ชีวิตในญี่ปุ่น…หลายอย่างเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อฉันมาอยู่ญี่ปุ่น

ชีวิตในญี่ปุ่น…หลายอย่างเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อฉันมาอยู่ญี่ปุ่น

2786
SHARE
ชีวิตในญี่ปุ่น

สวัสดีค่า บทความนี้เป็นอีกหนึ่งบทความพิเศษที่อยากจะแชร์ประสบการณ์ของตัวเองซึ่งได้มีโอกาสใช้ชีวิตในญี่ปุ่นในกรุงโตเกียวมาได้ซักระยะหนึ่งแล้ว ทั้งภาษา วัฒนธรรม การใช้ชีวิตที่ญีปุ่นนี้ทำให้เราเกิดนิสัยหรือการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิมหลายอย่างเลย

มาดูกันค่ะว่าการใช้ชีวิตของเราจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง เพื่อนๆ น่าจะได้เห็นภาพมากขึ้นว่าการใช้ชีวิตในญี่ปุ่นนั้นเป็นอย่างไรด้วยนะคะ

ชีวิตในญี่ปุ่นกับ 38 อย่างที่เปลี่ยนไป

1. เดินเร็วขึ้น เรื่องนี้หลายๆ ท่านอาจจะพอเดาได้บ้างเพราะคนญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องเดินเร็วมาก จริงๆ มันมีเหตุผลอยู่ว่า การเดินนั้นจะมีการกำหนดเวลาไว้เสมอ เพื่อไปให้ทันรถไฟรอบที่ต้องการ การไปให้ทันนัดสำคัญ รวมถึงในชีวิตการทำงานของคนญี่ปุ่นจะทำทุกอย่างด้วยความรวดเร็ว เวลาเป็นสิ่งมีค่ามากสำหรับที่นี่ ส่วนตัวเราเองก็ค่อยๆ เดินเร็วขึ้นตามวิถีชีวิตของคนที่นี่เช่นเดียวกันค่ะ

2. กลายเป็นบ้าหอบฟางออกจากบ้านจะพกสมบัติเหมือนย้ายบ้าน สารพัดจะพก อาทิ ร่ม ครีมกันแดด บรรดาอุปกรณ์ดูแลร่างกาย เสื้อคลุม และบางครั้งต้องพกแม้กระทั่งถุงมือหรือชุดเปลี่ยนสำหรับการทำงาน

Life-in-Japan--033. เวลาออกจากบ้านต้องดูความเรียบร้อยของตัวเองเสมอและการออกจากบ้านโดยไม่เซตผมถือเป็นความผิดพลาดของชีวิตมาก เพราะคุณจะโดดเด่นมากท่ามกลางประชาชนที่เซตผมประหนึ่งหลุดมาจากนิตยสาร โดยปกติเราเป็นคนสบายๆ การต้องมานั่งคิดแฟชั่นการแต่งตัวทุกวันบางทีก็ลำบากไม่น้อย

4. ตื่นเช้าง่ายขึ้น เนื่องจากพระอาทิตย์ญี่ปุ่นขึ้นเร็วมาก

5. สิ่งที่ทำเป็นอันดับแรกหลังจากตื่นนอนก็คือ การดูพยากรณ์อากาศ! อยู่ประเทศไทยแทบไม่จำเป็นเลยเรื่องการดูพยากรณ์อากาศ

ไอเทมที่ควรพกในหน้าร้อนญี่ปุ่น6. แต่งตัวให้เหมาะกับสภาพอากาศ เนื่องจากประเทศไทยมีสภาพอากาศอุ่นตลอดปี ตัวเราจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการแต่งตัวกับสภาพอากาศเลย ความร้อนคือสัจธรรมเมืองไทยค่ะ (ฮาาา)

7. มีเรด้าหลบหลีกคนที่เดินมาจากร้อยแปดทิศ รู้สึกตื่นตัวง่ายขึ้นหากมีคนเดินตาม โดยเฉพาะสถานีชินจุกุ ในสถานีที่เป็นลานกว้าง ต้องใช้ความตั้งใจในการเดินมากเป็นพิเศษ

