบ
4. ยาคลายกล้ามเนื้อ (จำเป็นอย่างมากถ้าเดินเยอะๆ)
5. เซ็ตยานวดและผ้าพันแก้ปวด
6. ยาใส่แผลสด/แอลกอฮอลล์/น้ำเกลือ (ขวดเล็กๆ) เนื่องจากไม่มีวางขายในร้านขายยาทั่วไป

หมายเหตุ: ยาในข้อ 4-5 นั้นสำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่ชินกับการเดินแบบคนญี่ปุ่นอาจจะเดี้ยงได้ภายในไม่กี่วันนะคะ อิ อิ

ในส่วนของยานี้ส่วนตัวเราอยากให้จัดมาให้เรียบร้อย เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นนั้นการจำหน่ายยาหลายๆ ประเภทต้องใช้ใบสั่งแพทย์กำกับ ดังนั้นยาสามัญประจำบ้านทั่วไปของไทยอาจจะต้องใช้ใบสั่งแพทย์หากหาซื้อในประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยาบางประเภทก็ใช้ไม่ค่อยได้ผลกับร่างกายที่เคยเจอยาแรงๆ แบบบ้านเรา (เราเคยซื้อยาแก้ไอมากินหมดเป็นขวดก็ไม่หาย T^T คิดถึงพี่เสือน้ำดำมาก)

สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว กรุณาขอใบสั่งแพทย์ติดตัวมาด้วยในกรณีที่จำเป็นต้องใช้ยาและใบสั่งสำหรับยาประจำตัว (ในกรณีนี้เกี่ยวเนื่องถึงการอนุญาตนำเข้ายาบางชนิดด้วยค่ะ)

อุปกรณ์เสริม

Step 7: อุปกรณ์เสริม

สุดท้ายขอแนะนำอุปกรณ์ที่ควรพกพามาประเทศญี่ปุ่นด้วย คือพวกเครื่องมืออิเล็กทรอนิคทั้งหลาย แต่ที่เราอยากจะแนะนำมากที่สุดคือหัวแปลงปลั้ก เพราะที่ญี่ปุ่นหาซื้อยาก ต้องหาในพวก Big camera ถึงจะเจอ ในร้านสะดวกซื้อไม่มี อีกทั้งราคาก็ประมาณ 200 บาท (ซื้อที่ Pantip 40 บาทเอง)

*อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ปลั๊กไฟญี่ปุ่น กระแสไฟฟ้าที่ญี่ปุ่น เขาใช้แบบไหนกันนะ??

สิ่งที่อาจไม่จำเป็นต้องพกพามา (ถ้าโรงแรมมีให้)

1. เซ็ต แปรงฟัน ยาสีฟัน ยาสระผม ครีมนวด ครีมอาบน้ำ แต่ถ้ากลัวแพ้หรือไม่ชอบ ก็พกมาเองเป็นไซส์เดินทางก็ได้ค่ะ
2. ไดร์เป่าผม (บางโรงแรมอาจไม่มีในห้อง แต่สามารถไปยืมที่เคาท์เตอร์ได้) แต่ถ้าเป็นพวกที่หนีบผม ม้วนผม อาจจะต้องพกมาเอง (ถ้าเป็นไฟเมืองไทย มาใช้ที่นี่จะร้อนช้าหน่อย ต้องใจเย็นๆ)
3. ถ้าปกติที่ไทยไม่ได้ใช้ครีมทาตัวสำหรับผิวแห้งจริงๆ แนะนำให้มาซื้อที่ญี่ปุ่นดีกว่าค่ะ เนื่องจากครีมไทยส่วนใหญ่เอาไม่อยู่ ทาแล้วผิวยังแห้งอยู่เลย…และเป็นการถือโอกาสใช้ของญี่ปุ่นด้วย อิ อิ

603370_405038909577172_1724917942_nนี่คือสภาพเราเมื่อเดินทางมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่นครั้งแรก จำนวน 13 วัน ทั้งหมดคือสัมภาระของคน 1 คน!!! (เยอะไปไหน ฮาาา)

1923767_965820156832375_7472761142637433496_nปัจจุบันหากไม่เกิน 10 วันเราก็ใช้เพียงเท่านี้ เดินไปไหนมาไหนสะดวก ไม่พะรุงพะรังไม่ต้องกังวลว่าจะฝากของไว้ที่ไหน ไม่ต้องเสียค่าล็อคเกอร์แพงๆ สวรรค์ของกระเป๋าน้อยๆ นี่มันดีจริงๆ~

เพื่อนๆ คนไหนที่อยากท่องเที่ยวแบบสบายๆ ไม่อยากแบกกระเป๋าน้ำหนักเยอะๆ ทั้งเน้นความสะดวก ลองใช้วิธีแบบเรานะคะ อยู่รอด ปลอดภัย แฮปปี้ แฟชั่นก็ได้ สบายๆ ก็ได้ สำหรับวันนี้สวัสดีค่า

ค้นหาและจองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น

Comments

comments