8. ไม่เคยเที่ยวห้างสรรพสินค้าหลัง 2 ทุ่ม เพราะห้างสรรพสินค้าปิด 20:00 – 20:30 นาฬิกาโดยประมาณ


ผลไม้ในญี่ปุ่น9. ใช้เวลาในการเดินซุปเปอร์มาร์เก็ตมากกว่าเดินห้างสรรพสินค้า การแสวงหาของถูกหรือของลดราคานั้นตรึงเครียดมากจริงๆ ต้องคำนวนทั้งปริมาณเงินรวมทั้งปริมาณการทานอาหารด้วย

10. ติดนิสัยขึ้นบันไดเลื่อนด้านซ้าย หรือชิดด้านใดด้านหนึ่ง ช่วงแรกๆ จะเผลอยืนชิดขวา เนื่องจากเมืองไทยยืนชิดด้านขวา

11. ทำอาหารทานทุกมื้อเป็นเรื่องปกติ ประเทศไทยเป็นประเทศที่อาหารการกินอุดมสมบูรณ์มาก หาทานได้ง่ายและราคาถูกมาก ประเทศญี่ปุ่นนอกจากอาหารการกินจะแพงแล้ว ประชาชนยังล้นหลาม การทานข้าวนอกบ้านต้องเสียเวลาไปกับการยืนเข้าแถวรอมากกว่าเวลาทานข้าวเสียอีก

Life-in-Japan--0712. มักทานอาหารเป็นเซต ข้าว กับข้าว น้ำซุป และสลัด เรื่องนี้กระทั่งตัวเองก็ไม่เข้าใจเหตุผล แต่เวลาทำอาหารก็ติดนิสัยทำเป็นเซตเสียแล้ว 555+

13.ทานอาหารโดยใช้ตะเกียบเป็นเรื่องธรรมดา การใช้ช้อนมีบ้างบางครั้ง แต่การใช้ช้อนกับส้อมนั้นหาได้ยากมาก โดยเฉพาะร้านที่ไม่ใช่ร้านอาหารอิตาเลี่ยน

14. ทานอาหารจำพวกเส้นเสียงดัง เรื่องนี้ไม่ดีเลย หากไปทานราเมงกับคนไทยต้องตั้งสติตลอดเวลา

15. ติดทานเกลือและทานอาหารรสเค็ม เนื่องจากอาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเน้นรสชาติจากธรรมชาติของวัตถุดิบ ไม่ทานรสเผ็ด รวมทั้งสภาพอากาศที่เย็นเกือบตลอดทั้งปีนั้น ทำให้อาหารส่วนใหญ่มีรสเค็ม เชื่อกันว่าจะทำให้ร่างกายอบอุ่นค่ะ ยิ่งหนาวยิ่งเค็ม เราเคยไปทานราเมงที่ฮอกไกโด เค็มจนลิ้นชาเลย การใช้ชีวิตที่ต้องทานอาหารญี่ปุ่นบ่อยๆ ทำให้ติดรสชาติเค็มขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง

Life-in-Japan--0216. ติดนิสัยข้ามทางม้าลายและต้องรอสัญญาณคนข้าม ถ้ากลับมาที่ไทย ความสามารถในการข้ามถนน (บนความเสี่ยง) คงลดน้อยลงแน่ๆ

17. แผ่นดินไหวเป็นสิ่งที่เกิดได้เสมอ ถ้าไม่มีการไหวแบบต่อเนื่องหรือสัญญาณเตือนจากโทรศัพท์ เราสามารถนอนต่อโดยไม่คิดอะไร

18. แช่น้ำร้อนๆ ได้โดยไม่รู้สึกหายใจลำบาก โดยปกติแล้วถ้าไม่ค่อยได้แช่น้ำร้อน นอกจากร่างกายจะไม่ชินแล้ว อุณหภูมิของน้ำทำให้เราหายใจลำบากค่ะ แต่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่อากาศเย็น การแช่น้ำอุ่นก่อนนอนนั้นถือว่าเป็นช่วงเวลาแสนสุขเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ ยังช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากการใช้ชีวิตมาทั้งวันด้วย ส่วนตัวเราก็เพื่อแก้เมื่อย ค่านวดแพง ไม่สามารถจริงๆ อีกทั้งนอนหลับสบายด้วยค่ะ

Life-in-Japan--0519. เกิดนิสัยการแยกขยะ การล้างขยะก่อนทิ้งและทิ้งขยะตามวันที่กำหนด และไม่ทิ้งขยะพร่ำเพรื่อ รวมถึงถ้าไม่จำเป็นจะไม่สร้างขยะ เนื่องจากหาที่ทิ้งขยะยาก

20. กิจกรรมยามเช้าเปลี่ยนไป เช่น การทิ้งขยะ เขตจะกำหนดเวลาทิ้งขยะก่อน 8 โมงของทุกเช้า

21. ติดคำพูดแบบคนญี่ปุ่น อาทิ ช็อตโต๊ะ…โกะเมนเนะ (ใช้เวลาขอทางเพื่อนเวลามันเกะกะขวางทาง อารมณ์แบบ โทษนะ ขอทางหน่อย แล้วก็กระดึ๊บๆ) หรือบางครั้งก็แทนความแบบแปบนึงนะ โทษที  เอโต… (เอ่อ….) ใช้เวลาคิดไม่ออก หรือกำลังคิดอยู่บางครั้งเผลอพูดกับเพื่อนคนไทยด้วย

22. ติดนิสัยพูดทับศัพท์ญี่ปุ่น หลายครั้งที่เผลอพูดไทยคำอังกฤษคำญี่ปุ่นคำ ไม่ได้ลืมภาษาไทย แต่สมองจะประมวลผลเป็นภาษาญี่ปุ่นอัตโนมัติ เวลาคิดคำศัพท์ภาษาอังกฤษสมองจะแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นโดยอัตโนมัติเช่นกัน

Life-in-Japan--0423. ใช้ภาษาไทยแปลกขึ้น เนื่องจากในหัวมีประโยคเป็นภาษาญี่ปุ่นแว๊บขึ้นมา แล้วเราก็พูดเป็นภาษาไทยในสำนวนแบบญี่ปุ่น บางครั้งตัวเองยังรู้สึกแปลกกับการใช้คำเช่นกัน –”

24. ติดนิสัยมารยาทแบบญี่ปุ่น อาทิ เคาะประตู 2 ครั้งก่อนเข้าห้อง พร้อมพูดคำญี่ปุ่น

25. ติดโค้งแบบคนญี่ปุ่น นานๆ ทีถึงจะมีโอกาสได้ไหว้แบบไทย

26. ติดนิสัยใช้ปากกาดำในทุกโอกาส เนื่องจากญี่ปุ่นการใช้ปากกาดำในการกรอกเอกสารต่างๆ ทั้งแบบทางการและไม่ทางการ

Life-in-Japan--0627. การเดินเข้าแถว เป็นไปอย่างอัตโนมัติ แม้แต่การรวมแถวจาก 3-4 แถว เหลือแค่ 1 แถวก็ทำได้รวดเร็วมาก

28. เป็นคนตรงเวลามากขึ้นและจะมาก่อนเวลานัดเสมอ ประมาณ 10 นาที

29. คิดว่าการตากผ้าในห้องน้ำสะดวกกว่าเอาออกไปตากแดดหน้าระเบียง เพราะห้องน้ำมีเครื่องเป่าผ้าแห้ง

30. เคยชินกับการกดเงินภายในเวลาทำการหรือเวลาราชการ 07:00 -19:00 น. และจะกดจากตู้ธนาคารของตัวเองเท่านั้น เนื่องจาก ATM ญี่ปุ่นกดนอกเวลาและกดต่างธนาคาร เสียค่าธรรมเนียมแพง ตั้งแต่ 108, 216, 324 เยน โดยประมาณแล้วแต่วันและเวลาที่กดด้วย

31. พกเอกสารติดตัวเยอะมาก ส่วนตัวคิดว่าเป็นนิสัยของชาวต่างชาติส่วนใหญ่ค่ะ ส่วนใหญ่สิ่งที่เราต้องพกคือ พาสปอร์ต บัตรต่างด้าว บัตรประกันสุขภาพ สมุดธนาคาร ตราประทับ เอกสารอื่นๆ อีกมากมาย เพราะอาจจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา อาทิ อาจจะโดนเรียกตรวจบัตรโดยไม่ทันตั้งตัว เป็นต้น ต้องเตรียมพร้อมไว้ก่อน

Life-in-Japan--0832. ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ทานขนมจุกจิก แต่เมื่อมาอยู่ญี่ปุ่นคุณอาจจะกลายเป็นคนกินขนมทุกอย่างที่ขวางหน้าเลยก็ได้ ซึ่งตัวเราเป็นหนึ่งในคนจำนวนนั้น เพราะมีของกินน่าอร่อยให้เลือกเพียบ ^^

33. ติดใช้บริการไปรษณีย์มากกว่าร้านสะดวกซื้อหากเป็นประเทศไทย 7-11 คือทุกอย่าง แต่ประเทศญี่ปุ่นไปรษณีย์ต่างหากคือทุกอย่าง สะดวกและค่าธรรมเนียมถูกกว่าร้านสะดวกซื้อ

34. การเลิกงานเวลา ห้าทุ่ม เที่ยงคืน เป็นความเคยชินไม่มีอะไรน่าสนใจ อยู่ประเทศไทยเลิกงาน 1 ทุ่มส่วนตัวคิดว่าช้ามากแล้ว

35. เลิกดูละครหลังข่าว ซีรีย์ญี่ปุ่น เรื่องนี้เป็นนิสัยที่เปลี่ยนไปมาก โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนดูละครหรือซีรีย์ญี่ปุ่น แต่ในโทรทัศน์ของญี่ปุ่นจริงๆ มีแต่ละครเครียดๆ ถ้าไม่สืบสวนฆ่ากันตาย ก็เป็นเรื่องเครียดเกี่ยวกับการใช้ชีวิต

Life-in-Japan--0936. ไม่เปิดเสียงโทรศัพท์ และส่งข้อความหรือไลน์มากกว่าการคุยโทรศัพท์ คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ถ้าอยู่นอกบ้านไม่ค่อยใช้โทรศัพท์ เนื่องจากหลายสถานที่ห้ามใช้โทรศัพท์

37. ติดนิสัยการนัดหมายในทุกๆ เรื่อง ต้องมีการติดต่อล่วงหน้า การจะเดินทางหรือนัดแบบปัจจุบันทันด่วนนั้นโอกาสสำเร็จน้อยมาก

38. ติดนิสัยไม่เปิดประตูบ้านพร่ำเพรื่อ หากไม่ใช่บริษัทส่งของ หรือไปรษณีย์จะไม่เปิดเด็ดขาด พวกขายตรงเยอะ

เขียนเพลินๆ มานั่งดูๆ แล้วการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมาก อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็ทำให้เราเป็นคนที่มีวินัยในการใช้ชีวิตมากขึ้น เพื่อนๆ คนไหนอยากนำไปประยุกต์ใช้ก็ไม่หวงนะคะ สำหรับวันนี้ขอลากันไปเพียงเท่านี้ สวัสดีค่า


บทความที่เกี่ยวข้อง

9 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการปั่นจักรยานที่ญี่ปุ่น
5 เรื่องราวบนท้องถนนและรถยนต์ในโตเกียว
31 เรื่องเล่าของรถไฟในโตเกียวที่ไม่มีในหนังสือ
7 เหตุผลที่ควรดูพยากรณ์อากาศเมื่อมาเที่ยวที่ญี่ปุ่น
7 เรื่องราวน่ารู้ของไปรษณีย์ญี่ปุ่น (Japan Post)
9 ความแตกต่างระหว่าง ร้าน 7-11 ญี่ปุ่น VS ร้าน 7-11 ไทย
4 เคล็ดไม่ลับในการมาให้ตรงเวลานัดหมายแบบคนญี่ปุ่น!

Comments

comments